เอชเอสบีซีเผยสำรวจความเชื่อมั่นการค้าโลกยังแกร่งแม้เงินเฟ้อสูง

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday June 30, 2011 15:14
กรุงเทพฯ--30 มิ.ย.--ธนาคารเอชเอสบีซี

ผู้ค้าคาดเงินหยวนขยับติดอันดับ 3 เงินสกุลหลักของโลกในปี 2554

ต้นทุนสินค้าพุ่ง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และผลกำไรลดลง เสี่ยงต่อการเติบโตทางการค้า

ประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ตั้งเป้าขยายการค้ากับกลุ่มประเทศจีน

ผู้ส่งออกและนำเข้าทั่วโลกยังมองโอกาสเติบโตการค้าได้ดีในอีก 6 เดือนข้างหน้า แม้ว่าจะมีความกังวลเพิ่มขึ้นในเรื่องต้นทุนสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ผลกำไรที่ลดลง รวมถึงความต้องการสินค้าที่ผันผวน โดยดัชนีเชื่อมั่นทางการค้าที่จัดทำโดยธนาคารเอชเอสบีซี ยังทรงตัวแข็งแกร่งที่ระดับ 114 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เทียบกับระดับ 116 ของครึ่งหลังของปีที่แล้ว

มร. ราเกช บาเทีย ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายบริการการค้าและเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ กลุ่มเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ในภาวะที่ต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนต่อเนื่อง ผลสำรวจของเราสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการค้าที่ยังสามารถรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงานและค่าบริการขนส่ง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อาจลดลง”

“ดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าของเอชเอสบีซี สะท้อนถึงแนวโน้มสำคัญ 2 เรื่อง ที่ทำให้ความเชื่อมั่นยังคงมีอยู่ แม้จะมีหลายปัจจัยที่ฉุดรั้ง และจะเป็นแรงหนุนให้การค้าโลกเติบโตในอนาคต นั่นคือ การค้าภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมโยงด้านการค้ากับตลาดเกิดใหม่ และภายในตลาดเกิดใหม่ด้วยกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศจีนที่จะเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ค้าจากทั่วโลก”

การค้าโลกยังคงแข็งแกร่งโดยผู้ค้า 9 ใน 10 ราย คาดว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า ปริมาณการค้า ตลอดจนความต้องการสินเชื่อด้านการค้าระหว่างประเทศ และการเข้าถึงแหล่งทุนจะเพิ่มขึ้น หรือทรงตัวเช่นเดิม

ดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าของเอชเอสบีซี จัดทำขึ้นครอบคลุมทั้งสิ้น 21 ตลาด รวมทั้งตลาดที่มีเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ละตินอเมริกา อเมริกาเหนือ และยุโรป โดยเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นทางการค้าระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด โดยการศึกษาล่าสุดได้สำรวจความคิดเห็นผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้ค้าจากบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 6,390 คน โดยถามถึงมุมมองภายในระยะเวลา 6 เดือน เกี่ยวกับเรื่องปริมาณการค้า ความเสี่ยงของผู้ซื้อและผู้ขาย ความต้องการสินเชื่อด้านการค้าระหว่างประเทศ การเข้าถึงแหล่งทุน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อธุรกิจ

ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ อย่างเช่น อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย และเม็กซิโก มีดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าในระดับสูงที่สุด บรรยากาศการค้าในหมู่ผู้ค้าในตลาดส่งออกสำคัญของโลก ได้แก่ จีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ก็กลับคึกคักเช่นกัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าของจีนและสหรัฐอเมริกา ต่างก็ปรับเพิ่มขึ้นแห่งละ 3 จุด

เงินหยวนและกลุ่มประเทศจีน

ผู้ค้าโดยรวม ชี้ว่าเงินหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินสำคัญที่ใช้ในการค้าขายใน 3 อันดับแรกของโลกในปี 2554 และที่สำคัญ เงินหยวนยังติดอันดับ 3 ของเงินสกุลหลักของโลก แซงหน้าเงินปอนด์สเตอริงเป็นครั้งแรก โดยหากเรียงลำดับตามความนิยมแล้ว เงินดอลลาร์สหรัฐยังครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยเงินยูโร เงินหยวน เงินปอนด์สเตอริง และเงินเยน ซึ่งเป็น 5 สกุลเงินหลักที่ใช้ในการค้า จากการที่การค้าโลกเตรียมจะเพิ่มบทบาทการค้ากับกลุ่มประเทศจีน ซึ่งประกอบด้วยจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ผู้ค้าจากกลุ่ม ประเทศจีน ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมองว่าการค้าขายด้วยสกุลเงินหยวนกำลังเริ่มมีบทบาทสำคัญในอีก 6 เดือนข้างหน้า

มร. บาเทีย กล่าวว่า “ภายในปี 2558 คาดว่ากว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าของจีน หรือราว 2 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จะค้าขายกันด้วยสกุลเงินหยวน ผลสำรวจของเราระบุว่า ตลาดเกิดใหม่กำลังเตรียมการให้เงินหยวนเป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก เนื่องจากผู้ค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กำลังเตรียมที่จะใช้เงินหยวนเพื่อการค้าขายในอนาคต”

ประเทศที่พัฒนาแล้วตระหนักดีว่า ตลาดเกิดใหม่เป็นกลจักรสำคัญในการเติบโตการค้าโลก และเตรียมขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับตลาดเกิดใหม่ในระยะอันใกล้นี้ โดยผู้ตอบแบบสำรวจในสหรัฐอเมริกา เกินกว่า 1 ใน 4 กำลังมองหาโอกาสขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศจีน ขณะที่เกินกว่า 1 ใน 10 ของคู่ค้าในจีนมองเห็นโอกาสขยายธุรกิจกับสหรัฐอเมริกาในอีก 6 เดือนข้างหน้า และในขณะเดียวกัน ภาคการค้าของเยอรมนี ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 107 โดยผู้ตอบแบบสำรวจในเยอรมนี ร้อยละ 31 ระบุว่า ยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการขยายตัวด้านการค้าสูงที่สุด ส่วนอีกร้อยละ 26 ตอบว่า กลุ่มประเทศจีนมีศักยภาพในการเติบโตการค้าสูงสุด

ผู้ค้าจากทั่วโลกระบุว่า กลุ่มประเทศจีน เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตการค้าสูงที่สุด รองลงมา คือ ยุโรป และละตินอเมริกา ส่วนในเอเชีย พบว่า ผู้ค้าจากฮ่องกง (ร้อยละ 50) อินโดนีเซีย (ร้อยละ 44) มาเลเซีย (ร้อยละ 43) และออสเตรเลีย (ร้อยละ 30) เห็นว่ากลุ่มประเทศจีน เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพด้านการขยายตัวทางการค้ามากที่สุด ส่วนผู้ค้าร้อยละ 23 ในอเมริกาเหนือ ร้อยละ 11 ในละตินอเมริกา ร้อยละ 24 ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และร้อยละ 16 ในยุโรป ก็มองเห็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเติบโตการค้าในกลุ่มประเทศจีนเช่นกัน

มร. บาเทีย กล่าวว่า “ผลสำรวจยังบ่งชี้ถึงพลวัตทางการค้าที่สมดุลและยั่งยืนมากขึ้น และเสนอแนะว่าตลาดใหม่ อย่างเช่น ตลาดเกิดใหม่ในยุโรป จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ค้าจากทั่วโลกได้ ทั้งนี้กลุ่ม Greater China ในฐานะศูนย์กลางทางการค้าใหม่ของโลก ยังครองบทบาทสำคัญ เนื่องจากผู้ค้าทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และตลาดเกิดใหม่ มองหาโอกาสเติบโตการค้าอย่างเต็มที่ในภูมิภาคนี้”

ความท้าทาย

ภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้ค้าทั่วโลกเริ่มวิตกกังวลมากขึ้น ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 45) ในสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 38 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร้อยละ 22 ในออสเตรเลีย ระบุว่า ต้นทุนค่าขนส่ง โลจิสติกส์ และการจัดเก็บสินค้า เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวทางการค้า

ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นก็กลายเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ค้าในกลุ่มประเทศจีน (ร้อยละ 34) และผู้ค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ร้อยละ 30) ส่วนผู้ค้าในอเมริกาเหนือ (ร้อยละ 31) และ ละตินอเมริกา (ร้อยละ 25) กังวลกับผลกำไรที่ลดน้อยลง ในขณะที่ผู้ค้าในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เป็นกังวลที่สุดเรื่องความต้องการสินค้าที่น้อยลง (ร้อยละ 38) และความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระของผู้ค้า (ร้อยละ 37) นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวทางการค้าสำหรับผู้ค้าในกลุ่มประเทศจีน (ร้อยละ 62) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ร้อยละ 59) อเมริกาเหนือ (ร้อยละ 47) ละตินอเมริกา (ร้อยละ 40) ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (ร้อยละ 33)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วรนันท์ สุทธปรีดา, สาวิตรี หมวดเมือง โทรศัพท์ 0-2614-4609, 0-2614-4606


Latest Press Release

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) เริ่มซื้อขาย 16 ธ.ค. นี้

บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 16 ธ.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 52,762.50 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ ว่า "BAM" นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ...

นกแอร์ บอร์ดไฟเขียวเพิ่มทุน 888.15 ล้านหุ้น เตรียมขาย RO อัตราส่วน 3.5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคา 2.50 บาท

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 12/2562 เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2562 โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่เป็น 4,197.17 ล้านบาท...

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก.ล.ต. ขอเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เรียกร้องการลงทุนอย่างยั่งยืน

ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ "ESG" เป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต สภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนและสังคมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์...

สตาร์เฟล็กซ์ หรือ SFLEX หุ้นไอพีโอ 110 ล้านหุ้น กระแสดี พร้อมเทรด SET 19 ธ.ค. นี้

บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ปิดจองหุ้นกระแสตอบรับดีเยี่ยม "สมภพ กีระสุนทรพงษ์" กรรมการผู้อำนวยการ บล. ฟินันเซีย ไซรัส ที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำการจัดจำหน่าย มั่นใจธุรกิจ SFLEX อนาคตรุ่ง...

ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ระหว่างวันที่ 6 - 12 ธันวาคม 2562 พบการกระทำผิด จำนวน 757 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 11.59 ล้านบาท

กรมสรรพสามิตดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต นายวิวัฒน์ เขาสกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า...

Related Topics