ทิพยประกันภัย กำไรสุทธิครึ่งปี 920 ล้าน ลุยช่องทางดิจิทัล หนุนสตาร์ทอัพ ก้าวสู่เป้าหมาย Digital Insurance

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday August 16, 2018 10:50
กรุงเทพฯ--16 ส.ค.--ทิพยประกันภัย

บมจ.ทิพยประกันภัย กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก ปี2561 กว่า 920.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.66 % เบี้ยประกันภัยรับรวม 8,335.85 ล้านบาท " ดร.สมพร สืบถวิลกุล" เผยยึดหลักธรรมาภิบาลและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสินไหมลดลงกว่า 13.42% พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาช่องทางดิจิทัล และสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพื่อผลักดันสู่เป้าหมาย Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบ

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 450.48 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.75 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 423.79 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.71 บาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 26.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.30%

ขณะที่กำไรสุทธิสะสมงวด 6 เดือนแรก (1 ม.ค.-30 มิ.ย. 61) จำนวน 920.24 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.53 บาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 877.73 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.48 บาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 32.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.66%

โดยครึ่งปีแรกของปี 2561 นั้น ทิพยประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 8,335.85 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันอัคคีภัย 1,140.03 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 132.37 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 1,364.54 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล 3,442.03 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 2,256.88 ล้านบาท

ด้านฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 สินทรัพย์รวม 45,625.60 ล้านบาท หนี้สินรวม 38,068.64 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 7,556.96 ล้านบาท

ดร.สมพร กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จจากนโยบายบริหารงานภายในอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านการชดเชยค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหมที่ลดลงกว่า 13.42 % มาอยู่ที่ 1,114.50 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานเป็น 1,295.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.58% รวมถึงการขยายฐานลูกค้า ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ทิพยประกันภัย ได้บริหารจัดการต้นทุนด้านการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็ว และถูกต้องเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล ขณะเดียวกันได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดี ส่งผลให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย" ดร.สมพร กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคตนั้น ดร.สมพร กล่าวว่า ทิพยประกันภัยได้พัฒนาช่องทางดิจิทัลและแอปพลิเคชันเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและตอบสนองความต้องการได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุด "TIP InsureM" อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดจากอุบัติเหตุ ที่ต้องรอพนักงานสำรวจภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยสามารถใช้ฟังก์ชันเคลมประกัน "Tip Flash Claim" ทำเคลมได้ด้วยตัวเองทันทีกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงฟังก์ชันอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอีกมากมายง่ายๆเพียงแค่ปลายนิ้ว โดยสามารถโหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android

ดร.สมพร กล่าวต่อ สำหรับการเปิดตัวแอปพลิเคชัน "TIP InsureM" นี้เพื่อตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน ที่มีความเร่งรีบ ประกอบกับการหาข้อมูลหรือทำธุรกรรมต่างๆ เกือบทุกอย่างบนมือถือ Smartphone เราจึงต้องคิดค้นรูปแบบการให้บริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ทุกขั้นตอนสามารถจบภายในแอปพลิเคชันนี้ ซึ่งจะมีฟังก์ชันที่หลากหลาย อาทิ ซื้อประกันภัยรถยนต์ , ประกันเดินทาง , ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล , ประกันอัคคีภัย หรือ การต่ออายุประกัน , การชำระเงิน , ดูข้อมูลต่างๆในกรมธรรม์ของตัวเองทุกกรมธรรม์ที่มีอยู่กับบริษัท หรือตรวจสอบความคุ้มครอง แม้กระทั่งการแจ้งเคลมประกันภัยออนไลน์ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง จะช่วยให้ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาการจราจรกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและกีดขวางการจราจร โดยลูกค้าสามารถทำเคลมได้ด้วยตัวเองตามขั้นตอนที่ปรากฏอยู่ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานสำรวจภัย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นๆที่จะอำนวยความสะดวกในเรื่องของการค้นหาสาขาของทิพยประกันภัย อู่ซ่อมรถ หรือโรงพยาบาล สามารถทำได้โดยใช้การค้นหาเป็นระบบ AR ส่องไปยังทิศทางที่เราต้องการ ระบบก็จะแจ้งสถานที่ให้ทันที ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกยิ่งขึ้น

ในปัจจุบัน "สตาร์ทอัพ" ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกันกับธุรกิจประกัน มีสตาร์ทอัพจำนวนมากได้เริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจเกี่ยวกับประกันภัย ทั้งในส่วนที่เป็นการขายกรมธรรม์ และการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ทิพยประกันภัยได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้มีแผนงานสนับสนุนสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ให้สามารถพัฒนาธุรกิจหรือบริการ ด้านการประกันภัยในรูปแบบดิจิทัล โดยทิพยประกันภัยพร้อมที่จะให้ความรู้ด้านเทคนิค กฏระเบียบ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจประกันภัย รวมทั้งเป็นห้องทดลองให้สตาร์ทอัพมาทดลองเชื่อมต่อ ใช้งานกับระบบงานต่างๆ ของทิพยประกันภัย โดยปัจจุบันได้มีสตาร์ทอัพหลายรายที่ทำงานร่วมกับทิพยประกันภัย เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะเป็น Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย


Latest Press Release

ก.ล.ต. เปิดเผยผู้ประกอบธุรกิจในชื่อ Financial.org ไม่ได้เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจในรายชื่อของ ก.ล.ต.

ก.ล.ต. เปิดเผยผู้ประกอบธุรกิจในชื่อ Financial.org ไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลเบาะแสจากผู้ลงทุนว่า เว็บไซต์ชื่อ...

ทรูมันนี่จัดเต็ม ออกแคมเปญ อิ่มท้อง ช้อปเพลิน สแกนจ่ายด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท รับเงินคืน 5 บาทต่อครั้ง

ทรูมันนี่ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่ วอลเล็ท เอาใจสายกิน ช้อป ปล่อยแคมเปญ อิ่มท้อง ช้อปเพลิน เพียงสแกนจ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ทขั้นต่ำ 30 บาท ในร้านค้าที่ร่วมรายการ รับเงินคืนทันที 5 บาทต่อครั้ง ขั้นตอนการเข้าร่วมเป็นไปอย่างง่ายดาย...

ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ที่ #A-/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) ที่ 'A-' พร้อมกับประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ที่ 'AAA (tha)'...

ภาพข่าว: ธ.ไทยเครดิต ฯ จัดงาน Thai Credit SME Customer Exclusive Dinner แทนคำขอบคุณลูกค้า Micro SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่ลูกค้า Micro SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเชิญอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา มาให้คำชี้แนะศาสตร์เสริมโชคด้านธุรกิจ ในงาน "Thai Credit SME Customer Exclusive Dinner"...

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 21 กันยายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 21 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,206.30-1,211.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,600 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,500 บาทต่อบาททองคำ...

Related Topics