ส่งออกลดเพราะเงินบาทแข็งค่าจริงหรือ?

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday August 22, 2016 10:37
กรุงเทพฯ--22 ส.ค.--EXIM BANK
โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

ปัจจุบันเงินบาทที่แข็งค่าสุดในรอบ 1 ปี หรือแข็งค่าขึ้นราว 4% นับตั้งแต่ต้นปี 2559 กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทยมากขึ้นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าหลังประเทศมหาอำนาจหลายแห่ง อาทิ ยุโรป ญี่ปุ่น อังกฤษใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำและอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ประกอบกับเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจยิ่งซ้ำเติมภาคส่งออกไทยที่กำลังอยู่ในช่วงซบเซาให้แย่ลงอีก อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้อาจไม่ได้กระทบต่อการส่งออกมากอย่างที่หลายฝ่ายกังวล จากข้อสังเกตบางประการที่น่าสนใจ ดังนี้

  • เงินบาทเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค จากเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศที่ไหลเข้ามาทั่วภูมิภาค ทำให้สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกัน โดยเงินบาทที่แข็งค่า 4% ตั้งแต่ต้นปีสอดคล้องกับทิศทางค่าเงินของประเทศคู่ค้าและคู่แข่งสำคัญ อาทิ มาเลเซีย (แข็งค่าขึ้นกว่า 7%) เกาหลีใต้ (5.8%) สิงคโปร์ (5.2%) อินโดนีเซีย (5.2%) ไต้หวัน (5.1%) และเวียดนาม (1.9%) เป็นต้น ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นในบางช่วงเวลา แต่ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบต่อภาคส่งออกไทยมากนัก
  • ค่าเงินมีผลกระทบต่อการส่งออกไม่มากเหมือนในอดีต ในทางทฤษฎี แม้เงินบาทที่อ่อนค่าจะช่วยให้ราคาของสินค้าไทยถูกลงในสายตาต่างชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออก (Price Effect) ได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นของ Price Effect กลับมีผลต่อการส่งออกค่อนข้างน้อย สังเกตได้จากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจาก 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2556 จนทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 หรืออ่อนค่าราว 22% ในช่วง 3 ปี ซึ่งนับว่าอ่อนค่ากว่าค่าเงินคู่แข่งเกือบทุกสกุล แต่การส่งออกของไทยในช่วงดังกล่าวกลับหดตัว 3 ปีติดต่อกัน ขณะที่หลายประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามที่แม้ตั้งแต่ต้นปี 2559 เงินด่องจะแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกับเงินบาท แต่การส่งออกของเวียดนามยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันยังมีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่มีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกมากกว่าค่าเงิน อาทิ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและสอดคล้องกับ Global Megatrends เป็นต้น

แม้อัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไม่มากเหมือนเช่นอดีต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนยังมีผลต่อ "รายได้ในรูปเงินบาท" (Income Effect) ของผู้ส่งออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนี้

"ทางออกของผู้ส่งออกไทย"
แนวทางระยะสั้น : ป้องกันความเสี่ยงและปรับปรุงกระบวนการผลิต
  • ใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อาทิ การทำ Forward Contract การเปิดบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) การ Matching เงินได้กับค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสกุลเดียวกัน เป็นต้น
  • ช่วงที่เงินบาทแข็งค่าถือเป็นจังหวะที่ดีในการนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
แนวทางระยะยาว : เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าให้สอดคล้องกับ Global Megatrends เพื่อตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่
  • มุ่งเจาะตลาดส่งออกใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อขยายตลาดใหม่ๆ และกระจายความเสี่ยงจากตลาดส่งออกเดิม
  • มองหาช่องทางในการลงทุนต่างประเทศ เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ และลดข้อจำกัดของปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ

  • Latest Press Release

    ภาพข่าว: โครงการ GHB Strategic Synergy กับ บลจ.วรรณ

    นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายศักดา มาณวพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปฏิบัติการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการ GH B...

    THAC ขอเชิญเข้าร่วมอบรม หลักสูตรการบริหารการจัดการความขัดแย้ง

    สถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) ขอเชิญเข้าร่วมอบรม หลักสูตรการบริหารการจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management Program) ซึ่งผู้เข้าร่วมหลักสูตรนี้จะได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวการบริหารจัดการความขัดแย้ง นำไปปรับใช้ได้ทั้งในบริบทของการทำงาน ความสัมพันธ์...

    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN) เริ่มซื้อขาย 20 ก.พ. นี้

    บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ผู้ให้บริการร้านอาหารชั้นนำของไทย พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 20 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 3,900 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "ZEN" นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ...

    ภาพข่าว: ธอส.ร่วมกับ บลจ.วรรณ จัดทำความร่วมมือโครงการ GHB Strategic Synergy

    นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด(บลจ.วรรณ) และนายศักดา มาณวพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บลจ.วรรณ...

    โครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562

    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562...

    Related Topics