กรุงไทยห่วงอินโดนีเซียขึ้นภาษีนำเข้า คาดอาจกระทบอาเซียนมากกว่าปัญหาตุรกี

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday August 16, 2018 15:57
กรุงเทพฯ--16 ส.ค.--ธนาคารกรุงไทย

Krungthai Macro Research ประเมินปัญหาตุรกีว่ายังอยู่ในวงจำกัด เชื่อไม่ลุกลามเหมือนวิกฤตการเงินปี 1997 มองความผันผวนในตลาดหุ้นไทย ค่าเงินบาท เป็นความกังวลระยะสั้น ชี้เศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง ทว่าห่วงอินโดนีเซียที่อาจประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 7.5% กลุ่มสินค้าผู้บริโภค 500 รายการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย ประเมินสถานการณ์ค่าเงินลีราของตุรกีที่อ่อนค่าลง 40.8% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ว่ามีโอกาสน้อยที่จะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ เหมือนวิกฤตการเงินปี 1997 เนื่องจากเศรษฐกิจของตุรกีไม่ได้เชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆมากนัก และหากลุกลามก็จะกระทบประเทศในกลุ่มยูโรโซน โดยเฉพาะธนาคารของสเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี ที่เป็นเจ้าหนี้หลักของธนาคารตุรกีโดยตรง แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากก่อนหน้านี้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้เคยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนแล้ว

สำหรับความผันผวนของตลาดหุ้นไทยและค่าเงินบาทในขณะนี้ มองว่าน่าจะเป็นความกังวลใจของนักลงทุนในระยะสั้น และคาดว่ากระทบโดยตรงต่อไทยค่อนข้างน้อย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากตุรกีมาไทยปีละประมาณแค่ 75,000 คน และไทยส่งออกไปตุรกีเพียง 0.5% ของยอดการส่งออกทั้งหมด จึงไม่น่าจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีตุรกีเป็นตลาดสำคัญ เช่น เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น เป็นต้น

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าปัญหาค่าเงินของตุรกีในขณะนี้ น่าจะเป็นประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมากกว่า ซึ่งหลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซียด้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์แล้ว ยังมีปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลการค้า ซึ่งหากอินโดนีเซียนำมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า 7.5% ในกลุ่มสินค้าผู้บริโภค (Consumer Goods) 500 รายการ มาใช้จริง จะส่งผลกระทบต่อการค้าในอาเซียนที่เป็นเขตการค้าเสรีอาเซียนอย่างแน่นอน รวมทั้งเงินลงทุนโดยตรง (FDI) จากประเทศอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียน และอาจจะกลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาคได้


Latest Press Release

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 18 กันยายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 18 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,195.60-1,201.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,550 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส...

ซิกน่าเผย คนไทยแห่ร่วมงานสัปดาห์ประกันภัย 2561มากขึ้น ประกันโรคร้ายแรง กลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม ขายดีสุด แนวโน้มกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต

บมจ. ซิกน่า ประกันภัย เผย คนไทยมีแนวโน้มในการตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงแนวทางในการวางแผนทางการเงินเพื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตมากขึ้น จากสถิติผู้สนใจเยี่ยมชมบูธซิกน่า ภายในงาน "สัปดาห์ประกันภัย 2561" ภายใต้แนวคิด "Converging Insurance...

D ไฟเขียวเพิ่มทุน 20 ล้านหุ้นขาย PP เดนทัล คอร์ปอเรชั่น รองรับแผนขยายธุรกิจ-ดันรายได้ปี 62 โตแตะ 1 พันลบ.

บอร์ด บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น หรือ D ไฟเขียวเพิ่มทุนขาย PP จำนวน 20 ล้านหุ้น รองรับแผนขยายธุรกิจ รพ.ทันตกรรม-ลุยลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต "ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล"มั่นใจรายได้ปี 62 โตแตะ 1,000 ล้านบาท ตามเป้า หลังปีนี้ ปิดดีลซื้อกิจการแล้ว 2 ธุรกิจ ทพ.พรศักดิ์...

กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนใหม่ บัวหลวงธนสารพลัส 30/18

บัวหลวงธนสารพลัส 30/18 เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ และหรือเงินฝากต่างประเทศ IPO 19-25 ก.ย. 2561 กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 30/18 ระหว่างวันที่ IPO 19-25 ก.ย. 2561 สำหรับกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 30/18 (BP30/18)...

3650 REIT จับมือ Silverfern ให้บริการเงินกู้ประเภทใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมสหรัฐค้ำประกัน

3650 REIT ("3650 REIT") และ The Silverfern Group ("Silverfern") ได้ประกาศความร่วมมือในวันนี้ เพื่อให้บริการเงินกู้ระยะสั้นและอิงตามสถานการณ์ (event-driven) ประเภทใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม ("CRE") ในสหรัฐเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ภายใต้ชื่อโครงการ...

Related Topics