ผลสำรวจวีซ่า เผย คนไทยเที่ยวบ่อยกว่านักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉลี่ย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday July 5, 2018 15:26
กรุงเทพฯ--5 ก.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์

การเข้าใจถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยว ช่วยปลดล็อคศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้

หากกล่าวถึงการวางแผนท่องเที่ยวในอีกสองปีข้างหน้า ผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) เผยให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยเตรียมขึ้นแท่นเดินทางไปต่างประเทศบ่อยที่สุดในโลกหากเทียบกับค่าเฉลี่ย โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก และผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าคนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นแต่จำนวนวันในแต่ละทริปกลับน้อยลง

ทั้งนี้ผลวิจัยยังระบุว่าสถิติคนไทยท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศเติบโตนำประเทศอื่นๆ ด้วยจำนวนแผนการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.9 ทริปภายในปี 2562 ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (2.8 ทริป) และนักท่องเที่ยวเฉลี่ยทั่วโลก (2.7 ทริป) อย่างไรก็ดีผลวิจัยกลับชี้ให้เห็นว่าจำนวนวันในแต่ละทริปลดน้อยลง ปัจจุบันจำนวนวันเฉลี่ยต่อทริปทั่วโลกอยู่ที่ 8 คืนต่อทริป ซึ่งลดลงจาก 10 คืนในปี 2556 และ 9.5 คืนในปี 2558 โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยวางแผนจะเที่ยวเพียง 5 คืนต่อทริปซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า "ด้วยขนาดและความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น ทำให้เรายิ่งต้องศึกษาและวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมและรูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มศักยภาพและประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย"

ตัวเลขจาก สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก หรือ World Travel & Tourism Council (WTTC) ระบุว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโตให้แก่เศรษฐกิจโลกเป็นมูลค่าถึง 272 ล้านล้านบาท ในปี 2560 หรือมากกว่า 10.4 เปอร์เซ็นต์จากดัชนีจีดีพีโลก ซึ่งสอดคล้องเป็นอย่างมากกับประเทศไทยที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีมูลค่า 3.2 ล้านล้านบาท หรือ 21.2 เปอร์เซ็นต์ของดัชนีจีดีพีทั้งหมดในปี 2560 และคาดว่าจะโตมากถึง 7.4 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี 2561 นี้

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก (13 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (18 เปอร์เซ็นต์) ขณะเดียวกันห้าจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยในสองปีที่ผ่านมาคือ ญี่ปุ่น (64 เปอร์เซ็นต์) ฮ่องกง (37 เปอร์เซ็นต์) สิงคโปร์ (29 เปอร์เซ็นต์) เกาหลีใต้ (21 เปอร์เซ็นต์) และจีน (16 เปอร์เซ็นต์) โดยสี่ประเทศแรกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักในอีกสองปีข้างหน้า ยกเว้นประเทศจีนที่คาดว่าจะยกอันดับให้แก่ออสเตรเลียแทน

นอกจากนี้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ในปี 2560 ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการวางแผนและนำทางในขณะท่องเที่ยว ซึ่งมากขึ้นจาก 78 เปอร์เซ็นต์ในปี 2558 หากพูดถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายระหว่างทริป เงินสดยังคงเป็นทางเลือกหลัก (52 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่คนไทยเลือกที่จะใช้ทั้งเงินสด (52 เปอร์เซ็นต์) บัตรเครดิตและเดบิต (33 เปอร์เซ็นต์) ดิจิตอลวอลเล็ต (11 เปอร์เซ็นต์) และอื่นๆ (4 เปอร์เซ็นต์) คละกันไป

ในระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกถือได้ว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่สุดที่เลือกใช้ ดิจิตอลวอลเล็ต (20 เปอร์เซ็นต์) ในขณะเดินทาง ตามมาด้วย แอฟริกาตะวันตก (11 เปอร์เซ็นต์) และอเมริกา (11 เปอร์เซ็นต์)

"เราเชื่อว่าธุรกิจการท่องเที่ยวจะช่วยเปิดประตูสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ ส่งเสริมการสร้างงาน และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มและพฤติกรรมการท่องเที่ยวนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของวีซ่าที่จะช่วยเหลือทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น พันธมิตร ลูกค้า รวมไปถึงรัฐบาลไทยในสร้างเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน และด้วยจำนวนจุดรับบัตรที่เพิ่มมากขึ้นและช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเสีถยรภาพและปลอดภัยจากวีซ่า ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ซื้อสินค้าและบริการผ่านบัตรเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย" คุณสุริพงษ์ กล่าวปิดท้าย

ระเบียบวิธีวิจัย

ผลวิจัยได้จากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจำนวน 500 รายในแต่ละประเทศทั้งสิ้น 27 ประเทศ ยกเว้นอินเดีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่มีผู้ให้สัมภาษณ์จำนวน 1,000 ราย การสัมภาษณ์ในรูปแบบออนไลน์นี้จัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2560 พร้อมกันทุกประเทศ ยกเว้น อียิปต์ คูเวต ซาอุดิอาระเบีย ที่ได้จัดสัมภาษณ์จากผู้ให้คำตอบโดยตรงโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วย

ภูมิภาคที่อยู่ในผลสำรวจฉบับนี้

เอเชียแปซิฟิก – ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

ยุโรป – ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร รัสเซีย ยูเครน

แอฟริกาตะวันตก – อียิปต์ คูเวต ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อเมริกา – บราซิล แคนนาดา เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับวีซ่า

วีซ่าคือบริษัทผู้ให้บริการด้านเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก แก่ลูกค้าบุคคล ธุรกิจ และสถาบันการเงิน ตลอดจนองค์กรรัฐ ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีด้านเงินตราดิจิตอลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และวางใจได้ โดยมี VisaNet หนึ่งในระบบเครือข่ายการทำงานด้านเงินตราดิจิตอลที่ทันสมัยมากที่สุดระบบหนึ่งของโลกเป็นรากฐาน ซึ่งสามารถประมวลและควบคุมการทำธุรกรรมได้กว่า 65,000 รายการในหนึ่งวินาที พร้อมด้วยระบบป้องกันการปลอมแปลงสำหรับลูกค้าบุคคล และการรับประกันการชำระเงินสำหรับร้านค้า วีซ่าไม่ใช่ธนาคารและมิได้มีบริการการออกบัตร เพิ่มวงเงินเครดิต หรือกำหนดอัตราค่าบริการแก่ผู้ถือบัตร หากแต่ให้บริการนวัตกรรมซึ่งส่งเสริมให้สถาบันการเงินสามารถมอบทางเลือกที่มีความหลากหลายให้แก่ลูกค้าได้ เช่น บริการชำระเงินจากยอดเงินในบัตรเดบิตหรือการใช้จ่ายด้วยวงเงินล่วงหน้าผ่านผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตต่าง ๆ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่า อ่านได้ที่: www.visa.co.th www.visaapnewsroom.com และ @VisaNews บนทวิตเตอร์


Latest Press Release

ภาพข่าว: กัลฟ์ จับมือ มิตซุย และสถาบันการเงินไทยและต่างประเทศ 12 แห่ง ลงนามสัญญาเงินกู้ #โครงการโรงไฟฟ้า GSRC

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี (ที่ 8 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายโยชิโอะ โคเมตานิ (ที่ 9 จากซ้าย) กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี...

ภาพข่าว: บัตรเครดิตยูโอบี จับมือ ร้านอาหารเครือ Create M Group มอบความสุขแห่งการรับประทานอาหารด้วยส่วนลดพร้อมเครดิตเงินคืน ถึง ปี 62

คุณจิรัฐติกาล ศิริพูนทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) จับมือ คุณปริเยศ คุณกุลวรนันทน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท Create M Group มอบความสุขให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบีเมื่อรับประทานอาหารญี่ปุ่น 3 ร้านดังในเครือ ประกอบด้วย...

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น เตรียมขาย IPO 75 ล้านหุ้น ระดมทุนลุยระบบออนไลน์รับธุรกิจประกันภัยดิจิทัล

สำนักงาน ก.ล.ต.นับหนึ่ง ไฟลิ่ง บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (บริษัทฯ) พร้อมเดินหน้าเสนอขายหุ้น IPO ในจำนวนไม่เกิน 75,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.0 บาทต่อหุ้น ตั้งเป้านำเงินจากการระดมทุนพัฒนาระบบออนไลน์รับสังคมยุคดิจิทัล ด้านผู้บริหาร...

ภาพข่าว: TQM พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน (กลาง) ดร. นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 3 จากซ้าย) บมจ. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น คุณสมพร อำไพสุทธิพงษ์ ประธานบริหารสายงานบัญชีการเงิน (ที่ 2 จากขวา) คุณพิเชษฐ สิทธิอำนวย (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ...

SET Note ฉบับที่ 7/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านบุคลากรของบริษัทจดทะเบียนไทย จากผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO Survey) ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2561

"ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไทยมีความกังวลใจต่อปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ และคาดว่าการที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและสังคมเด็กเกิดน้อย จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งเศรษฐกิจไทย กำลังซื้อในประเทศ...

Related Topics