อินโดรามา เวนเจอร์สและบริษัท Huvis มีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในสหรัฐฯ

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday January 16, 2018 11:44
กรุงเทพฯ--16 ม.ค.--อินโดรามา เวนเจอร์ส

ขยายความสามารถที่เกื้อหนุนกันระหว่างบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์สและ Huvis เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าและเร่งการเติบโตที่ให้ผลกำไร

เกื้อหนุนความเป็นผู้นำตลาดในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดเส้นใยที่มีค่าหลอมเหลวต่ำ (Low Melting Fiber) ในสหรัฐอเมริกาที่มีการปรับลดอัตราภาษี

เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของทั้งสองบริษัทและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมหลัก พร้อมสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในอนาคต

ก่อให้เกิดการเกื้อหนุนและประโยชน์ด้านการประหยัดต้นทุนอย่างมาก
คาดว่า การร่วมทุนนี้จะเริ่มจัดตั้งในปี 2561 และเริ่มดำเนินงานในปี 2562

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกและบริษัท Huvis Corporation (HC) ประเทศเกาหลีใต้ ประกาศเจตนารมณ์ที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 50:50 เพื่อพัฒนา ก่อสร้างและดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตเส้นใยที่มีค่าหลอมเหลวต่ำ (Low Melting Fiber หรือ LMF) ในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับที่ตั้งของโรงงานแห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะเริ่มจัดตั้งในปี 2561 และเริ่มดำเนินงานในปี 2562 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและการขออนุมัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะผลิตเส้นใย LMF มีกำลังการผลิต 60,000 ตันต่อปี เส้นใย LMF นิยมนำมาใช้เป็นเส้นใยที่ช่วยยึดติดหรือเชื่อมเส้นใยเข้าด้วยกันในรูปแบบ core-sheath เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) สำหรับยานยนต์ วัสดุคอมโพสิตที่ใช้ในอุตสาหกรรม อาทิ วัสดุสำหรับบุด้านใน ฉนวนกันความร้อน ไส้กรอง ฉนวนกันเสียงในยานยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใช้ความร้อนเป็นตัวเชื่อมเส้นใย ปริมาณเส้นใย LMF ที่ผลิตได้ในช่วงแรกจะถูกจัดจำหน่ายภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการปรับลดอัตราภาษีอากร และคาดว่าในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่จัดจำหน่ายเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคใกล้เคียง ยอดขายเส้นใย LMF มีการเติบโตในอัตราร้อยละ 8 ต่อปี โดยมีปัจจัยมาจากการที่ผู้ผลิตในตลาดมีการเปลี่ยนวิธีการเชื่อมเส้นใยจากเดิมที่ใช้การยึดติดด้วยเคมีเปลี่ยนเป็นการเชื่อมยึดด้วยความร้อนแทน

เจตนารมณ์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ มาจากความสำเร็จของอินโดรามา เวนเจอร์สในการดำเนินกลยุทธ์การบูรณาการไปยังวัตถุดิบหลักและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีการผลิตที่ดีที่สุดและฐานลูกค้าในภูมิภาคของบริษัท Huvis ประกอบกับความสามารถในการบริหารงานทั่วโลก รวมทั้งตำแหน่งด้านต้นทุนและการผลิตที่แข็งแกร่งของอินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองบริษัทสามารถนำเสนอคุณค่าที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าผ่านขนาดและความสามารถในการให้บริการ จากการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทดังกล่าว ลูกค้าจึงมั่นใจได้ถึงความมั่นคงในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่ดีเยี่ยม

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "เรารู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับบริษัท Huvis และพัฒนาความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นยุทธ์ศาสตร์สำหรับทั้งอินโดรามา เวนเจอร์สและ Huvis เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำในภูมิภาคและวางตำแหน่งที่ดีเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตอย่างมากภูมิภาคนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับทั้งสองบริษัทที่จะส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างให้แก่ลูกค้า ตลอดจนนำเสนอโซลูชั่นด้านเส้นใยและคอมโพสิตใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกสู่ตลาด"

นาย Shin, You Dong ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Huvis กล่าว "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับอินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มเติมในอเมริกาเหนือ ซึ่งถือเป็นตลาดหลักสำหรับธุรกิจเส้นใย LMF ในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดเส้นใย LMF เรามีการดำเนินงานตามกลยุทธ์การปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับบริบทของท้องถิ่น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าหลักได้ดียิ่งขึ้นบนพื้นฐานของประสิทธาพและความได้เปรียบด้านต้นทุน เราจะยังคงร่วมมืออย่างต่อเนื่องและขยายความสัมพันธ์กับอินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อมองหาโอกาสเกื้อหนุนอื่นๆเพิ่มเติม รวมทั้งมองหาตลาดเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่น่าสนใจและมีแนวโน้มในการเติบโตเพิ่มเติมในอนาคต"


Latest Press Release

กลุ่มทิสโก้เผยผลงานไตรมาส 1 ปี 2562 กำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท

กลุ่มทิสโก้เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 กำไรสุทธิจำนวน 1,730 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากไตรมาส 1 ปี 2561 จากการลดลงของกำไรพิเศษจากเงินลงทุน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง...

J กำหนดราคาเพิ่มทุน RO 1.06 บ./หุ้น ควบออก J-W1 รับแผนพัฒนาโครงการ The Jas Amata Nakorn

เจเอเอส แอสเซ็ท หรือ J ผู้พัฒนาโครงการศูนย์การค้า ภายใต้ชื่อ "The Jas" ประกาศแผนเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ RO จำนวน 400,705,844 หุ้น ในราคา 1.06 บ./หุ้น อัตราส่วนการจองซื้อ 1.2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ เปิดจองซื้อ 27-31 พ.ค.62 ควบคู่กับการออก J-W1...

EA ฉลองปีใหม่ไทยกดสวิตซ์ COD โรงไฟฟ้าหนุมาน 10 กำลังผลิตเพิ่มอีก 80 MW ส่งผลพลังงานลมจ่ายไฟครบ 260 MW รวมแดดและลมได้ 664 MW หนุนผลงานปีนี้ทุบสถิตินิวไฮต่อไป

EA กดสวิตซ์จ่ายไฟฟ้าโครงการหนุมาน 10 เข้าระบบเชิงพาณิชย์ 80MW ในวันปีใหม่ไทย 13 เม.ย.นี้ ส่งผลให้จ่ายไฟได้ครบทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 260 WM ดันกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และลม รวม 664 MW เข้าเป้าหมาย...

ผถห. MTC ไฟเขียวออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นลบ. รองรับแผนขยายธุรกิจ-ลุยปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พร้อมเคาะจ่ายปันผล 0.26 บาท/หุ้น ในวันที่ 15 พ.ค.นี้

ผู้ถือหุ้น MTC ผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์-นาโนไฟแนนซ์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย อนุมัติออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านบาท รองรับแผนขยายธุรกิจ ลุยปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พร้อมเคาะจ่ายเงินปันผล 0.26 บาท/หุ้น ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ บิ๊กบอส...

ทีเอ็มบีมุ่งขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Get MORE with TMB ส่งผลให้เงินฝากเติบโตต่อเนื่อง ด้านสินเชื่อยังเน้นความรอบคอบ บริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย และมีกำไรสุทธิที่ 1,579 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2562

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 โดยธนาคารสามารถขยายฐานเงินฝากมาอยู่ที่ 6.61 แสนล้านบาท หรือเติบโต 1.8% จากไตรมาสที่แล้ว ตามการขยายตัวของเงินฝากลูกค้ารายย่อย ด้านสินเชื่ออยู่ที่ 6.87 แสนล้านบาท...

Related Topics