ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร และแนวโน้ม บ. วีนิไทย ที่ A-/Stable

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday March 12, 2015 10:36
กรุงเทพฯ--12 มี.ค.--ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงการที่บริษัทมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ Solvay S.A. (Solvay) แห่งประเทศเบลเยี่ยม และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตลอดจนส่วนต่างราคา (Spread) ที่แคบลงของสินค้าโพลีไวนิล คลอไรด์ (Polyvinyl Chloride -- PVC) และผลประกอบการที่อ่อนแอของธุรกิจอีพิคลอโรไฮดริน (Epichlorohydrine -- ECH) นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงการดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังของบริษัทในช่วงวัฎจักรขาลงของธุรกิจและการระงับการลงทุนโรงงานผลิต ECH ของบริษัทในประเทศจีนด้วย ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างรัดกุมและรักษาสภาพคล่องให้เพียงพออยู่เสมอ ทริสเรทติ้งมองว่าโอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตในช่วงนี้นั้นยังมีจำกัด ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อ่อนแอของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจจะถูกปรับลงในช่วง 6 เดือนถึง 18 เดือนข้างหน้า หากกระแสเงินสดซึ่งวัดด้วยค่า EBITDA ของบริษัทน้อยกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทวีนิไทยมีสถานะทางธุรกิจที่เข้มแข็งโดยบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่าย PVC จำนวน 2 รายในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท ได้แก่ Solvay และ PTTGC โดย Solvay ให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและการจำหน่ายสินค้าในตลาดต่างประเทศ ในขณะที่ PTTGC เป็นผู้จัดหาเอธิลีน (Ethylene) บริษัทมีโรงงานผลิต PVC ที่มีกระบวนการผลิตครบวงจรตั้งแต่กระบวนการแยกสารละลายด้วยไฟฟ้า (electrolysis) ของน้ำเกลือจนถึงกระบวนการพอลิเมอไรเซชันของ PVC ซึ่งทำให้บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคู่แข่ง ณ เดือนธันวามคม 2557 บริษัทมีกำลังการผลิต PVC ที่ระดับ 280,000 เมตริกตันต่อปี โซดาไฟที่ระดับ 366,000 เมตริกตันต่อปี ไวนิล คลอไรด์ โมโนเมอร์ (Vinyl Chloride Monomer -- VCM) ที่ระดับ 400,000 เมตริกตันต่อปี และ ECH ที่ระดับ 100,000 เมตริกตันต่อปี โดยโซดาไฟและคลอรีนที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งนำไปใช้ในการผลิต ECH และ PVC ของบริษัท

ธุรกิจของบริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของ Spread ระหว่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและวัตถุดิบ ตลอดจนการแข่งขันระหว่าง PVC ที่ผลิตจากเอทิลีนและ PVC ที่ผลิตจากถ่านหิน โดยที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ Spread อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรและกระแสเงินสดของบริษัท ในขณะที่การขึ้นราคาของสินค้า PVC นั้นถูกจำกัดด้วยสินค้า PVC ที่ผลิตจากต้นทุนที่ถูกกว่า

ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีผลประกอบการที่อ่อนแอลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งเพียงพอที่จะดำรงสถานะอันดับเครดิตในปัจจุบันเอาไว้ได้ ทั้งนี้ ความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทได้รับอานิสงค์จากการมีภาระหนี้สินที่ต่ำและกระแสเงินสดที่เพียงพอซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในช่วงธุรกิจขาลง

ในปี 2557 ผลประกอบการของบริษัทยังคงอ่อนแอถึงแม้ว่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายก็ตาม อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (อัตรากำไร) อยู่ที่ 9.1% เปรียบเทียบกับ 8.8% ในปี 2556 อัตรากำไรในระดับต่ำสะท้อนถึงการลดลงของ Spread ของสินค้า PVC และ ธุรกิจ ECH ที่ยังไม่มีกำไร

Spread ของสินค้า PVC มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 หลังจากราคาของเอทิลีนปรับลดลงอย่างมากตามราคาของน้ำมันดิบในเดือนกันยายน 2557 ราคาของเอทิลีนลดลงจากที่เคยสูงกว่า 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันมาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 ในขณะเดียวกัน ราคาของสินค้า PVC ก็ปรับตัวอ่อนลงเช่นกันแต่ลดลงช้ากว่าราคาของเอทิลีน ส่งผลทำให้ Spread ของสินค้า PVC นั้นกว้างขึ้น ซึ่งทำให้กำไรของบริษัทปรับสูงขึ้นและช่วยลดการแข่งขันจาก PVC ที่ผลิตจากถ่านหินลง อัตรากำไรของบริษัทในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 11.1% จาก 7.4% ในไตรมาสที่ 3

โครงสร้างทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งมากและใช้เป็นเงินสำรองได้เป็นอย่างดี ณ เดือนธันวาคม 2557 โครงสร้างหนี้ของบริษัทปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราหนี้สิ้นต่อโครงสร้างเงินทุนเท่ากับ 16.6% ลดลงจาก 17.5% ณ สิ้นปี 2556 บริษัทได้ดำเนินการชำระหนี้ล่วงหน้าในระหว่างปี 2556 และ 2557 ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระหนี้สิ้นและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้แก่บริษัท ภาระหนี้สินทั้งหมดของบริษัทลดลงเหลือ 3,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2557 จากระดับสูงสุดที่ 4,179 ล้านบาทในเดือนกันยายน 2556 อัตราหนี้สิ้นต่อโครงสร้างเงินทุนคาดว่าจะไม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากโครงการ ECH ถูกระงับและคาดว่าบริษัทจะยังไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ในปีหน้า บริษัทอาจจะชำระหนี้ล่วงหน้าอีกครั้งในปี 2558 ซึ่งจะทำให้การผ่อนชำระเงินกู้ยืมในปี 2559 ลดลง

สภาพคล่องของบริษัทถือว่ายังคงเพียงพอเนื่องจากบริษัทมีการสำรองเงินสดในปริมาณที่ค่อนข้างสูงและกระแสเงินสดยังอยู่ในเกณฑ์ดี บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงาน (FFO) ต่อเงินกู้รวมเท่ากับ 53.3% ในปี 2557 และมีอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ต่อดอกเบี้ยจ่ายเท่ากับ 10.8 เท่า ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะมี EBITDA มากกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปีตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า

บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) (VNT)
อันดับเครดิตองค์กร: A-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

Latest Press Release

คณะกรรมการและผู้บริหารไอแบงก์ เข้าเยี่ยมคาราวะจุฬาราชมนตรี

เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมการและรักษาการประธานกรรมการธนาคาร พร้อมด้วยนายวุฒิชัย สุระรัตน์ชัย ผู้จัดการธนาคาร นายชัยชาญ พลานนท์ กรรมการธนาคาร และนายมนต์ชัย รัตนเสถียร กรรมการธนาคาร...

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สำรองเงิน 625.9 ล้านบาท ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการสำรองเงินสด จำนวน 625.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา หรือ โทร...

ภาพข่าว: SET Social Impact Roundtable เวทีระดมความคิดเห็นพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน "SET Social Impact Roundtable" เวทีระดมความคิดเห็นจากบริษัทจดทะเบียน SE และองค์กรพันธมิตร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนและพัฒนา SE พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยมี ดั่งใจถวิล อนันตชัย...

คอร์น เฟอร์รี่ คาดการณ์ปี 2562 ไทยมีอัตราเงินเดือนขึ้น 5.5%

ข้อมูลคาดการณ์เงินเดือนของ คอร์น เฟอร์รี่ (รหัสในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: KFY) ระบุว่า ลูกจ้างในประเทศไทยจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนในปี พ.ศ. 2562 ราว 5.5% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จากรายงานคาดการณ์เงินเดือนทั่วโลกปี 2562 ของคอร์น เฟอร์รี่...

บล.ไทยพาณิชย์ พร้อมเสริฟ DW 12 รุ่น (Call Warrant) ต้อนรับปีใหม่ ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ปริมาณ Bid-Offer หนาราคาขยับตามหุ้นแม่ เริ่มซื้อขาย 24 มกราคม นี้

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ต้องการตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มจึงขอนำเสนอใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants : DW) ในหุ้นสามัญรุ่นใหม่ 12 รุ่น เพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ ทั้งนี้ DW...

Related Topics