บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น เคาะราคา IPO หุ้นละ 7.70 บาท รุกขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและญี่ปุ่น หนุนการเติบโต

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Friday September 15, 2017 14:42
กรุงเทพฯ--15 ก.ย.--เอ็ม ที มัลติมีเดีย

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ผู้ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ (Holding Company) เคาะราคาจองซื้อหุ้น IPO 7.70 บาทต่อหุ้น หลังนักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการซื้ออย่างท่วมท้น เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 18-20 กันยายนนี้ และคาดเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ชูจุดเด่นด้านการบริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ และการเติบโตจากการขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายการลงทุนเป็น 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2563 ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยที่ COD แล้ว 1 โครงการ ปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 40 MW

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่นหรือ SSP ได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และแต่งตั้ง บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บล.ไทยพาณิชย์ จำกัด บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน) บล. ทิสโก้ จำกัด และ บล.ทรีนีตี้ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของ SSP ในครั้งนี้

นายภานพ อังศุสิงห์ ผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในนามตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังจากที่สำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 12-14 กันยายน 2560 ปรากฏว่านักลงทุนสถาบันได้แสดงความสนใจซื้อที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 7.70 บาท และมีความต้องการซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ จึงได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่หุ้นละ 7.70 บาท ซึ่งจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 18-20 กันยายนนี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

ปัจจุบัน SSP มีทุนจดทะเบียน 922,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 922,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนที่เรียกชำระแล้วทั้งสิ้น 691,625,000 บาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 276,375,000 หุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำนวน 230,375,000 หุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (Unity I. Capital Limited) จำนวน 46,000,000 หุ้น รวมคิดเป็นร้อยละ 30 ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้

สำหรับ SSP ดำเนินธุรกิจเป็นโฮลดิ้ง คอมปานี ที่เข้าลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มีธุรกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.ธุรกิจลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ 2.ธุรกิจลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เป็นต้น โดย SSP จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ระหว่างพัฒนาและโครงการในอนาคต นอกจากนี้จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ และชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP กล่าวว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเสริมสร้าง โซลาร์ ในจังหวัดลพบุรี ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 40 MW ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Non-Firm โดยมีอายุของสัญญา 5 ปี และต่ออายุได้คราวละ 5 ปี ซึ่งได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) 6.5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันที่เริ่ม COD และมีโครงการในประเทศไทยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่เริ่มก่อสร้างอีก 1 โครงการ คือ โครงการโซลาร์ อผศ. ในจังหวัดราชบุรี ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 5 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ที่ 4.12 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงคงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าตามอายุสัญญา 25 ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 4/61

ขณะเดียวกัน ได้เข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 5 โครงการ ผ่าน SEG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในฮ่องกง ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญารวมทั้งสิ้น 93 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญารวม 47 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบด้วย 1.โครงการฮิดะกะ ในจังหวัดฮอกไกโด ปริมาณพลังงงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 17 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ที่ 40 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงคงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าตามอายุสัญญา 20 ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 1/61 และ 2.โครงการยามากะ ในจังหวัดคุมาโมโต้ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 30 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบFiT ที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงคงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 20 ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ภายในไตรมาส 2/63

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP กล่าวว่า ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่เริ่มก่อสร้างมีจำนวน 2 โครงการ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญารวม 36 เมกะวัตต์ คือ 1.โครงการโซเอ็น ในจังหวัดคุมาโมโต้ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 6 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงคงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าตามอายุสัญญา 20 ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 4/61 และ 2.โครงการลีโอ ในจังหวัดชิซุโอกะ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 30 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง คงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 20ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 2/63

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาขั้นต้นอีก 1 โครงการ ได้แก่ โครงการยามากะ 2 ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญา 10.0 MW และได้อัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง คงที่ตลอดระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 20 ปี คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 2/63

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังได้เข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ในประเทศไทยอีก 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ SNNP 1 ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในจังหวัดสมุทรสาคร กำลังการผลิตติดตั้ง 384 กิโลวัตต์ และโครงการ SNNP 2 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่เริ่มก่อสร้างในจังหวัดราชบุรี กำลังการผลิตติดตั้ง 998 กิโลวัตต์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่อ้างอิงอัตราตามค่าไฟฟ้าฐานขายปลีกจาก กฟภ. และค่า Ft ขายปลีกเฉลี่ย โดยมีบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเป็นเวลา 25 ปี คาดว่าทั้ง 2 โครงการจะ COD ในไตรมาส 4/60

"เราให้ความสำคัญกับการลงทุนและพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าครบ 200 MW ภายในปี 2563 เพื่อยกระดับสู่บริษัทพลังงานชั้นนำแห่งเอเชีย โดยจะเป็นผู้ผลิตและจัดหาพลังงานที่ยั่งยืนควบคู่กับการส่งเสริมสนับสนุนสิ่งแวดล้อมที่สะอาดอย่างมั่นคงเพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคม" นายวรุตม์ กล่าว

นางสาวธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP กล่าวว่า บริษัทฯ มีจุดเด่นด้านความเชี่ยวชาญในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพและสม่ำเสมอ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเลือกสถานที่ตั้งโครงการ ที่จะต้องมีค่าความเข้มของแสงอาทิตย์ในระดับที่เหมาะสม มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ดี ไม่มีข้อจำกัดด้านการเชื่อมโยงระบบเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังบริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน

ทั้งนี้ SSP อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงมีนโยบายที่จะขยายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ธุรกิจออกแบบ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รับก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ธุรกิจผลิตและ/หรือจัดหาวัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงชีวมวล ให้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ ชีวมวล เป็นต้น


Latest Press Release

ก.ล.ต. เปิดเผยผู้ประกอบธุรกิจในชื่อ Financial.org ไม่ได้เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจในรายชื่อของ ก.ล.ต.

ก.ล.ต. เปิดเผยผู้ประกอบธุรกิจในชื่อ Financial.org ไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลเบาะแสจากผู้ลงทุนว่า เว็บไซต์ชื่อ...

ทรูมันนี่จัดเต็ม ออกแคมเปญ อิ่มท้อง ช้อปเพลิน สแกนจ่ายด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท รับเงินคืน 5 บาทต่อครั้ง

ทรูมันนี่ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่ วอลเล็ท เอาใจสายกิน ช้อป ปล่อยแคมเปญ อิ่มท้อง ช้อปเพลิน เพียงสแกนจ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ทขั้นต่ำ 30 บาท ในร้านค้าที่ร่วมรายการ รับเงินคืนทันที 5 บาทต่อครั้ง ขั้นตอนการเข้าร่วมเป็นไปอย่างง่ายดาย...

ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ที่ #A-/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) ที่ 'A-' พร้อมกับประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ที่ 'AAA (tha)'...

ภาพข่าว: ธ.ไทยเครดิต ฯ จัดงาน Thai Credit SME Customer Exclusive Dinner แทนคำขอบคุณลูกค้า Micro SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่ลูกค้า Micro SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเชิญอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา มาให้คำชี้แนะศาสตร์เสริมโชคด้านธุรกิจ ในงาน "Thai Credit SME Customer Exclusive Dinner"...

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 21 กันยายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 21 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,206.30-1,211.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,600 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,500 บาทต่อบาททองคำ...

Related Topics