ชี้แจงเหตุการณ์ข้อมูลลูกค้ารั่วจากธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday August 6, 2018 16:22
กรุงเทพฯ--6 ส.ค.--ธนาคารกสิกรไทย

ดร.กิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (Thailand Banking Sector CERT หรือ TB-CERT) หรือ TB-CERT ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ จากกรณีที่มีข่าวเรื่องข้อมูลลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทยรั่วไหล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ว่า ได้รับทราบจากธนาคารทั้งสองถึงเหตุการณ์นี้ และได้รีบดำเนินการวิเคราะห์และร่วมมือในการช่วยเหลือในการหาสาเหตุที่เกิดขึ้นทันที ซึ่ง TB-CERT พบว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้เทคนิคขั้นสูงเข้ามาโจรกรรมข้อมูลลูกค้าของธนาคารทั้งสองโดยการพยายามหาช่องทางต่างๆ ที่มีช่องโหว่ เมื่อพบแล้วก็ทำการเจาะระบบเข้าไปเพื่อขโมยข้อมูลออกไป

ดังนั้น TB-CERT จึงมีการแชร์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ธนาคารสมาชิกของ TB-CERT ทั้งหมดได้ทำการตรวจสอบและหากพบช่องโหว่ จะมีการปิดช่องโหว่เหล่านั้นทันที โดยได้ออกเป็นคำแนะนำทางเทคนิค เพื่อให้สมาชิกที่เหลือได้ปฏิบัติตามอย่างทันท่วงที

การที่สมาชิกได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกันนั้น ก็เพื่อเป็นการร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อเตรียมการป้องกันให้พร้อมรับมือกับภัยไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที จำกัดความเสียหายที่อาจกระจายออกไปในวงกว้างและไม่ให้กระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อระบบสถาบันการเงินซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

สิ่งที่ TB-CERT ได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขและป้องกันเบื้องต้นกับธนาคารสมาชิกไปดังนี้

  • ตรวจสอบการ Update Patch ทั้ง Operating System และ Application ของระบบธนาคาร
  • ทำการตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบการเจาะระบบที่ให้บริการออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตให้ครบถ้วนและสม่ำเสมอ
  • สอบทานการแบ่งแยกขอบเขตของเครือข่ายของระบบงาน (Network Zoning)
  • ทบทวนการตั้งค่าไฟร์วอลล์และอุปกรณ์ป้องกันความมั่นคงปลอดภัยเพื่อปิดกั้นการเชื่อมต่อจากชุดไอพีและรูปแบบการโจมตีต่างๆ จากภายนอกพร้อมทั้งเฝ้าระวังบริการออน์ไลน์เป็นพิเศษ
  • ทบทวนการตั้งค่าของ Web Application และพารามิเตอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อป้องกันการโจมตี
  • ตรวจสอบการบุกรุกจากล็อกไฟล์ต่างๆ ของระบบธนาคาร
  • ติดตั้งและอัพเดทโปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์ให้เป็นปัจจุบัน

ขอให้มั่นใจในกระบวนการทำงานของ TB-CERT ในการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของภาคการธนาคารให้สูงขึ้นและมีการพัฒนาบุคลากรและความรู้ต่างๆ ด้าน Cybersecurity อย่างต่อเนื่องให้กับธนาคารสมาชิก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำงานในยุคปัจจุบันและสามารถรับมือกับเหล่าแฮ็กเกอร์ที่มีความสามารถสูงขึ้นทุกวันได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้การที่ธนาคารพัฒนาการทำธุรกรรมออนไลน์ขึ้นก็เพื่อทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีความสะดวกและมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน สนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งธนาคารได้มีการพัฒนาระบบควบคู่กับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อยู่เสมอ


Latest Press Release

WPH โชว์กำไรปี 61 แตะ 50.40 ลบ. อานิสงส์รายได้จากการรักษาพยาบาลพุ่งแรง ปันผล 0.0625 บาท/หุ้น พร้อมจ่าย 24 พ.ค. นี้

โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง หรือ WPH โชว์ผลงานปี 2561 กวาดกำไรสุทธิ 50.40 ล้านบาท พุ่ง 111.1% จากปีก่อน เนื่องจากรายได้จากค่ารักษาพยาบาลพุ่ง 625.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% จากปีก่อน หลังจำนวนผู้ป่วยในประเทศและต่างชาติเพิ่มขึ้นคึกคัก...

ภาพข่าว: ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ ศศินทร์ ประกาศผลรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของเอสเอ็มอีไทย "Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14"...

ไทยพาณิชย์ ร่วมกับ ศศินทร์ ประกาศผลรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14 เชิดชู 5 เอสเอ็มอีไทยสร้างธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของเอสเอ็มอีไทย "Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14" เชิดชูผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)...

KTAMขายตราสารหนี้ตปท.อายุ6เดือนยิลด์1.70%ต่อปี

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 220 ( KTFF220) อายุโครงการ 6 เดือน เสนอขายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562...

LGT เปิดสำนักงานเพื่อให้บริการด้านจัดการความมั่งคั่งแก่นักลงทุนรายใหญ่ในประเทศไทย

LGT กลุ่มบริษัทที่ดำเนินงานด้านไพรเวทแบงค์กิ้งและการจัดการสินทรัพย์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของโดยราชวงศ์แห่งลิกเตนสไตน์ (Princely House of Liechtenstein) ได้ประกาศเปิดตัวธุรกิจไพรเวทแบงค์ในประเทศไทยหลังจากได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบเป็นที่เรียบร้อย...

Related Topics