DGA เปิดศักราชใหม่ในการบริการภาครัฐให้สะดวกขึ้นด้วย พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล เชื่อมโยง โปร่งใส ปลอดภัยด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม Tuesday June 18, 2019 17:18
กรุงเทพฯ--18 มิ.ย.--พีอาร์ วัน เน็ท เวิร์ค

พ.ร.บ. การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 หรือ พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 2562 แล้ว นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการบริการภาครัฐให้สะดวกขึ้น โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ

ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ DGA กล่าวว่า กฎหมายนี้มีที่มาจากข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ที่มุ่งหวังให้เกิดการปฏิรูประบบข้อมูลภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลที่เปิดเผยและเชื่อมต่อกัน (Open and Connected Government) รวมทั้งเป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบการทำงานและข้อมูลของภาครัฐสามารถเชื่อมโยงระหว่างกันได้อย่างมั่นคงปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เปิดเผยและโปร่งใส ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ โดยมีกลไกตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายดิจิทัลอื่น

โดยมีกลไกสำคัญของกฎหมาย 8 หัวข้อ คือ 1. ให้มีการจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (แผนระดับชาติ) 2. ให้มีคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 3. ให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายนี้ 4. ให้มีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ เป็นกรอบในการจัดการบริหารข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ 5. ให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำข้อมูลและบริการในรูปแบบดิจิทัล (Digitization) 6. ให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล (Open Government Data) 7. ให้หน่วยงานของรัฐแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน (Integration) และมีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง 8. สนับสนุนการเชื่อมโยงบริการดิจิทัล ให้เกิดบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ

"เมื่อกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้แล้วจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อหน่วยงานรัฐเองและประชาชนทั่วไปอย่างแน่นอน เนื่องจากการทำงานภาครัฐจะเปลี่ยนไป จะสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันได้สะดวกขึ้น การบริหารงานก็จะมีความโปร่งใส และมีความปลอดภัยด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล ด้านประชาชนก็จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น คือ 1. ได้รับการบริการจากภาครัฐที่สะดวกและรวดเร็วไม่สร้างภาระแก่ประชาชน ลดการใช้สำเนาเอกสารในการติดต่อราชการ 2. การติดต่อภาครัฐ ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวทำได้ทุกเรื่อง หรือติดต่อออนไลน์ได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) 3. ใช้ข้อมูลเปิดภาครัฐ สำหรับการติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ และ 4. สามารถนำข้อมูลเปิดของหน่วยงานรัฐพัฒนานวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม"

นางสาวอภิณห์พร อังคกมลเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ DGA กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมาตรา 6 ของกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิตามคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการฯชุดนี้ เป็นการรวมคณะกรรมการด้านดิจิทัลจากหลากหลายคณะ ทำให้สามารถเชื่อมโยงการทำงานในภาพรวมเพื่อให้การพัฒนาประเทศไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับในส่วนงานราชการสามารถเตรียมการหรือเริ่มการดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ได้เลย เช่น การนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับการบริหารงานและการให้บริการประชาชน ลดการใช้กระดาษหรือสำเนาเอกสาร การจัดให้มีระบบการชำระเงินทางดิจิทัลอีกช่องทางหนึ่ง รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่บุคลากรในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ เป็นต้น ในช่วงเริ่มต้น การดำเนินการในบางเรื่องจำเป็นต้องรอให้มีการกำหนดรายละเอียดในแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ตลอดจนมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายนี้ก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง สพร.ได้จัดการประชุมระดมสมอง ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อนำความคิดเห็นมาจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลต่อไป โดย DGA จะเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่อำนวยการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานเกี่ยวกับการเป็นรัฐบาลดิจิทัล

ด้าน นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ DGA การเป็นรัฐบาลดิจิทัลสิ่งสำคัญต้องให้ประชาชนได้สัมผัสถึงความเป็นดิจิทัล ซึ่งหนึ่งในกลไกหลักของ พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัลในหัวข้อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างกัน คือ จะต้องมีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง โดยกฎหมายกำหนดให้ในช่วง 2 ปีแรก DGA จะต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฯ เพื่อการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงาน ให้สามารถเห็นข้อมูลประชาชนเป็นภาพเดียวที่สมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ครบวงจร ณ จุดเดียวหรือ One Stop Service (OSS) โดยแบ่งออกเป็นการบริการภาคประชาชน (Citizen Portal) และ ภาคเอกชน (Business Portal) ซึ่งได้ดำเนินงานสำหรับภาคประชาชน (Citizen Portal) ด้วยการพัฒนาระบบ Citizen Portal ในส่วนของ Information ให้เป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการภาครัฐแล้ว ในปัจจุบันประชาชนสามารถประเมินความพึงพอใจหลังใช้บริการภาครัฐได้ผ่านแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ได้ทันที เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถพัฒนาและยกระดับบริการได้ตรงใจประชาชนมากที่สุด ซึ่งจะพัฒนาต่อยอดให้เป็นเสมือน Google ภาครัฐที่ให้บริการข้อมูลด้านอื่นๆ เพื่อการติดต่อกับภาครัฐได้ในแอปเดียว ทั้งติดตามสถานะบริการ จองคิวออนไลน์ ติดต่อทำธุรกรรมของหน่วยงานต่างๆ ออนไลน์ สามารถนำทางไปยังพิกัดสถานที่ราชการ สถานประกอบการ และสถานที่อื่นๆ เป็นข้อมูลเปิด เป็นต้น สำหรับการพัฒนา OSS ในภาคเอกชน (Business Portal) ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงขอใบอนุญาตบริการภาครัฐแล้วกว่า 40 ใบอนุญาต ที่เว็บไซต์ biz.govchannel.go.th ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การขอใบอนุญาตต่างๆ โดยในอนาคตจะมีการเพิ่มบริการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกอบธุรกิจมากขึ้นอีก

ด้าน คุณวิบูลย์ ภัทรพิบูล รองผู้อำนวยการ DGA กล่าวถึงการให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนในเรื่องของ ข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) ให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ ผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ โดยประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อต่อยอดธุรกิจเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นเรื่องของข้อมูลทั้งสิ้น จึงต้องมีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) เป็นกรอบการกำกับดูแลข้อมูล โดยกรอบการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance Framework) มีเพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้ได้มาและการนำไปใช้ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน มั่นคงปลอดภัย รักษาความเป็นส่วนบุคคล และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัยได้จริง เพราะฉะนั้นทุกส่วนราชการต้องให้ความสำคัญ ทั้งการออกนโยบาย แนวปฏิบัติ การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้จะเป็นกลไกที่สำคัญที่จะทำให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลหน่วยงานของตนเองได้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

กฎหมายนี้ได้กำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยมีคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินการตามกฎหมายนี้ ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงานอิสระของรัฐ


Latest Press Release

ภาพข่าว: TVD ร่วมงาน mai FORUM 2019

นายเฉลิมพล มหาวาณิชย์วงศ์ (กลาง) กรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการบริหาร นายทรงพล ชัญมาตรกิจ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD และ นายธีระพงษ์ ลิ้มประเสริฐ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ลาสไมล์...

Gossip News: GPI ปั้น #อีสปอร์ต ธุรกิจเรือธงใหม่ ลุยจัดแข่งเกมส์ GT Sport สนาม 2 วันที่ 19 21 ก.ค.นี้

เร่งปลุกปั้นธุรกิจใหม่ 'อีสปอร์ต' หวังชิงเค้กมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจอีสปอร์ตเมืองไทย หลัง'อโณทัย เอี่ยมลำเนา' ผู้บริหารหนุ่ม บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ GPI วางแผนจัดแข่งขันใหญ่เกมส์ Gran Tourismo...

ภาพข่าว: เมืองไทยประกันชีวิตจับมือแกร็บ ผนึกกำลังเพื่อลูกค้าคนสำคัญ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บ

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) และนายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ประกาศผนึกความร่วมมือเพื่อให้บริการลูกค้าคนสำคัญ พร้อมยกระดับคุณภาพพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บ...

กรมการค้าภายใน ปรับภาพลักษณ์ใหม่ Farm Outlet ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ พร้อมเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่

กรมการค้าภายใน ปรับภาพลักษณ์ใหม่ ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน หรือ ฟาร์มเอาต์เล็ต (Farm Outlet) ช่วยสร้างความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจ เป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีศักยภาพรองรับผลผลิตของเกษตรกรและมีความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ...

ภาพข่าว: AKP นักลงทุนเยี่ยมบูธคึกคัก เจาะลึกแผนขยายการลงทุนสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้า

คุณวันชัย เหลืองวิริยะ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP นำทีมพนักงานออกบูธในงาน mai FORUM 2019 เพื่อให้ข้อมูลบริษัทฯ...

Related Topics