กรุงศรีรายงานกำไรสุทธิสูงสุดจำนวน 12.7 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2562 เพิ่มขึ้น 104.9% จากไตรมาส 1/2561

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Friday April 19, 2019 17:10
กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2562 ด้วยกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุด จำนวน 12.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 104.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยซึ่งเพิ่มขึ้น 95.6% จากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นแสดงถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของกรุงศรีและการบริหารพอร์ตสินเชื่อที่สมดุล รวมทั้งการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญในไตรมาส 1/2562
  • กำไรสุทธิ: จำนวน 12.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.9% จากไตรมาส 1/2561 และเพิ่มขึ้น 108.5% จากไตรมาส 4/2561 หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินติดล้อและค่าใช้จ่ายการชดเชยเกษียณอายุตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิรายไตรมาสที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 11.5% จากไตรมาส 1/2561 และเพิ่มขึ้น 13.4% จากไตรมาส 4/2561
  • เงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 2.3% คิดเป็นจำนวน 37.7 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 โดยมีการเติบโตจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
  • เงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 2.7% หรือจำนวน 39 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.79% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.67% ในไตรมาส 1/2561
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: เพิ่มขึ้น 95.6% จากไตรมาส 1/2561 ปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจำนวน 8.6 พันล้านบาทจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ให้กับพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของกรุงศรี
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ 38.7% ปรับตัวดีขึ้นจาก 46.1% ในไตรมาส 1/2561
  • สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs): อยู่ที่ระดับ 1.99% ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.08% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561
  • อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: ปรับตัวดีขึ้นมาที่ 165.7% จาก 160.8% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561
  • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: อยู่ที่ 14.91%

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ธนาคารมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2562 ด้วยกำไรสุทธิรายไตรมาส สูงสุดที่ 12.7 พันล้านบาท เติบโตมากกว่าเท่าตัวจากไตรมาส 1/2561 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ภายหลังการบันทึกกำไรหลังหักภาษีจำนวน 6.7 พันล้านบาทจากการขายหุ้นในบริษัทเงินติดล้อให้กับพันธมิตร ถ้าหากไม่รวมกำไรจากการขายเงินติดล้อและค่าใช้จ่ายการชดเชยเกษียณอายุตามกฏหมายแรงงานฉบับใหม่ กรุงศรียังคงมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.9 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.5% จากไตรมาส 1/2561

ในด้านการดำเนินงาน ธนาคารมีการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ 2.3% และเงินรับฝากเพิ่มขึ้น 2.7% พร้อมทั้งการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้แสดงถึงความแข็งแกร่งโดยรวมของธนาคารและความสามารถในการบริหารพอร์ตที่สมดุล นอกจากนี้คุณภาพของสินทรัพย์ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.99% เทียบกับระดับ 2.08% ณ สิ้นปี 2561"

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2562 นายโกโตะกล่าวว่า "จากการที่เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่การชะลอตัวตามวัฏจักร ธนาคารยังคงระมัดระวังปัจจัยต่างประเทศและผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทย แม้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัวลงและอุปสงค์ต่างประเทศลดลง ธนาคารยังมีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังโดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 3.8% สำหรับแนวโน้มต่อไป ธนาคารคาดว่าการใช้จ่ายในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นจากปัจจัยด้านรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นและมาตรการด้านงบประมาณที่แข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งการเร่งเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ 6-8% สำหรับปีนี้ โดยยังคงมุ่งเน้นด้านการเสริมความแข็งแกร่งของดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน"

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของไทยและเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.71 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.47 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.24 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 229.8 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 14.91% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 11.39%

เกี่ยวกับกรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานกว่า 74 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 699 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 660 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 39 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 34,732 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 9.3 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด) อีกด้วย

กรุงศรี มีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ "แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต" โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

เกี่ยวกับ MUFG (มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป)

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 1,800 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 150,000 คน ซึ่งนำเสนอบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์ แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งรวมทั้ง MUFG Bank, Ltd. มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสต์ แอนด์ แบงก์กิ้ง คอร์เปอเรชั่น (ทรัสต์แบงก์ชั้นนำของญี่ปุ่น) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ โฮลดิ้ง หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น "กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก" ตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก


Latest Press Release

สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ วันที่ 20-24 พฤษภาคม 2562

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์สัปดาห์นี้ราคาลดลง จากราคาหาบละ 549 บาท เป็นหาบละ 534 บาท เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการยังคงทรงตัว ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม...

#หยวนต้า จัดโปรฯ ทำเรื่องเงิน...ให้เป็นเรื่องง่าย...เมื่อลงทุนกับ Yuanta: Easy Smart Goal

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับทางเลือกใหม่ของนักลงทุนสายเวลธ์ที่ต้องการทำเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย เมื่อลงทุนกับบริการใหม่ Alpha Wealth ภายใต้"Yuanta Wealth : Easy Smart Goal" โดยท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์...

สินเชื่อสุทธิ เม.ย. 2562 ขยับขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แม้สินเชื่อบ้านเริ่มชะลอลง หลังใช้มาตรการ LTV

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือน เม.ย. 2562...

บตท. เปิดแคมเปญให้ความรู้ทางการเงินผ่านสื่อโซเชี่ยล

บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ("บตท." หรือ "SMC") รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง เปิดตัวแคมเปญ "6 FIN : อินความรู้" สื่อสารกับลูกค้า และประชาชน มุ่งใช้ภาพและเสียงสร้างความเข้าใจธุรกรรมตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ผลสำรวจจากหลายหน่วยงานที่มีผลสรุปค่อน...

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กางแผนโครงการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษด้วยการตลาดและประชาสัมพันธ์เชิงรุก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มีจุดเด่นด้วยความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และความพร้อมด้านการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเลสุดชายแดนทั่วทุกภูมิภาค จึงทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่มีศักยภาพอันโดดเด่น...

Related Topics