สถาบันอาหาร เผยยอดส่งออกอาหารครึ่งปีแรก 4.7 แสนล้านบาท คาดแนวโน้มปี 59 โตร้อยละ 7

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday August 22, 2016 17:02
กรุงเทพฯ--22 ส.ค.--สถาบันอาหาร

สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยการส่งออกอาหารของไทยครึ่งปีแรกขยายตัวค่อนข้างดี อยู่ที่ร้อยละ 9.9 มูลค่า 474,847 ล้านบาท เหตุทั่วโลกประสบภัยแล้ง ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการส่งออก และตลาดอาเซียนยังเติบโตดีโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV สินค้าส่งออกหลักขยายตัวสูงทั้งปริมาณและมูลค่า อาทิ กุ้ง น้ำผลไม้ สับปะรดกระป๋อง น้ำตาลทราย นมพร้อมดื่ม และกะทิสำเร็จรูป เชื่อครึ่งปีหลังภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์อาหารในภาพรวม โดยเฉพาะสินค้าประมงไทย จะดีขึ้นหลังสหรัฐฯปรับสถานะของประเทศไทยมาอยู่ที่ระดับ Tier 2 คาดมูลค่าส่งออกอาหารของไทยทั้งปี 2559 จะเขยิบไปอยู่ที่ 972,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 สูงจากเดิมที่เคยประเมินไว้เมื่อต้นปีที่ ร้อยละ5.6

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยข้อมูลจากศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ถึงภาพรวมการส่งออกอาหารของไทยช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2559 มีมูลค่า 235,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่หลายประเทศประสบภัยแล้ง ทำให้มีความต้องการนำเข้าสินค้าอาหารเพื่อชดเชยผลผลิตพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพื้นฐานจำพวกข้าว แป้ง และน้ำตาล ประกอบกับค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในช่วง 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่เอื้ออำนวยต่อการส่งออก นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมกุ้ง รวมทั้งเศรษฐกิจและการค้าในกลุ่ม CLMV ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะอาหารเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับภาพรวมการส่งออกอาหารไทยในช่วง 6 เดือนแรก(ม.ค.-มิ.ย. 2559) มีมูลค่า 474,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าส่งออกหลักขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่าเกือบทุกกลุ่มสินค้า โดยมีสินค้าที่ขยายตัวสูง ได้แก่ กุ้ง น้ำผลไม้ สับปะรดกระป๋อง น้ำตาลทราย นมพร้อมดื่ม และกะทิสำเร็จรูป ตลาดส่งออกหลักขยายตัวสูงมากในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (+32.9%) ส่วนตลาดส่งออกอื่นๆ ขยายตัวดีในกลุ่มตลาดเดิม ได้แก่ ญี่ปุ่น (+9.0%) และสหรัฐฯ (+13.3%) เนื่องจากการส่งออกสินค้าหลัก อาทิ สับปะรด กระป๋อง กุ้งแช่แข็ง กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นหลังจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลายตัวลง ส่วนตลาดใหม่ที่เป็นตลาดที่มีขนาดตลาดรองลงไปส่วนใหญ่หดตัวลง ได้แก่ แอฟริกา (-6.1%) และตะวันออกกลาง (-14.2%) โดยมีสาเหตุจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง ขณะที่ตลาดจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 เนื่องจากการส่งออกสินค้าหลัก อย่างมันสำปะหลังที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ข้าวโพดในประเทศจีนมีราคาถูกและนำมาใช้ทดแทนมันสำปะหลังมากขึ้น รวมทั้งวัตถุดิบมันสำปะหลังของไทยมีปริมาณลดลงจากภัยแล้ง

"สำหรับแนวโน้มการส่งออกอาหารของไทยในครึ่งหลังของปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่า 497,153 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราขยายตัวต่ำกว่าในครึ่งปีแรก โดยการส่งออกในไตรมาสที่ 3 ปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่า 240,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 และการส่งออกในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะมีมูลค่า 256,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนการส่งออกสำคัญ ได้แก่ วัตถุดิบหลักโดยเฉพาะกุ้งที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก มีการขยายตัวของการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะ CLMV ประกอบกับสหรัฐฯ ปรับสถานะของประเทศไทยมาอยู่ที่ระดับ Tier 2 (Watch list) จากเดิมระดับ Tier 3 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ฯ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทยให้ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประมง รวมทั้งราคาสินค้าอาหารในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกหลักของไทยที่จะได้รับประโยชน์จากภาวการณ์ดังกล่าว ได้แก่ ข้าว น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม เป็นต้น"

นายยงวุฒิ กล่าวต่อว่า ภาพรวมการส่งออกอาหารของไทยทั้งปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่า 972,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยประมาณการไว้ในช่วงต้นปีที่มูลค่า 950,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5.6 เนื่องจากกุ้งและสับปะรด มีปริมาณผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการส่งออก หลายประเทศต้องการนำเข้าสินค้าอาหารมากขึ้น เพื่อชดเชยผลผลิตในประเทศที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งเช่นเดียวกับในช่วงครึ่งปีแรก และจะเอื้อต่อการส่งออกในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยใหม่ที่จะส่งผลกระทบด้านบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยในครึ่งปีหลัง คือ ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสินค้าประมงไทยมีแนวโน้มดีขึ้น รวมทั้งแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่จะส่งผลดีต่อสินค้าส่งออกหลักของไทย อาทิ ข้าว น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม เป็นต้น

สินค้าส่งออกหลักที่คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ำตาลทราย (+5.2%), ไก่ (+4.6%), ปลาทูน่ากระป๋อง (+6.2%), กุ้ง (+31.1%), น้ำผลไม้ (+28.7%), สับปะรดกระป๋อง (+21.0%), เครื่องปรุงรส (+9.3%), อาหารพร้อมรับประทาน (+3.7%), กะทิสำเร็จรูป (+18.8%), นมพร้อมดื่ม (+12.4%) ส่วนสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-3.7%) และมันสำปะหลัง (-9.3%)


Latest Press Release

โครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียร ซีซั่น 2 ธ.ไทยเครดิตฯ เข้าใกล้โค้งสุดท้ายจัดอบรมให้แก่ผู้ค้ารายย่อยใน จ.จันทบุรี และ จ.พิษณุโลก

โครงการ "พ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออม รู้วินัย ซีซั่น 2" ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายในปีนี้ จัดอบรมในพื้นที่ภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมนิว แทรเวิล ลอด์จ จ.จันทบุรี และในพื้นที่ภาคกลาง...

Gossip News: WHART เปิดจองหน่วยทรัสต์ ครั้งที่ 3

ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นผันผวน แบบนี้ การลงทุนในกองทรัสต์ ที่ให้ผลตอบแทนสูง และ คุ้มค่า นับว่าเป็นการตอบโจทย์นักลงทุนได้เป็นอย่างดี ซึ่งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART...

เคทีซี ชิลิโต้ เม็กซิกัน กริลล์ ฟาร์ม แฟคทอรี่ ให้สมาชิกสแกน QR Pay รับสิทธิพิเศษผ่านแอป KTC Mobile

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกบัตรเครดิต เคทีซี วีซ่า และ เคทีซี มาสเตอร์การ์ด ที่ใช้จ่ายโดยการสแกน KTC QR Pay ผ่านแอป "KTC Mobile" ตั้งแต่ 300...

ภาพข่าว: SONIC พบผู้ลงทุนในงาน Opportunity Day

ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ (กลางขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC) ผู้นำธุรกิจให้บริการการจัดการระบบโลจิสติกส์ แบบครบวงจร ระดับภูมิภาค คุณรนัท เลียวเลิศสกุลชัย กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัทแกรนด์ลิงค์ ลอจิสติคส์ จำกัด ในเครือ...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต โชว์ผลงาน Q1-Q3 ปี 61 โต 16% ก้าวสู่ 70 ปีแห่งรัก ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังความรัก สร้างสรรค์นวัตกรรมทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างการเติบโตโดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมก้าวสู่ "70 ปีแห่งรัก" ในปี 2562...

Related Topics