PwC ชี้องค์กรที่มีการบริหารความเสี่ยงจาก ปราการด่านแรก มีโอกาสทำรายได้-กำไรสูง

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Friday April 28, 2017 11:19
กรุงเทพฯ--28 เม.ย.--PwC ประเทศไทย

PwC เผยองค์กรที่มีผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานธุรกิจที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นแกนนำในการบริหารความเสี่ยง หรือ มีการกำกับดูแลความเสี่ยงตั้งแต่ปราการด่านที่ 1 จากทั้งหมด 3 ด่าน (Three lines of defense) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้และกำไร นอกจากนี้ พบธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่มีแนวทางการบริหารความเสี่ยงภัยคุกคามโลกไซเบอร์ที่ชัดเจน พร้อมแนะ 5 ขั้นตอนที่จะช่วยให้การบริหารจัดการความเสี่ยงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นาย ดีน ซีโมน หัวหน้าสายงาน Risk Assurance บริษัท PwC สหรัฐอเมริกา เปิดเผยถึงรายงานประจำปี Risk in review: Managing risk from the front line ที่ทำการสำรวจผู้บริหารมากกว่า 1,500 ราย จาก 30 อุตสาหกรรมชั้นนำในกว่า 80 ประเทศทั่วโลกว่า องค์กรที่มีการบริหารจัดการและควบคุมความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารความเสี่ยงเป็นด่านแรก (Front liners) มีโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรมากกว่าองค์กรที่ละเลยหรือไม่ได้มีการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบดังกล่าว

ซึ่งแนวคิดดังกล่าว ได้ถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องหลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 โดยรายงานระบุว่า ในอดีตการบริหารความเสี่ยงมักถูกจัดการโดยปราการด่านที่ 2 ขององค์กร (Second line of defense) นั่นคือ หน่วยงานความเสี่ยงและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ อย่างไรก็ดี รายงานของ PwC พบว่า มีผู้ถูกสำรวจเพียง 13% เท่านั้นที่องค์กรมีการบริหารความเสี่ยงจากปราการด่านแรก

"กุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรเติบโตไม่ใช่ความสามารถในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่คือการที่ผู้นำองค์กรต้องทำให้เรื่องของการบริหารความเสี่ยงเป็นคำสั่งและแนวทางที่ทุกภาคส่วนจะต้องนำไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และที่สำคัญที่สุด กลุ่มผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในแต่ละฝ่าย ผลสำรวจในปีนี้บอกเราว่า ผู้นำองค์กรควรเป็นแกนหลักในการบริหารความเสี่ยง และทำให้หน่วยงานบริหารความเสี่ยงเป็นหน่วยงานที่มีการทำงานร่วมกัน อีกทั้งมีการวัดผล ควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์ขององค์กร นอกจากนี้ เรายังเห็นการปรับแนวทางในการบริหารความเสี่ยงเพื่อรับกับปัจจัยเสี่ยงใหม่ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น การรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ แต่การขาดความพร้อมในการรับมือและวางแผนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน" นาย ซีโมน กล่าว

สอดคล้องกับรายงานที่ระบุว่า แม้ภัยไซเบอร์จะเป็นความเสี่ยงที่ทั่วโลกตระหนักดี แต่มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 9% เท่านั้น ที่มีวุฒิภาวะในการบริหารความเสี่ยงจากโลกไซเบอร์อยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการนำระเบียบปฏิบัติที่เหมาะสมมาใช้ในการป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว

นอกจากนี้ รายงานของ PwC ยังพบว่า บริษัทที่มีการบริหารจัดการและควบคุมความเสี่ยงที่นำโดยผู้บริหารและหน่วยธุรกิจตั้งแต่ปราการด่านแรก มีแนวโน้มที่จะบริหารความเสี่ยงในเรื่องอื่นๆ ได้ดีกว่าบริษัทที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบดังกล่าว โดยครอบคลุม 12 ด้าน ได้แก่ การเงิน การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ ผลประกอบการและความผันผวนของราคา การปฏิบัติการ ชื่อเสียง กลยุทธ์ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ เทคโนโลยี การบริหารทรัพยากรบุคคล บุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้ค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท และวัฒนธรรมองค์กรและแรงจูงใจ

ยกตัวอย่าง เช่น ในการสำรวจบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ พบว่า 63% ของบริษัทที่มีการบริหารจัดการและควบคุมความเสี่ยงตั้งแต่ปราการด่านแรก สามารถกอบกู้สถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่า เปรียบเทียบกับ 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอื่น

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของ PwC ยังได้แนะนำ 5 ขั้นตอนที่องค์กรควรนำมาพิจารณา เพื่อสร้างแนวทางในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่

1. ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กร ที่มีแบบแผนและมีการวัดผลได้ นำโดยผู้บริหารและกรรมการบริษัท

2. กำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขององค์กร โดยให้อำนาจการตัดสินใจแก่ผู้ที่มีความรับผิดชอบในแต่ละฝ่ายงาน และมั่นใจได้ว่าการบริหารความเสี่ยงถูกผนวกอยู่ในแผนกลยุทธ์และยุทธวิธีในการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

3. ปรับรูปแบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรทั้ง 3 ด่าน โดยให้ผู้รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของความเสี่ยงมีอำนาจในการตัดสินใจในด่านแรก ขณะที่ด่านที่สอง หรือ หน่วยงานความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ทำหน้าที่ควบคุม ดูแลปราการด่านแรก สำหรับผู้รับผิดชอบด่านที่สาม (Third line) หรือ หน่วยงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่กำกับและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นอิสระให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

4. กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงและเกณฑ์ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ขององค์กร รวมทั้งสื่อสารไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของแต่ละฝ่ายงานทั่วทั้งองค์กร

5. พัฒนาและปรับปรุงวิธีการรายงานความเสี่ยง เพราะการติดตามความเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจในด้านต่างๆ ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่อยู่ในเกณฑ์ที่องค์กรยอมรับได้

ด้าน นาย เจสัน เพ็ตท์ หัวหน้าสายงานตรวจสอบภายใน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการแก้ปัญหาการจัดการความเสี่ยง บริษัท PwC สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า "สิ่งสำคัญในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายงาน มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านต่างๆ เพื่อจัดโครงสร้างของการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการวางแนวกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญ ขั้นตอนกระบวนการ พร้อมทั้งมีผู้รับผิดชอบที่มีความพร้อมในการรับมือความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจนจะทำให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็จะกระตุ้นให้เกิดมุมมองและไอเดียใหม่ๆ ในการบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน"


Latest Press Release

ทีทีดับบลิว รับ รางวัลดีเด่น รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561

นางสาวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 (Sustainability Report Award 2018) ระดับดีเด่น จาก CSR Club และสถาบันไทยพัฒน์ ภายใต้การสนับสนุนของ ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย...

กยท. มอบเงินประกันอุบัติเหตุกลุ่มให้เกษตรกรชาวสวนยาง หวังเป็นหนึ่งทางบรรเทาทุกข์ ยามภาวะราคายางตกต่ำ

เมื่อเร็วๆนี้ นายประสิทธิ์ หมีดเส็น กรรมการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหาร กยท. ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดพัทลุง มอบเงินช่วยเหลือค่าสินไหมทดแทนการเสียชีวิตให้แก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางที่ทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม จำนวน 6 ราย...

ผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ในดัชนี FTSE SET Index Series สำหรับรอบทบทวนเดือนธันวาคม 2561

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ประกาศผลการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index Series มีผลวันที่ 24 ธันวาคม 2561เป็นต้นไป สรุปได้ดังนี้ - ดัชนี FTSE SET Large Cap Index มี 1...

ทันไหม? หา ตัวช่วย โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษี

วิถีมนุษย์เงินเดือนก็มักจะมึนๆ งงๆ หลงๆ ลืมๆ เพราะมีเรื่องต้องจัดการเยอะแยะ บ้างเร่งปิดจ็อบส่งงานก่อนจะหยุดพักยาวไปฉลองปีใหม่ วางแผนเตรียมเดินทางท่องเที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ ช้อปปิ้งของขวัญของฝาก และอื่นๆ...

เปิดดวงตา คนตาบอด ด้วยเทคโนโลยี และหัวใจ กับกิจกรรม รีด ฟอร์ เดอะ ไบลนด์ ให้ทุกการได้ยินคือการพัฒนา

"ดวงตา" เป็นอวัยวะที่สำคัญ และจำเป็นในการดำรงชีวิต การเรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อพัฒนาทักษะ และความคิดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นจากการอ่านหนังสือ หรือผ่านการมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว ท่านเคยคิดไหมว่า หากวันหนึ่งตาเรามองไม่เห็น เราจะเป็นอย่างไร และจะรับมือกับสถานการณ์...

Related Topics