ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกและการโจมตีค่าเงิน

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday June 25, 2018 11:12
กรุงเทพฯ--25 มิ.ย.--คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

เตือน เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets และอาเซียนบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อาร์เจนตินา บราซิล ตุรกี รัสเซีย มีความเสี่ยงถูกโจมตีค่าเงินและตลาดการเงินอีก ขณะที่ไทยยังมีความเสี่ยงต่ำแต่ยังต้องเผชิญกระแสเงินทุนระยะสั้นไหลออกอีกระยะหนึ่ง อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 33.50-34.00 ในไตรมาสสามได้ เงินบาทอ่อนลงส่งผลดีต่อภาคส่งออกไม่มากนักเพราะมีความผันผวนสูง และ ค่าเงินกลุ่มประเทศคู่แข่งใน Emerging Markets ก็ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกัน

ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยสำคัญ การปรับตัวลดลงและการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ของราคาหุ้นจึงเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ การทำ QE Exit และ ความวิตกกังวลเรื่องสงครามการค้า

ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนการประเมินตัวเลขจีดีพีโดยมองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี พ.ศ. 2561 ยังคงอยู่ที่ 4.1-4.7% อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่1.0-1.5% เนื่องจากผลของสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯระยะสั้นและระยะปานกลางยังคงมีทั้งผลบวกและผลลบต่อภาคส่งออกของไทย ส่วนหากปล่อยให้สงครามการค้ายืดเยื้อจะเกิดความเสียหายต่อปริมาณการค้าโลกและกระทบสุทธิต่อภาคส่งออกไทยเป็นลบ

14.00 น. 24 มิ.ย. 2561 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป

ผศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การไหลออกของเงินทุนระยะสั้นและการโจมตีค่าเงิน ว่า เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ Emerging Markets และอาเซียนบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อาร์เจนตินา บราซิล ตุรกี รัสเซีย มีความเสี่ยงถูกโจมตีค่าเงินและตลาดการเงินอีก เงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้นในตลาดการเงินไหลออกกลับสหรัฐอเมริกาซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้และเศรษฐกิจโดยภาพรวมขยายตัวอย่าง

แข็งแกร่ง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯอยู่ที่ระดับ 2.5% ภาวะดังกล่าวทำให้ค่าเงินของประเทศในกลุ่ม Emerging Markets อ่อนตัวถ้วนหน้าโดยเฉพาะประเทศที่มีการฐานะดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอและมีทุนสำรองระหว่างประเทศไม่สูงนัก รวมทั้งมีระดับเงินเฟ้อสูง ประเทศไหนที่มีเงินไหลออกมากๆจะเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีค่าเงินได้อีก บางประเทศอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดการไหลออกของเงินทุน อย่างประเทศฟิลิปปินส์ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ระดับ 3.5% เพื่อสกัดเงินไหลออกและเงินเฟ้อ

ขณะที่บางประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอจะอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากหากต้องตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่

ขณะที่เงินบาทไทยยังมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกโจมตีเพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง เงินเฟ้อต่ำและยังคงเกินดุลการค้าและเกินดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ยังต้องเผชิญกระแสเงินทุนระยะสั้นไหลออกอีกระยะหนึ่ง อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 33.50-34.00 ในไตรมาสสามได้ เงินบาทอ่อนลงส่งผลดีต่อภาคส่งออกไม่มากนักเพราะมีความผันผวนสูง และ ค่าเงินกลุ่มประเทศคู่แข่งใน Emerging Markets ก็ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกัน และตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแต่อย่างใด หากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน เงินยังคงไหลออกจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ทางการไทยอาจต้องพิจารณาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี

ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยสำคัญ การปรับตัวลดลงและการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ของราคาหุ้นจึงเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ การทำ QE Exit และ ความวิตกกังวลเรื่องสงครามการค้า ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิไปแล้ว 165,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้ หากรวมยอดขายสะสมสุทธิที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ที่เริ่มมีเงินทุนระยะสั้นไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ จะได้ยอดขายสะสมทั้งหมดที่สูงถึง 498,000 ล้านบาท ตอนนี้ นักลงทุนต่างชาติมีน้ำหนักหุ้นไทยเฉลี่ยที่ 2.8% ซึ่งใกล้เคียงกับน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI Asia ex. Japan Index ที่ 2.6% แรงขายเพิ่มเติมจะเกิดจากการลดน้ำหนักการลงทุนของกองทุนต่างชาติในตลาดเกิดใหม่ ส่วนปัจจัยภายในของไทยที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายจะเป็นผลมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ความเสี่ยงทางการเมืองมากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

คณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนการประเมินตัวเลขจีดีพีโดยมองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี พ.ศ. 2561 ยังคงอยู่ที่ 4.1-4.7% อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่1.0-1.5% เนื่องจากผลของสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯระยะสั้นและระยะปานกลางยังคงมีทั้งผลบวกและผลลบต่อภาคส่งออกของไทย ส่วนหากปล่อยให้สงครามการค้ายืดเยื้อจะเกิดความเสียหายต่อปริมาณการค้าโลกและกระทบสุทธิต่อภาคส่งออกไทยเป็นลบ โดยในปี พ.ศ. 2561 ดุลการค้ายังคงเกินดุลต่อเนื่องที่ระดับ 29-30 พันล้านดอลลาร์ คาดว่าจะมีการเร่งตัวของการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าทุน สะท้อนการฟื้นตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนโดยคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3-4% อย่างไรก็ตาม ภาคการลงทุนจะชะลอตัวลงทันทีหากประเทศไทยไม่สามารถจัดการเลือกตั้งหรือกลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้ในช่วงต้นปีหน้า การบริโภคเอกชนจะขยายตัวได้ในระดับ 3% การลดลงของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยไม่ได้ส่งผลให้ภาคบริโภคกระเตื้องขึ้นมากนักเพราะมีการชะลอการสร้างหนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในปี พ.ศ. 2018 การก่อหนี้เพื่อการบริโภคต่ำกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ สถาบันการเงินมีความเข้มงวดเพิ่มขึ้นในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค ครัวเรือนหนี้สูงมีแนวโน้มชะลอก่อหนี้ใหม่

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะเป็นการเติบโตที่ยังกระจุกตัวในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกของบรรษัทข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น ขณะเดียวกันรายได้และผลประโยชน์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายมายังกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กและประชาชนโดยทั่วไปมากนัก

ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรบางตัวปรับตัวลดลงมากทำให้กำลังซื้อในภาคชนบทไม่ดีนัก

ตารางตัวเลขเศรษฐกิจโลก การคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี พ.ศ. 2561
2557                                       2558   2559   2560F     2561F
(พย.60 )   (มิ.ย. 61)
เศรษฐกิจโลก(%)                             3.6     3.4     3.2       3.6         3.9
สหรัฐอเมริกา                                 2.6     2.9     1.5       2.2         2.5
ยูโรโซน                                     1.3     2.0     1.8       2.1         1.9
ญี่ปุ่น                                       0.3     1.1     1.0       1.5         0.7
จีน                                         7.3     6.9     6.7       6.8         6.5
ปริมาณการค้าโลก(%)                           3.4     2.8     2.6       4.2         4.0
อัตราแลกเปลี่ยน(บาท/ดอลลาร์ สรอ.) – เฉลี่ย       32.48   34.29   35.29     33.3       33.5-34.50
ราคาน้ำมันดิบดูไบ(ดอลลาร์ สรอ./บาร์เรล) – เฉลี่ย   96.5   50.9   41.4       50-60       55-65
ราคาส่งออก ดอลลาร์ สรอ. (%)                 - 1.0   -4.1   -0.4       0.5-1.5     1.5-2.0
ราคานำเข้า ดอลลาร์ สรอ. (%)                 - 1.8   -10.8   -2.7       2.5-3.5     2.0-3.0
จำนวนนักท่องเที่ยว(ล้านคน)                     24.8   1.54   1.76       35-36       37-39

ที่มา : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป คณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต/สศช /อนุสรณ์ ธรรมใจ Forecast


Latest Press Release

Gossip News: TIGER ขยัน! คว้างานต่อเนื่อง

ผู้บริหารฝีมือดีไม่มีตกอย่าง "จตุรงค์ ศรีกุลเรืองโรจน์" CEO บมจ.ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง (TIGER) ขยันฝุด-ฝุด...รับหมดไม่เคยเกี่ยงงานได้ทั่วทุกภูมิภาคทั้งเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก...รับงานต่อเนื่องแบบนี้ทั้งปี สมกับชื่อหุ้นซะจริงๆ ลุยทุกสถานการณ์...

ภาพข่าว: TQM พบนักลงทุน (Opportunity Day)

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา (กลาง) ประธานกรรมการ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณสมพร อำไพสุทธิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีการเงิน บมจ. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น หรือ TQM ผู้นำธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย...

ภาพข่าว: ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดงานสัมมนา ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดงานสัมมนา "ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน" ภายใต้โครงการ "การบริหารความเสี่ยง FX (อัตราแลกเปลี่ยน) ของ SMEs ระยะที่ 2" ซึ่งเป็นโครงการร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม...

XO โชว์สตอรี่ใหม่ปี 62 เจาะตลาดซอสส่งออกเพิ่ม ดันกำไรพุ่ง วางงบลงทุนปีนี้ 130 ลบ. เป้ารายได้โต 10-15%

XO ลั่น ผลงานปี 62 ไม่ธรรมดา ปักธงรายได้โต 10-15% จากรับรู้ผลการปรับราคาขายใหม่เข้ามาเต็มปีในปีนี้ บุกตลาดซอสส่งออก ที่เป็นสินค้าดาวเด่นมาร์จิ้นสูง ขยายไปยังลูกค้ากลุ่มเดิม และลูกค้ากลุ่มใหม่ รับอานิสงส์ล็อกต้นทุนวัตถุดิบหลักที่มีราคาต่ำ...

ก.ล.ต. ขอให้คณะกรรมการ IFEC เร่งจัดทำงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย

ก.ล.ต. ขอให้คณะกรรมการชุดใหม่ของ IFEC เร่งดำเนินการให้บริษัทและบริษัทย่อยจัดทำงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีโดยเร็ว ตามที่บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่...

Related Topics