ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร และแนวโน้ม บ. พรีบิลท์ ที่ BBB-/Stable

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday March 12, 2015 10:31
กรุงเทพฯ--12 มี.ค.--ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานในการก่อสร้างโครงการอาคารสูงของบริษัทที่เป็นที่ยอมรับ รวมถึงยอดขายรอการรับรู้รายได้ที่แข็งแกร่ง และอัตรากำไรที่ค่อนข้างดี ทว่าจุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากธรรมชาติที่ผันผวนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนความเสี่ยงจากงานก่อสร้างที่ไม่มีความหลากหลาย ประวัติผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างสั้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และภาระหนี้ที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภาระหนี้จะสูงขึ้นแต่ก็น่าจะควบคุมได้แม้ว่าบริษัทจะมีแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้า อันดับเครดิตและหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากรายได้และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทดีขึ้นตามแผนและอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทไม่เพิ่มสูงเกิน 50% ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับลดลงได้หากสถานะทางการเงินของบริษัทถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือเกิดการลดลงของรายได้และความสามารถในการทำกำไรอย่างมาก

บริษัทพรีบิลท์ก่อตั้งในปี 2538 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2548 ณ เดือนพฤษภาคม 2557 กลุ่มตระกูลเจริญตาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทในสัดส่วน 26% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด บริษัทดำเนินกิจการรับเหมาก่อสร้างทั่วไปโดยเน้นงานก่อสร้างอาคารสูง รายได้ของบริษัทโดยเฉลี่ยระหว่างปี 2551-2555 อยู่ที่ 2,585 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2556 รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคิดเป็น 80%-90% ของรายได้รวมของบริษัทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการขายวัสดุก่อสร้างยังคงมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ แต่ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2553 บริษัทรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมแล้วทั้งหมด 4 โครงการ

สถานะทางธุรกิจในระดับปานกลางสะท้อนถึงผลงานก่อสร้างโครงการอาคารสูงเพื่อพักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ที่เป็นที่ยอมรับ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ยอมรับได้ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2557 บริษัทมี บริษัท ควอลิตี้เฮ้า จำกัด (มหาชน) และกลุ่มของมูลนิธิวัดธรรมกายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดซึ่งแต่ละรายสร้างรายได้ให้แก่บริษัทคิดเป็นสัดส่วน 20%-30% ของรายได้รวมต่อปี ณ สิ้นปี 2557 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้จำนวน 8.8 พันล้านบาท สถานะทางการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ตั้งแต่ปี 2553 อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ในช่วง 10% ถึง 12% อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 8% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 43% อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ในช่วง 5%-7% อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ประมาณ 9% ระหว่างปี 2555-2556 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 28% ณ สิ้นปี 2557 จากการที่บริษัทลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่คือ “TEMPO Grand Sathorn-Wuttakard”

ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านบาทในปี 2558 ระหว่างปี 2559-2560 คาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 7-8 พันล้านบาทต่อปี รายได้ที่เติบโตส่วนใหญ่มาจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียม TEMPO Grand Sathorn-Wuttakard อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 5%-6% เป็น 10% ระหว่างปี 2559-2560 เงินทุนจากการดำเนินงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกันจากระดับ 200-300 ล้านบาทต่อปีในปี 2557-2558 เป็น 500 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2559-2560 เนื่องจากการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจึงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้ต่ำกว่า 60% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า สภาพคล่องซึ่งสะท้อนได้จากอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมและอัตราส่วนกำไร (ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ต่อดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะอ่อนตัวลง อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำไรของบริษัท ในระหว่างปี 2558-2560 อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20% ในขณะที่อัตราส่วนกำไร (ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ต่อดอกเบี้ยจ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 5 เท่า

บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) (PREB)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

Latest Press Release

ทริส คอร์ปอเรชั่น จัดงานสัมมนา Thailand KM Network Forum 2019

ทริส คอร์ปอเรชั่น (TRIS) โดยความร่วมมือของเครือข่ายการจัดการความรู้ประเทศไทย กับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD)สถาบันคลังสมองของชาติ (KNIT) และสถาบันที่ปรึกษาด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (IKI-SEA)...

ฟิทช์ให้อันดับเครดิตแก่หุ้นกู้ด้อยสิทธิสกุลเงินบาทของ บล. เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ #BB-(tha)

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่ 'BB-(tha)' แก่หุ้นกู้ด้อยสิทธิ สกุลเงินบาท ของบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (หรือ KTBST; BB(tha)/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ)...

ภาพข่าว: เซ็นเพย์เดินหน้าแจกแสนอย่างต่อเนื่อง ช้อปปิ้งฟรีหลากหลายร้านค้าชั้นนำในเครือเซ็นทรัล

เซ็นเพย์เดินหน้าแคมเปญแจกแสนอย่างต่อเนื่องล่าสุด โดย คุณชนิดา พื้นแสน (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และคุณภัสสรา บัวเที่ยง (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด...

AECS ลุ้นกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน ส่งผลบวกต่อการลงทุน คัดหุ้นเด่น ชี้ SAWAD - MTC - AMANAH -AMATA-EASTW - GULF BGRIM-BPP และ GUNKUL โตโดดเด่น

บล.เออีซี ชี้ รอลุ้นกำหนดวันเลือกตั้ง เชื่อหากระบุวันที่ชัดเจน จะส่งผลบวกต่อภาพรวมของการลงทุน และ GDP ของประเทศ ด้านฝ่ายวิจัย คัดหุ้นเด่น SAWAD - MTC - AMANAH -AMATA-EASTW - GULF – BGRIM-BPP และ GUNKUL น่าจับตา...

ทีเอ็มบีรายงานกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 11,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน พร้อมเพิ่มอัตราส่วนสำรองฯ ต่อ NPL มาอยู่ที่ 152% เพื่อเตรียมรับ IFRS 9 และสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ

ทีเอ็มบีรายงานกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 11,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน พร้อมเพิ่มอัตราส่วนสำรองฯ ต่อ NPL มาอยู่ที่ 152% เพื่อเตรียมรับ IFRS 9 และสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ สำหรับปี 2562 ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ Get...

Related Topics