ความร่วมมือคือพลังสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ขับเคลื่อนประโยชน์ให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

General Press Releases Friday September 20, 2019 16:28
กรุงเทพฯ--20 ก.ย.--เอสซีจี

"กองขยะมากมายที่รอการจัดการ คือความจริงที่ทุกคนต้องร่วมคิดและหาทางออก ไม่ใช่การทำงานของคนเพียงคนเดียว" คำกล่าวของ Ms. Kakuko Nagatani-Yoshida - Regional Coordinator for Chemicals, Waste and Air Quality, Asia and Pacific Office, UN Environment ในเวทีสัมมนา "Partnerships for Circular Economy" ในงาน "SD Symposium 10 Years: Collaboration for Action" ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเอสซีจี เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ย้ำให้เห็นความสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อลดภาระให้กับโลกอย่างเร่งด่วน เมื่อมีการขยายตัวของประชากร คู่ขนานไปกับข้อจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นต้นทางการผลิตสินค้าสู่ตลาด ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเดิม

"หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ดี แต่การจะทำได้ต้องอาศัยกระบวนการหลายอย่าง ที่สำคัญคือต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับชุมชน และต้องนึกถึงการทำให้เป็นสายโซ่ (Multiple Loop) และทำให้เกิดการระเบิดต่อๆ กันไป (Atomic Economy)" Mr. Jorge Chediek - UNOSSC Director and Envoy of the Secretary-General on South-South Cooperation กล่าว

จุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในทัศนะของผู้แทนแห่งองค์การสหประชาชาติทั้ง 2 ท่าน มีความเห็นตรงกันในเรื่องของวิกฤตการณ์ทรัพยากรที่มีน้อยลงจนอาจจะขาดแคลนในไม่ช้า ทำให้ทุกคนรวมทั้งภาคธุรกิจไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโลกกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่

"ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพราะเรากำลังนับถอยหลังให้โลกที่กำลังจะขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนักในปี ค.ศ. 2050 และถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากเราซึ่งเป็นผู้สร้างไว้ในช่วงแห่งการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจที่ผ่านมา หนทางแก้ก็ต้องมาจากพวกเรา" Dr. Denis Nkala - Regional Coordinator and Representative, The United Nations Office for South-South Cooperation (UNOSSC), Asia and the Pacific Office กล่าว

จากความร่วมมือสู่การลงมือทำอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน

เป้าหมายในการทำงานของมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ ผ่านการช่วยเหลือด้านการสาธารณสุข ซึ่งมูลนิธิทำงานเพียงลำพังไม่ได้ จึงเป็นที่มาของโครงการสร้างห้องน้ำเพื่อชุมชนที่มูลนิธิจับมือกับเอสซีจีและสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เพื่อร่วมพัฒนาระบบและสร้างห้องน้ำสาธารณะที่ถูกสุขลักษณะไปติดตั้งไว้ในชุมชนต่างๆ

"เป้าหมายของเราคือการลดความเสี่ยงด้านการเจ็บป่วย เพราะห้องน้ำที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสาธารณสุข" Dr. Doulaye Kone - Deputy Director, Bill & Melinda Gates Foundation เล่าให้ฟังต่อว่า การมองหาความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหลายบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายที่กำไร จากการปฏิวัติวิถีปฏิบัติเดิมๆ สู่เส้นทาง Circular Economy "ที่จริงแล้วเราจะช่วยชีวิตคนได้เยอะมากจากการจัดการด้านสาธารณสุขที่ดี แต่หลายคนยังมองไม่เห็นการทำเป็นรูปแบบธุรกิจ เพราะฉะนั้นเราต้องแลกเปลี่ยนกัน" เขาอธิบาย

สอดคล้องกับ Mr. Jorge Chedeik ที่ระบุว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังทำงานกันโดยปราศจากการเชื่อมโยงเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน "เราอาจเริ่มต้นจากการทลายการทำงานแบบไซโลภายในองค์กรก่อน แล้วพาทุกคนก้าวเข้าสู่การทำงานที่มุ่งสู่การพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน จากนั้นจึงเริ่มมองหาพันธมิตรว่าเราจะสร้างความร่วมมือกับภายนอกองค์กรได้อย่างไร"

ด้าน Mr. Svein Rasmussen - CEO, Starboard ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ ระบุว่า ยอดขายไม่ใช่เป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้ หากแต่การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจเพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและท้องทะเล คือคำตอบของการทำงานในศตวรรษนี้ ทำให้สตาร์บอร์ดเริ่มวิจัยและพัฒนาสินค้าจากการรีไซเคิล โดยเฉพาะแหจับปลาซึ่งเป็นขยะที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ทะเลเป็นลำดับต้นๆ นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับกลุ่ม Trash Hero จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนรวมถึงสถาบันการศึกษา เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกและขยะในทะเลอย่างจริงจัง

"เราตั้งเป็นเป้าหมายในการทำงานร่วมกันเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยสร้างพลังตามศักยภาพและความถนัดของตัวเองเพื่อให้การทำงานเดินไปได้ ส่วนของสตาร์บอร์ดได้เริ่มคิดจากผลิตภัณฑ์ เช่น ถ้าทำให้น้ำหนัก 1.4 กิโลกรัมของบอร์ดที่ผลิตขึ้นมาจากการนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ จะเห็นว่าจะกำจัดขยะทะเลไปได้มากแค่ไหน หรือจะนำรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากลับไปปลูกป่าชายเลนได้พื้นที่เท่าไหร่ แล้วป่าชายเลนนี้ จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้เท่าไหร่ ช่วยโลกได้อย่างไร" ทั้งหมดนี้จึงทำให้เราเห็นวงจรของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ชัดเจนขึ้นตามความคิดของ Mr. Svein

เศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การปฏิบัติ

การพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Development เป็นศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา และภายใต้แนวทางดังกล่าว เศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นเรื่องใหม่ แต่น่ายินดีว่าองค์ความรู้ในด้านนี้ถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่เชื่อมั่นว่า การทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนจากการผลิต การใช้งาน และหมุนสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานนั้นกลับไปใช้ใหม่นั้น เป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจในยุคที่ทรัพยากรมีจำกัดมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การพัฒนาองค์ความรู้และการปฏิบัติบนพื้นฐานของเศรษฐกิจหมุนเวียนในเวียดนามซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่แต่มีกลไกขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพจนนำไปสู่การทำงานในเชิงนโยบายของประเทศได้

"เมื่อก่อนทุกคนเข้าใจแต่หลัก 3R หรือแค่รีไซเคิลก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่วันนี้เราต้องทำต่อจากรีไซเคิล คือการหมุนปลายทางของสินค้าเหล่านั้นกลับไปใช้ใหม่ ที่เวียดนามได้พยายามผลักดันให้เกิดข้อตกลงและกฎหมาย และพยายามเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน" Mr. Pham Hoang Hai - Partnership Development Head, Vietnam Business Council for Sustainable Development (VBCSD), Vietnam Chamber of Commerce and Industry (VCCI) กล่าว

เช่นเดียวกับภาคส่วนอื่นๆ ที่มองว่าความท้าทายของการชักชวนให้ทุกคนร่วมเดินบนถนนแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน คือการประสานประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน "อันดับแรกเราต้องตั้งเป้าหมายร่วมกันให้ได้ก่อน แล้วเริ่มมาดูจุดแข็งของแต่ละคนว่าใครจะทำ ไรได้บ้าง เพื่อให้ปลายทางคือการพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ประโยชน์แก่ทุกคนได้จริง ซึ่งวันนี้เวียดนามดีใจที่ได้เห็นการทำงานในระดับอาเซียน โดยมีการทำงานร่วมกันเป็น Business Council เพื่อผลักดันให้ Circular Economy ขยายไปในวงกว้างขึ้น"

ขณะที่ Dr. Safri Burhanuddin - Deputy IV of Coordinating, Ministry for Maritime Affairs of Republic Indonesia กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนิเซียมีส่วนอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง จากการวางแนวทางนโยบายระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการทำงานในภาพใหญ่ และภาคเอกชนรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ก็ต่อยอดและรับเข้าเป็นวาระเร่งด่วน พร้อมมองหาแนวทางการทำงานร่วมกัน

ตั้งแต่มีการประกาศว่าอินโดนิเซียเป็นผู้ผลิตขยะรายใหญ่ของโลก ชาวอินโดนิเซียก็ตกใจและพยายามทำทุกอย่างเพื่อลดปัญหาขยะที่ปล่อยลงสู่ทะเล รัฐบาลอินโดนิเซียก็รับเป็นวาระสำคัญโดยมี 18 กระทรวงทำงานร่วมกัน จากการศึกษาข้อมูลพบว่าร้อยละ 80 ของขยะที่ถูกทิ้งลงทะเลเกิดจากบนบก เราจึงเริ่มจัดการจากกลางเมืองเพื่อทำให้แม่น้ำในกรุงจาร์กาต้าสะอาด" เขากล่าวพร้อมย้ำว่า งานดังกล่าวจะเกิดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้เลย หากขาดการช่วยเหลือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงกลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังทำโครงการต่างๆ โดยใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแกน เช่น การนำพลาสติกมาใช้ทำถนน เป็นต้น รวมทั้งรัฐบาลอินโดนิเซียยังตั้งเป้าในการรีไซเคิลพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวอย่างจริงจัง

"เราพบว่าพื้นที่ทิ้งขยะส่วนใหญ่มีแต่ถุงพลาสติก กันยายนปีที่แล้วจึงมีการตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกันเพื่อจัดการเรื่องขยะ โดยมีเป้าหมายคือ ลดปริมาณพลาสติกให้ได้ในปี 2025 และพูดคุยกับรัฐบาลและภาคเอกชนของหลายประเทศ เพราะสิ่งนี้เป็นปัญหาของภูมิภาคที่ต้องจัดการ่วมกัน" Dr.Safri กล่าว

การเริ่มต้นประสานประโยชน์โดยมองไปยังปลายทางเดียวกัน คือก้าวแรกบนถนนสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนี้หลายองค์กรทั่วโลกได้เริ่มออกเดินด้วยความหวังว่าทรัพยากรของโลกจะถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำทรัพยากรกลับมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อต่อลมหายใจให้โลกของเราได้อีกยาวนาน

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและเนื้อหาเพิ่มเติมของงาน SD Symposium ได้ที่ http://bit.ly/31X1QGd หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel


Latest Press Release

Photo Release: Enrich Industrial (Thai) Inks Land Purchase Contract for New Plant at WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 2

Enrich Industrial (Thai), a subsidiary of Vanguard Industrial (Jiaxing), global-scale manufacturer of high-end leather sofas, sofa beds and a broad range of seating facilities, recently signed a land purchase agreement with WHA Industrial Development for...

11.11 Singles day promotion at Siri Sathorn Hotel

Online shopping day on 11th November, originally celebrated by young Chinese singletons to indulge in online retail therapy, has evolved into one of the world's largest virtual sprees. With this in mind, Siri Sathorn Hotel is launching a gamification...

Breeze Cafe Bar introduces organic alternatives to get Beyond Delicious with 5 new menu items!

If you're bored with your daily healthy meals, come experience the new dimension of delicious organic recipes with five international menu items at Breeze Cafe & Bar, a chic restaurant and cafe at IMPACT Lakefront. The new options are specially...

Halloween Spooktacular at Cafe Kantary Get a 50% discount when you disguise yourself in ghostly costume!

On 24 – 31 October 2019, dare you join us at any branch of Cafe Kantary throughout Thailand for "Halloween Spooktacular"? For who know what surprises are waiting for you, lurking in the shadows? It's getting spooky and Cafe Kantary becomes a haunt...

Xinhua Silk Road: SAIC Motor gains momentum in India with 31,000 orders received by September

The Shanghai-based Chinese automaker SAIC Motor Corporation Limited (SAIC Motor, 600104.SH) is gaining momentum in India, with its production base opened in April this year and receiving 31,000 orders in three months after the launch of MG...

Related Topics