ทรัสต์ SHREIT รุกขยายทรัพย์สินโรงแรมในมาเลเซียและอินโดนีเซียเพิ่มอีก 2 แห่ง เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มทุน ดันขนาดทรัพย์สินพุ่งแตะ 10,000 ล้านบาท รับท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนบูม

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday August 23, 2018 13:56
กรุงเทพฯ--23 ส.ค.--เอ็ม ที มัลติมีเดีย

กองทรัสต์ SHREIT ประกาศขยายการลงทุนหลังได้รับอนุมัติไฟเขียวจากผู้ถือหน่วย ในการลงทุนในทรัพย์สินประเภทโรงแรมในภูมิภาคอาเซียนอีก 2 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย ลุยเพิ่มทุนกองทรัสต์ไม่เกิน 415 ล้านหน่วยและกู้ยืมเงินประมาณ 62.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,081 ล้านบาท) เตรียมเสนอขายหน่วยเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% และส่วนที่เหลือจะเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป พร้อมดันขนาดทรัพย์สินกองทุนแตะ 10,000 ล้านบาท พร้อมมั่นใจทรัพย์สินใหม่ที่กองทรัสต์เข้าลงทุนเพิ่มเติมมีศักยภาพเติบโตที่ดี จากอานิสงส์การขยายตัวนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นายเจมส์ เทิค เบง ลิม กรรมการบริหาร บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระที่บริหารโดยมืออาชีพ และผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ หรือ SHREIT มีแผนขยายการลงทุนในทรัพย์สินประเภทโรงแรมในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่

1. ลงทุนในสิทธิการเช่าโครงการโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว ที่มีจำนวนห้องพักรวม 398 ห้อง และบ้านพักวิลล่าจำนวน 17 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและห้องประชุมจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ (MICE)

2. ลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีห้องพักรวมจำนวน 532 ห้อง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว มาตรฐานสากลแห่งเดียวในเขต Chow Kit ใกล้กับ Kuala Lumpur City Centre (KLCC) ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองกัวลาลัมเปอร์

กรรมการบริหาร สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส ผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT กล่าวว่า สำหรับ ทรัพย์สินทั้ง 2 แห่งที่กองทรัสต์ SHREIT เข้ามาลงทุนเพิ่มเติมนั้น มีศักยภาพการเติบโตที่ดี เนื่องจากเมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยรัฐบาลของอินโดนีเซียให้ฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยว 169 ประเทศทั่วโลก ส่งผลดีให้จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองบาหลีขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 14.6% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2017 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนเมืองบาหลีทั้งสิ้น 5.5 ล้านคน และปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 6.5 ล้านคน นอกจากนี้ ตลาดการประชุมและนิทรรศการ (MICE) ของอินโดนีเซีย ก็มีอัตราการขยายตัวที่ดีมากเช่นกัน โดยล่าสุดจะมีการจัดการประชุมและนิทรรศการ International Monetary Fund and World Bank Group ที่จะมีตัวแทนจากทั่วโลก 15,000 คน เข้ามาร่วมในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโรงแรมในเมืองบาหลี สำหรับเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จัดอยู่ใน อันดับ10 ของเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก และมีอัตราการขยายตัวจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อเนื่อง โดยกัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีน อินเดีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.8% ต่อปี ในขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศเอง ก็มาท่องเที่ยวเมืองดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 12.3% ต่อปี เช่นกัน

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด กล่าวว่า สำหรับวงเงินที่ SHREIT จะลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินทั้ง 2 แห่งนี้ คาดว่าจะมีมูลค่ารวมกันประมาณ 5.8 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินที่มาจากการเพิ่มทุนกองทรัสต์จำนวนไม่เกิน 415 ล้านหน่วย และเป็นการกู้ยืมเงินอีกประมาณ 62.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,081 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนขยายทรัพย์สินในครั้งนี้ ภายหลังจากกองทรัสต์เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะส่งผลให้ขนาดมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์เติบโตขึ้นจากเดิมประมาณ 5,000 ล้านบาทเพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท และทำให้กอง SHREIT มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ เทียบกับกอง REIT ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปัจจุบัน


Latest Press Release

เอ็ม เอฟ อี ซี จัดงานแถลงข่าว พิธีลงนามการเข้าถือหุ้นในบริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ผู้ประกอบธุรกิจบริการให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับภาครัฐและเอกชน ที่มีความต้องการงานบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC...

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 25 กันยายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 25 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,196.80-1,200.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,500 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,450 บาทต่อบาททองคำ...

บมจ.หลักทรัพย์กรุงศรี ขอเชิญสัมมนาไม่มีค่าใช้จ่าย หัวข้อMarket Timing @Technical # Part 1

บมจ.หลักทรัพย์กรุงศรี ขอเชิญสัมมนาหัวข้อ "Market Timing @Technical #Part 1 ฟรี วันพุธที่ 3 ต.ค.61 เวลา 17.30 - 19.30 น. สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.krungsrisecurities.com...

ทีเอ็มบี ประกาศชัยชนะ Wealth Management Platform of the Year มุ่งมั่นพิชิตเป้าหมายทำให้ทุกคนมั่งคั่งอย่างชาญฉลาด

ทีเอ็มบี ประกาศชัยชนะ Wealth Management Platform of the Year มุ่งมั่นพิชิตเป้าหมายทำให้ทุกคนมั่งคั่งอย่างชาญฉลาด เพียงปีเศษที่ทีเอ็มบีได้ฉีกกฎให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงและบรรลุเป้าหมายทางการเงินในแบบฉบับของตัวเอง...

กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนใหม่ บัวหลวงธนสารพลัส 31/18

บัวหลวงธนสารพลัส 31/18 เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ และหรือเงินฝากต่างประเทศ IPO 26 ก.ย. – 2 ต.ค. 2561 กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 31/18 ระหว่างวันที่ IPO 26 ก.ย. – 2 ต.ค. 2561 สำหรับกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 31/18...

Related Topics