อาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ประจำปีงบประมาณ 2018

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Friday August 18, 2017 16:33
กรุงเทพฯ--18 ส.ค.--คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์

อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (NYSE: BABA) รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2018 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2017

"อาลีบาบาเริ่มต้นปีงบประมาณ 2018 ได้อย่างมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความหลาก หลายทางธุรกิจ รวมถึงคุณค่าที่เรามอบให้ลูกค้าบนแพลตฟอร์มของเรา เทคโนโลยีของเราจะขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจต่างๆ ให้โดดเด่น และเสริมความแข็งแกร่งในจุดยืนของเราให้ก้าวไปไกลกว่าธุรกิจการค้าปลีก-ค้าส่ง" แดเนียล จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว "เราตื่นเต้นกับอนาคต ซึ่งเราจะเดินหน้าริเริ่มและขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันของธุรกิจต่าง ๆ ในระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอาลีบาบา"

"เรามีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสแรก ด้วยการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งสูงถึง 56% การเติบโตที่โดดเด่นของรายได้ด้านการบริหารจัดการลูกค้าแสดงถึงมูลค่าทางธุรกิจที่แตกต่างซึ่งเรามอบให้กับลูกค้า" แมกกี้ วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว "นี่คือความตั้งใจของเราที่จะเดินหน้าลงทุนกับโอกาสการเติบโตในระยะยาว ซึ่งการลงทุนบางส่วนได้มอบคุณค่าอย่างมากมายให้กับลูกค้าและนักลงทุนแล้ว"

ข้อมูลที่น่าสนใจจากผลประกอบการประจำปีงบประมาณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีดังต่อไปนี้

รายได้รวม 50,184 ล้านหยวน (7,403 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน

รายได้หลักจากธุรกิจการค้าปลีก–ค้าส่งเติบโตขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 43,027 ล้านหยวน (6,347 ล้านเหรียญสหรัฐ)

รายได้จากธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มขึ้น 96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 2,431 ล้านหยวน (359 ล้านเหรียญสหรัฐ)

รายได้จากธุรกิจสื่อดิจิทัลและบันเทิงเติบโตขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 4,081 ล้านหยวน (602 ล้านเหรียญสหรัฐ)

รายได้จากกลุ่มธุรกิจเชิงนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 645 ล้านหยวน (95 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ช่องทางค้าปลีกของอาลีบาบาในประเทศจีน มีลูกค้าที่ซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปีรวมกว่า 446 ล้านราย เพิ่มขึ้น 12 ล้านรายเมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560)

ยอดผู้ใช้งานที่เข้าถึงช่องทางค้าปลีกผ่านโทรศัพท์มือถือในประเทศจีนในแต่ละเดือน สูงถึง 529 ล้านคนในเดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2560 ถึง 22 ล้านคน

จำนวนลูกค้าบริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่จ่ายค่าบริการ เพิ่มขึ้นจาก 874,000 คนในไตรมาสก่อน เป็น 1,011,000 คน (ณ วันสิ้นสุดปีงบประมาณ 30 มิถุนายน 2560) บริษัทได้รายงานการขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวเป็นเงิน 532 ล้านหยวน (78 ล้านเหรียญสหรัฐ) ) หรือ 103 ล้านหยวน (15 ล้านเหรียญสหรัฐ) หากไม่นับรวมค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย ภาษี และการชำระหนี้

รายได้สุทธิอยู่ที่ 14,031 ล้านหยวน (2,070 ล้านเหรียญสหรัฐ) ส่วนรายได้จากการดำเนินการ 17,513 ล้านหยวน (2,583 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่รายได้ก่อนคำนวณดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ อยู่ที่25,124 ล้านหยวน (3,706 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับอัตรากำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 35% หรือคิดเป็น50% หากไม่รวมดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ ทั้งนี้ อัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ก่อนคำนวณดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ อยู่ที่ 63%

กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 5.65 หยวน (0.83 เหรียญสหรัฐ) ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลดที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป อยู่ที่ 7.95 หยวน (1.17 เหรียญสหรัฐ)

เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 25,311 ล้านหยวน (3,733 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่กระแสเงินสดที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป อยู่ที่ 22,149 ล้านหยวน (3,267 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานผลประกอบการฉบับเต็มของอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ที่
www.alizila.com/alibaba-group-announces-june-quarter-2017-financial-resultsq1-1718/

Latest Press Release

วีซ่า ประเทศไทย จัดแถลงข่าว เปิดโลกนวัตกรรมใหม่ใช้จ่ายผ่าน Visa QR Code ในประเทศไทย

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา วีซ่าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดการค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งนำไปสู่การปูทางสู่โลกแห่งนวัตกรรมและการชำระเงินระบบดิจิตอลใหม่ๆ มากมาย ในนามของ วีซ่า ประเทศไทย เรามีความยินดีขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานแถลงข่าว...

#ซาบีน่า เดินหน้าเพิ่มสภาพคล่อง ดึงสถาบันชั้นนำระดับโลกร่วมถือหุ้น-ยันอำนาจบริหารไม่เปลี่ยน

นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ได้เสนอขายหุ้นสามัญเดิมจำนวน 100 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 28.78ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ที่ราคา 25 บาทต่อหุ้น...

บทวิเคราะห์ราคาทองคำและ Gold Futures โดยคุณณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประจำพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561 (ภาคเช้า)

ราคาทองคำเคลื่อนตัวกรอบแคบเช่นเดิมระหว่าง 1,197 – 1,205 เหรียญ โดยที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง แต่ราคาทองคำกลับไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากเท่าไหร่นัก ยังคงติดบริเวณแนวต้าน 1,205 เหรียญ โดยที่เมื่อวานนี้ผลประชุมกนง. มีมติคงดอกเบี้ย...

การพบปะนักลงทุน (Roadshow) ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นหัวหน้าคณะจัดการประชุมพบปะนักลงทุนต่างชาติ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยและการลงทุน...

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 19 กันยายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 19 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,197.40-1,204.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,550 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส...

Related Topics