WHAUP ประกาศกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ Q2/61 จำนวน 611.2 ล้านบาท รวมครึ่งปีแรกจำนวน 1,076.8 ล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าลงทุนทั้งใน-นอกประเทศ โชว์รายได้โตมั่นคง

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday August 14, 2018 12:39
กรุงเทพฯ--14 ส.ค.--มีเดีย แพลนเนอร์ คอนซัลแทนท์

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน 611.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบจากปีก่อน รวมครึ่งปีแรกจำนวน 1,076.8 ล้านบาท เติบโต 69.7% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากมีความต้องการใช้น้ำที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 5 โครงการเปิด COD เต็มไตรมาส รวมถึงการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ด้าน CEO "นายวิเศษ จูงวัฒนา" ระบุครึ่งปีหลังธุรกิจเดินหน้าตามแผน คาดเปิดให้บริการธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติในโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 ได้ในไตรมาส 4/61 นี้ พร้อมพัฒนาโครงการสาธาณูปโภคในเวียดนาม และโครงการ Solar Rooftop ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ต่อเนื่อง

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ (ธุรกิจน้ำ) จำนวน 423.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบจากปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (ธุรกิจพลังงาน) จำนวน 246.8 ล้านบาท ลดลง 64.0% เมื่อเทียบจากปีก่อน ในจำนวนนี้ประกอบด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 315.3 ล้านบาท ในขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 98.9 ล้านบาท ซึ่งการบันทึกผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานที่แท้จริงและกระแสเงินสดของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทเป็นเจ้าของจำนวน 295.9 ล้านบาท ลดลง 57.8 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ มีจำนวน 611.2 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ (ธุรกิจน้ำ) จำนวน 845.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบจากปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (ธุรกิจพลังงาน) จำนวน 906.1 ล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบจากปีก่อนในจำนวนนี้ประกอบด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 64.7 ล้านบาท ในขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 338.9 ล้านบาท ซึ่งการบันทึกผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานที่แท้จริงและกระแสเงินสดของ บริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทเป็นเจ้าของจำนวน 1,012.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ มีจำนวน 1,076.8 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 69.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มาจากการเพิ่มขึ้นของทั้งธุรกิจน้ำและพลังงาน ซึ่งรายได้ธุรกิจน้ำเพิ่มขึ้นมาจากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมทั้งรายเดิม และรายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการใช้น้ำของโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

ส่วนธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ มีโรงไฟฟ้า SPP ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ เต็มไตรมาสทั้ง 5 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ วีทีพี โครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 1โครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 2 โครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 3 และโครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 4 ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯอยู่ที่ 510.5 เมกะวัตต์ อีกทั้งโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน มีจำนวนวันในการพร้อมจ่ายไฟฟ้ามากกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการปิดปรับปรุงซ่อมบำรุงตามแผน

ขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินลดลง เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้สถาบันทางการเงินก่อนกำหนดจำนวน 2,500 ล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหุ้น (IPO) เมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 และออกหุ้นกู้ในเดือนสิงหาคม ปี 2560 จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เงินกู้จากสถาบันทางการเงิน โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2561 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ 0.70 เท่า

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) กล่าวเพิ่มว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2561 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนตามแผนงานที่วางไว้ โดยธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติในโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 คาดว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 2ได้ภายในไตรมาส 4/2561 นี้ ขณะที่โครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2562

ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯได้สิทธิในการดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำ ในเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ เหงะอาน ที่ประเทศเวียดนาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการคาดว่าจะดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2562 เช่นเดียวกับโครงการ Solar Rooftop ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


Latest Press Release

TASCO เชื่อผ่านจุดต่ำสุด แจงเหตุ ไตรมาส 3/61 ได้รับผลกระทบจากการบันทึกความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บน้ำมันดิบ

TASCO เผยยอดขายยางมะตอยไตรมาส 3/61 อยู่ที่ 3.8 แสนตัน มีรายได้จากการขายและบริการ 7,032 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากการบันทึกความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บน้ำมันดิบ นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์...

บล.โกลเบล็ก มองเม็ดเงิน LTF พยุงตลาดหุ้นไทย ให้กรอบดัชนี 1,630-1680 จุด - คัดหุ้นเด่นเดือน พ.ย. AUCT-XO-SPALI-KKP

บล.โกลเบล็ก มองหุ้นไทยได้แรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุน LTF ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยไม่ให้ไหลลงลึก และการเลือกตั้งเดินหน้าตามแผน ให้กรอบดัชนี1,630-1,680 จุด แนะนำเก็งกำไรหุ้นเด่นประจำเดือนพ.ย. ชู AUCT- XO- SPALI-KKP ส่วนราคาทองคำในประเทศปรับฐานรอจังหวังขาขึ้น...

ชวนสร้างอนาคตการลงทุน ให้เหนือกว่าที่เคยในงาน SET in the City 15-18 พ.ย. นี้

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนคุณมา "สร้างอนาคตการลงทุน ให้เหนือกว่าที่เคย" ในมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2018 ยกระดับความมั่งคั่ง สร้างสไตล์การลงทุน กับบริการวางแผนและออกแบบพอร์ตการลงทุนแบบ Total Wealth Solution โดยผู้เชี่ยวชาญ...

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,200.13-1,205.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,850 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,950 บาทต่อบาททองคำ...

กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนใหม่ บัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 5/18

กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนใหม่ บัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 5/18 เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ IPO 14-20 พฤศจิกายน 2561 กองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 5/18 (B-Fixterm 5/18) อายุประมาณ 6...

Related Topics