กูรูทิสโก้เตือนจับตา Bond Yield สหรัฐฯ หวั่นกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานหากพุ่งสูงเกิน 2.5%

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday September 21, 2017 11:09
กรุงเทพฯ--21 ก.ย.--ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป

กูรูทิสโก้เตือนจับตาผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หากพุ่งเกิน 2.5% อาจเริ่มกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐาน หลัง Fed ประกาศลดงบดุลดันเงินดอลลาร์แข็งค่า แถมจ่อขึ้นดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2560-2561 แนะโยกเงินลงหุ้นญี่ปุ่น ยุโรป เลี่ยงสินค้าโภคภัณฑ์

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้(Mr.Komsorn Prakobpol, Head of Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมามีมติให้ให้เริ่มดำเนินการลดขนาดงบดุลในเดือนต.ค.ตามคาด ในขณะเดียวกัน Fed ยังย้ำว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2560 และปรับขึ้นอีก 3 ครั้งปี 2561 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มกลับมาฟื้นตัวหรือแข็งค่าขึ้น

ทั้งนี้ Bond Yield ของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551 มีส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นมาซื้อขายที่ระดับ Valuation ที่สูงกว่าในอดีต ดังนั้น ทิศทางของ Bond Yield สหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นต่อไป

โดยปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อ Bond Yield ต่อไป ได้แก่ 1) การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งหากเงินเฟ้อยังส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว ก็จะส่งผลให้ตลาดประเมินโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น และ 2) การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งเราคาดว่า ECB จะประกาศลด QE ซึ่งจะส่งผลให้ Bond yield ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

"Bond Yield สหรัฐอเมริกาที่ทยอยเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.2% อาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อ Valuation ของตลาดหุ้นมากนัก แต่เราประเมินว่า หาก Bond Yield ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าระดับ 2.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันเริ่มลดลง และส่งผลให้เงินเฟ้อลดลงมาทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ก็อาจส่งผลกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐาน" นายคมศร กล่าว

อย่างไรก็ตาม Bond Yield สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้น ประกอบกับความคาดหวังต่อนโยบายปฏิรูปภาษีที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภา Congress ในช่วงไตรมาส 4 นี้ จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากที่อ่อนค่าลงมาต่อเนื่องในปี 2560 เราแนะนำให้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น และอาจซื้อเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้ และแนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน และโลหะอุตสาหกรรม ซึ่งจะถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า


Latest Press Release

คณะกรรมการและผู้บริหารไอแบงก์ เข้าเยี่ยมคาราวะจุฬาราชมนตรี

เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 นายนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมการและรักษาการประธานกรรมการธนาคาร พร้อมด้วยนายวุฒิชัย สุระรัตน์ชัย ผู้จัดการธนาคาร นายชัยชาญ พลานนท์ กรรมการธนาคาร และนายมนต์ชัย รัตนเสถียร กรรมการธนาคาร...

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สำรองเงิน 625.9 ล้านบาท ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการสำรองเงินสด จำนวน 625.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา หรือ โทร...

ภาพข่าว: SET Social Impact Roundtable เวทีระดมความคิดเห็นพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน "SET Social Impact Roundtable" เวทีระดมความคิดเห็นจากบริษัทจดทะเบียน SE และองค์กรพันธมิตร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนและพัฒนา SE พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยมี ดั่งใจถวิล อนันตชัย...

คอร์น เฟอร์รี่ คาดการณ์ปี 2562 ไทยมีอัตราเงินเดือนขึ้น 5.5%

ข้อมูลคาดการณ์เงินเดือนของ คอร์น เฟอร์รี่ (รหัสในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: KFY) ระบุว่า ลูกจ้างในประเทศไทยจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนในปี พ.ศ. 2562 ราว 5.5% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จากรายงานคาดการณ์เงินเดือนทั่วโลกปี 2562 ของคอร์น เฟอร์รี่...

บล.ไทยพาณิชย์ พร้อมเสริฟ DW 12 รุ่น (Call Warrant) ต้อนรับปีใหม่ ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ปริมาณ Bid-Offer หนาราคาขยับตามหุ้นแม่ เริ่มซื้อขาย 24 มกราคม นี้

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ต้องการตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มจึงขอนำเสนอใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants : DW) ในหุ้นสามัญรุ่นใหม่ 12 รุ่น เพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ ทั้งนี้ DW...

Related Topics