บจ. mai ไตรมาส 3 ยอดขายรวม 40,432 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.99%

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Wednesday November 22, 2017 17:22
กรุงเทพฯ--22 พ.ย.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผลการดำเนินงานของ บจ. mai ไตรมาส 3 ปี 2560 มียอดขายรวม 40,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.99% ขณะที่กำไรสุทธิรวม 594 ล้านบาท ลดลง 56.72% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากมีรายการพิเศษเกิดขึ้น พบกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตของทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ คือ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 141 บริษัท จากทั้งหมด 145 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC) นำส่งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2560 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 พบ บจ. มีกำไรสุทธิจำนวน 98 บริษัท คิดเป็น 69.50% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยมียอดขายรวม 40,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.99% ต้นทุนรวม 31,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.33% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.20% เป็น 22.65% ส่วนกำไรสุทธิรวม 594 ล้านบาท ลดลง 56.72% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

" ผลการดำเนินงานของ บจ. mai ไตรมาสนี้ ยังพบการเติบโตของยอดขาย แต่มีต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงบาง บจ. มีบันทึกขาดทุนจากรายการพิเศษ ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง หากไม่นับรวมรายการพิเศษดังกล่าว พบว่ากำไรสุทธิยังเติบโตอยู่ที่ 8.16% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า 7 ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมมียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้นด้วย ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดย 5บจ. ที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาสนี้ คือ บมจ. บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) , บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) , บมจ. เอสจีเอฟ แคปปิตอล (SGF) , บมจ. 2 เอส เมทัล (2S) และ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ตามลำดับ" นายประพันธ์กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก บจ. mai มียอดขายรวม 114,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.12% ต้นทุนขายรวม 88,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.09% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก24.29% เป็น 22.96% กำไรสุทธิรวม 2,920 ล้านบาท ลดลง 34.37%

หากพิจารณาโครงสร้างเงินทุนรวมของ บจ. mai พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแรง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio อยู่ในระดับ 1.03 เท่า ในขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ในระดับ1.07 เท่า

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 145 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 562.36 จุด ลดลง 8.75% จากต้นปี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 338,518 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 2,366 ล้านบาทต่อวัน


Latest Press Release

ภาพข่าว: โครงการ GHB Strategic Synergy กับ บลจ.วรรณ

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายศักดา มาณวพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปฏิบัติการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการ GH B...

THAC ขอเชิญเข้าร่วมอบรม หลักสูตรการบริหารการจัดการความขัดแย้ง

สถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) ขอเชิญเข้าร่วมอบรม หลักสูตรการบริหารการจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management Program) ซึ่งผู้เข้าร่วมหลักสูตรนี้จะได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวการบริหารจัดการความขัดแย้ง นำไปปรับใช้ได้ทั้งในบริบทของการทำงาน ความสัมพันธ์...

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN) เริ่มซื้อขาย 20 ก.พ. นี้

บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ผู้ให้บริการร้านอาหารชั้นนำของไทย พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 20 ก.พ. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 3,900 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "ZEN" นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ...

ภาพข่าว: ธอส.ร่วมกับ บลจ.วรรณ จัดทำความร่วมมือโครงการ GHB Strategic Synergy

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด(บลจ.วรรณ) และนายศักดา มาณวพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บลจ.วรรณ...

โครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562...

Related Topics