ซิกน่า ยอดขายโตตามเป้าที่วางไว้ 80 % เน้นสร้างจุดต่าง ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย นำเสนอธุรกิจประกันภัยให้แก่คู่ค้า

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Wednesday November 4, 2009 14:46
กรุงเทพฯ--4 พ.ย.--ซิกน่า

ซิกน่า ประเทศไทยปลื้ม ยอดขายตั้งแต่ต้นปีเติบโตตามแผนที่วางไว้ กว่า 80 % ทะลุยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ต้องโตปีละ 40 % ตลอด 3 ปี สวนกระแสช่องทางเทเล เผยปัจจัยแห่งความสำเร็จมาจากการดำเนินตามแผนกลยุทธ์ สร้างจุดแข็งแตกต่างจากบริษัทอื่น จนพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 3 เท่า เผยจำนวน seat เพิ่มขึ้นเป็น 500 ในปัจจุบัน ชี้อาจเป็น 800 – 1,000 ซีทในสิ้นปีหน้า เน้นพัฒนา Call Center ให้สอดดคล้องตามกฎของคปภ.ทุกประการ มุ่งสู่การเป็นผู้นำตลาดเชิงความสัมพันธ์ (Affinity Market) ด้านธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย

นาย แกรี่ เวนย์ เด็นสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (CIPCL) และบริษัท ซิกน่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (CIMT) ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและประกันสุขภาพผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้งและการตลาดทางตรงในประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ซิกน่า คอร์ปอเรชั่นและ ซิกน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาว่า บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีเบี้ยประกันภัยสุทธิ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2552 รวม 214.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ ปี 2551 ที่มีเบี้ยประกันภัยสุทธิอยู่ที่ 72.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่ากับ 196 % และเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันภัยสุทธิ ของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2551 ที่มีเบี้ยรับสุทธิ อยู่ที่ 118 ล้านบาท ถือเป็นอัตราส่วนที่เติบโตขึ้น81.5 %

“ปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในด้านยอดขายหลังจากที่บุกตลาดอย่างจริงจังตั้งแต่ปีที่แล้ว คือ การที่บริษัทได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ 3 ปีของบริษัทฯ ที่ประกาศไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยการสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากบริษัทประกันภัยอื่นเนื่องจากโมเดลทางธุรกิจของซิกน่า คือ การตลาดเชิงความสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ affinity partnership ดังนั้น จำนวนพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partners) ที่ตอบรับเลือกซิกน่าให้เป็นผู้นำเสนอความคุ้มครองด้านประกันภัยให้แก่สมาชิกของเขา จึงมีความสำคัญต่อการเติบโตทางธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก”

นายแกรี่กล่าวอีกว่าดังนั้น หนึ่งในกลยุทธ์ของเราคือ ต้องเพิ่มจำนวน Partners ให้มากที่สุด ซึ่งในปีที่ผ่านมา เรามีจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ รวมทั้ง บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ ธุรกิจรีเทล(ไฮเปอร์มาร์เก็ต) ธุรกิจรถยนต์ รวมถึง ธุรกิจด้านไอที

“โดยสาเหตุที่ทำให้พันธมิตรทางธุรกิจตอบรับและเลือกซิกน่า เนื่องจาก ซิกน่าพัฒนาตนเองให้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครในด้านต่างๆ ได้แก่ การบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกลุ่มที่สุดและลดการติดต่อที่ไม่จำเป็นไปยังลูกค้าให้เหลือน้อยที่สุด โดยใช้ระบบวิเคราะห์และบริหารจัดการการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า (Customer Value Management : CVM) ,การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยและประกันสุขภาพที่เป็นนวัตกรรมในท้องตลาด โดยบริษัทซิกน่าฯเป็นรายแรกที่นำเสนอแผนประกันสุขภาพฟัน และประกันสุขภาพตา (vision) ,การพัฒนาคอลล์เซนเตอร์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายประกันภัยทางโทรศัพท์ให้เป็นมืออาชีพตามมาตรฐานสากลและตามกฏระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายการตลาดทางตรงให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้มากที่สุด รวมทั้ง การพัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ ให้มีความเป็นเลิศในทุกด้าน ซึ่งอยู่ในแผนกลยุทธ์ 3 ปีของบริษัทฯ”

นายแกรี่อธิบายว่าตามที่ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปีไว้นั้นได้ดำเนินตามแผนอย่างต่อเนื่อง และมีความสำเร็จหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2552 นับตั้งแต่ การได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งซิกน่าเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว ทำให้พันธมิตรทางธุรกิจมั่นใจขึ้น มากว่า ลิสต์รายชื่อข้อมูลลูกค้าที่ให้ซิกน่าดูแลนั้น จะได้รับการดูแลอย่างดีและถูกเก็บรักษาด้วยความปลอดภัยตลอดเวลา

“นอกจากนี้ ด้วยระบบ CVM ของซิกน่า ที่ช่วยคัดกรองและจัดกลุ่มฐานข้อมูลลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ฐานข้อมูลอย่างลึกซึ้ง จึงทำให้ซิกน่าสามารถเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างถูกกลุ่มว่า กลุ่มใดมีแนวโน้มตอบรับในการซื้อแผนประกันชนิดนี้กับเรา สมมติว่า เรามีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ 100,000 ราย เราไม่จำเป็นต้องโทรไปทั้ง 100,000 ราย เราสามารถสร้างแบบจำลองของกลุ่มลูกค้า (data model) โดยเลือกฐานข้อมูลเพียง 10,000 รายก่อน เพื่อศึกษาว่า กลุ่มคนที่มีลักษณะครอบครัว และพฤติกรรมการซื้อสินค้า บริการแบบใด ฯลฯ ที่มีแนวโน้มการตอบรับซื้อแบบประกันอุบัติเหตุจากเรา เมื่อเราได้ข้อสรุปแล้ว เราสามารถ apply คุณลักษณะดังกล่าวใช้กับฐานข้อมูลที่เหลือ ซึ่งทำให้เราสามารถหากลุ่มคนที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น และทำการโทรติดต่อไปยังเฉพาะกลุ่มคนที่มีแนวโน้มตอบรับการซื้อเท่านั้น ซึ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ของผลตอบรับการซื้อ (response rate to buy) เพิ่มขึ้นด้วย”

“ในขณะที่เทเลเซลส์โทรศัพท์น้อยลง และลูกค้าก็จะไม่ต้องได้รับการติดต่อที่ไม่จำเป็นอีกด้วย นี่เป็นจุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซิกน่าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เราจึงได้รับการตอบรับจากพันธมิตรทางธุรกิจอย่างดีมากในช่วงที่ผ่านมา” นายแกรี่กล่าว และเพิ่มเติมอีกว่า

“และเมื่อจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจของเราเพิ่มขึ้น ลิสต์รายชื่อลูกค้าของเราก็มีเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้เราต้องเพิ่มพนักงานขายหรือ telesales ให้เพียงพอและรองรับกับการเติบโตทางด้านธุรกิจ โดยในปัจจุบัน เราได้ขยายคอลล์เซนเตอร์เป็น 2 ไซต์ คือที่สำนักงานใหญ่เพลินจิต และที่อาคารซีเอ็มทาวเวอร์ วงเวียนใหญ่ โดยมีจำนวนซีท (seat) ประมาณ 500 ซีท จากที่มีอยู่ 210 ซีทเมื่อตอนต้นปี และเรามีแผนว่า เราอาจจะเพิ่มซีทเป็น 800 – 1,000 ซีทภายในสิ้นปี 2553 ทั้งนี้ ซิกน่าไม่ได้เพิ่มแต่เฉพาะจำนวนของเทลเซลส์ แต่เรายังพัฒนาคอลล์เซ็นเตอร์และเทเลเซลล์ของเรา ให้ได้มาตรฐานสากลที่ซิกน่ามีความเชี่ยวชาญอยู่จากธุรกิจทั่วโลก รวมทั้งปฏิบัติตามกฎของคปภ.ด้วย เช่น พนักงานขายของเราทุกคนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต (license) ก่อนที่จะลงปฏิบัติงานขายจริง รวมทั้งมี Welcome Call หรือการโทรกลับไปยืนยันการซื้อประกันจากลูกค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่ตกลงซื้อขายด้วย นอกจากนี้ เรายังปฏิบัติตามกฏของคปภ.ที่กำหนดไว้ว่า ห้ามโทรหาลูกค้าหลังจาก 19.00 น. โดยซิกน่าได้ติดตั้งระบบล็อคการโทรออกโดยอัตโนมัติหลังเวลา 19.00 น. ซึ่งจะไม่มีพนักงานขายของซิกน่าโทรออกไปขายได้อย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ จะต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้น หรือลดโอกาสในการขาย แต่เราก็ยินดีปฏิบัติตามเพื่อให้ลอดคล้องกับกฏระเบียบของภาครัฐ”

นายแกรี่ กล่าวต่อไปว่า จากความสำเร็จในด้านธุรกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสามารถบรรลุยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ว่าต้องโตปีละ 40 % ตลอด 3 ปีได้อย่างไม่ยากนัก นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่า จากกลยุทธ์ที่เราดำเนินอยู่ จะสามารถทำให้เราเป็นผู้นำตลาดเชิงความสัมพันธ์ (Affinity Market) ด้านธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยได้ภายใน 3 ปีอย่างแน่นอน


Latest Press Release

คณะกรรมการและผู้บริหารไอแบงก์ เข้าเยี่ยมคาราวะจุฬาราชมนตรี

เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมการและรักษาการประธานกรรมการธนาคาร พร้อมด้วยนายวุฒิชัย สุระรัตน์ชัย ผู้จัดการธนาคาร นายชัยชาญ พลานนท์ กรรมการธนาคาร และนายมนต์ชัย รัตนเสถียร กรรมการธนาคาร...

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สำรองเงิน 625.9 ล้านบาท ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการสำรองเงินสด จำนวน 625.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา หรือ โทร...

ภาพข่าว: SET Social Impact Roundtable เวทีระดมความคิดเห็นพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน "SET Social Impact Roundtable" เวทีระดมความคิดเห็นจากบริษัทจดทะเบียน SE และองค์กรพันธมิตร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนและพัฒนา SE พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยมี ดั่งใจถวิล อนันตชัย...

คอร์น เฟอร์รี่ คาดการณ์ปี 2562 ไทยมีอัตราเงินเดือนขึ้น 5.5%

ข้อมูลคาดการณ์เงินเดือนของ คอร์น เฟอร์รี่ (รหัสในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: KFY) ระบุว่า ลูกจ้างในประเทศไทยจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนในปี พ.ศ. 2562 ราว 5.5% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จากรายงานคาดการณ์เงินเดือนทั่วโลกปี 2562 ของคอร์น เฟอร์รี่...

บล.ไทยพาณิชย์ พร้อมเสริฟ DW 12 รุ่น (Call Warrant) ต้อนรับปีใหม่ ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ปริมาณ Bid-Offer หนาราคาขยับตามหุ้นแม่ เริ่มซื้อขาย 24 มกราคม นี้

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ต้องการตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มจึงขอนำเสนอใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants : DW) ในหุ้นสามัญรุ่นใหม่ 12 รุ่น เพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ ทั้งนี้ DW...

Related Topics