“บล.โกลเบล็ก” หวั่นเทรดวอร์ขยายวงกว้างสู่รูปแบบอื่นทำเศรษฐกิจทั่วโลกระส่ำ นักลงทุนโยกเงินลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย หนุนทองคำแตะแนวต้าน 1,290-1,305 ดอลลาร์

อังคาร ๒๘ พฤษภาคม ๒๐๑๙ ๑๑:๐๔
บล.โกลเบล็ก มองนักลงทุนโยกเงินลงทุนทองคำมากขึ้น หวั่นเศรษฐกิจทั่วโลกรับผลกระทบ สงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่เริ่มขยายวงกว้างไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ บวกล่าสุด เจพีมอร์แกน หั่นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 2/62 โตเพียง 1% หลังรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนเม.ย.อ่อนแอกว่าคาด เช่นเดียวกับแบงก์ชาติ เตรียมทบทวนตัวเลข GDP ไทยปี 62 ใหม่ในการประชุม กนง. มิ.ย.นี้ แม้การเมืองในประเทศใกล้ความจริงมากขึ้น พร้อมให้กรอบดัชนี 1,595 - 1,640 จุด แนะลงทุนหุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI –FTSE ส่วนกลยุทธ์ลงทุนทองคำแนะเก็งกำไรแบบ swing trade ให้แนวต้าน 1,290 - 1,305 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับ 1,265–1,270 ดอลลาร์

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจาก การเปิดเผยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะจบได้ในเร็ว ๆ นี้ และมีแผนจะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในการประชุม G20 ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 28-29 มิ.ย. 2562 รวมทั้งการปรับเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยของ MSCI ซึ่งจะมีผลปลายเดือนพ.ค.นี้ และปัจจัยการเมืองในประเทศมีความคืบหน้า การจัดตั้งรัฐบาลใกล้เป็นความจริง

ส่วนปัจจัยลบที่ยังคงกดดันในช่วงนี้ ล่าสุดทาง เจพีมอร์แกน ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐโตเพียง 1% ในไตรมาส 2/2562 หลังสหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนเม.ย.อ่อนแอหลายรายการ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองลดลง การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง ยอดค้าปลีกลดลง รวมทั้งจีนเปิดเผยกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้หดตัวลง 3.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยลดลง 3.7% เมื่อเทียบเป็นรายปีเฉพาะเดือนเม.ย. และ ตัวเลขส่งออกของไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562 หดตัว 1.86% กดดันความเสี่ยงที่จะเห็นการส่งออกทั้งปีหดตัว และเป็นเหตุให้ Consensus มีแนวโน้มปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมทบทวนตัวเลข GDP ปี 62 ใหม่ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาในวันที่ 28 พ.ค. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม อียู เปิดเผย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพ.ค. สหรัฐ เปิดเผย ราคาบ้านเดือนมี.ค. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. และดัชนีการผลิตเดือนพ.ค. ในวันที่ 29 พ.ค. สหรัฐ เปิดเผย ดัชนีการผลิตเดือนพ.ค.จากเฟดสาขาริชมอนด์ วันที่ 30 พ.ค. สหรัฐ เปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ GDP ไตรมาส 1/2562 (ประมาณการครั้งที่ 2) ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และ วันที่ 31 พ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ด้านนายสรรพกัณฑ์ ปัมทบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนในกรอบกว้างจากสัปดาห์ก่อนจากความไม่ชัดเจนของสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน ขณะที่ปัจจัยการเมืองคาดจะมีความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล โดยคาดดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,595 - 1,640 จุด ช่วงนี้ใกล้เวลาดัชนีอ้างอิงหุ้นปรับการคำนวณ (rebalance) จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่จะเข้าคำนวณดัชนี MSCI มีผล 28 พ.ค. ได้แก่ RATCH, INTUCH และ DTAC เข้าคำนวณดัชนี MSCI Thailand ส่วนหุ้นที่จะเข้าคำนวณดัชนี FTSE มีผล 21 มิ.ย. ได้แก่ OSP เข้าคำนวณดัชนี FTSE All-World ส่วน TQM, NER และ PR9 เข้าคำนวณดัชนี FTSE Small Cap

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะสงครามการค้าทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นจากคำสั่งพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯที่อาจกำหนดให้ผู้ประกอบการในทุกประเทศที่ต้องการทำการค้ากับสหรัฐฯต้องระงับการทำธุรกิจกับบริษัทใดๆ ของจีนก็ได้ ซึ่งจีนถือเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าเทคโนโลยีเพื่อผลิตต่อที่สำคัญ แต่ก็เป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสำหรับสร้างเทคโนโลยีในอันดับต้นของโลกด้วย ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อห่วงโซ่อุปทานและรอบวงการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรทางเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ว่าถ้าหากเกิดการโต้กลับจากทางจีน และฝั่งสหรัฐฯเพิ่มรายชื่อบริษัทที่ถูกแบน จะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่เศรษฐกิจทั่วโลกได้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนแรงลดลงมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่เงินทุนเลือกเข้าถือพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ กดให้อัตราผลตอบแทนต่ำลง ส่วนกลุ่มโลหะมีค่าได้รับอานิสงส์ 2 ส่วน ทั้งจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับการลงทุน แต่เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าสถานการณ์สงครามการค้ามีโอกาสจะคลี่คลายได้เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นในลักษณะรีบาวด์เท่านั้น และคาดว่าไม่น่าจะทะลุระดับสำคัญที่ 1,300 ดอลลาร์ ขึ้นไปยืนได้อย่างมั่นคง

ดังนั้นคาดการณ์กรอบราคาทองคำสัปดาห์นี้มีแนวต้านในช่วง 1,290 -1,305 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ในช่วง 1,265 - 1,270 ดอลลาร์ และให้ระดับ 1,280 ดอลลาร์ เป็นเส้นแบ่งการเลือกเล่นสวิงระหว่างกรอบบนกับกรอบล่าง โดยกลยุทธ์ยังคงแนะนำให้เก็งกำไรแบบ swing trade ในกรอบจำกัด และเน้นปิดทำกำไรเร็ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๕๔ กทม. เตรียมปรับปรุงพัฒนาระบบการให้บริการงานทะเบียนสำนักงานเขต
๑๗:๑๗ สมาคมเพื่อนชุมชน ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางลดก๊าซเรือนกระจก
๑๗:๔๑ กทม. เร่งติดตั้งเสา-ตะแกรงรั้วกั้นเกาะกลางถนนวิสุทธิกษัตริย์ที่ถูกรถชนเสียหาย
๑๗:๐๔ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอเชิญชวนนักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมงาน M-Sci JOB FAIR 2024 หางานที่ใช่ สร้างงาน สร้างโอกาส วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00-16.00 น. ณ หอประชุม รักตะกนิษฐ
๑๗:๒๘ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลลุยตลาดอาคารอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน
๑๖:๒๙ จิม ทอมป์สัน เผยทิศทางการพา แบรนด์ผ้าเมืองไทย ผงาดเวทีโลก ส่องกลยุทธ์การครีเอตผลงานคุณภาพให้สอดรับเทรนด์สิ่งทอระดับสากล
๑๖:๓๘ อาดิดาสจับมือนักฟุตบอลระดับตำนาน ส่งแคมเปญ 2006 JOSE 10 สร้างแรงบันดาลใจและความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดให้กับเหล่านักฟุตบอลเยาวชนหญิง
๑๖:๑๐ Maison Berger Paris พาชมเครื่องหอมบ้าน 2 คอลเลคชั่นใหม่ MOLECULE และ JOY จัดเต็มเซ็ตของขวัญ ครบทุกรูปแบบความหอม สร้างบรรยากาศหรูหราพร้อมกลิ่นหอมบริสุทธิ์
๑๖:๕๗ กทม. เตรียมระบบเฝ้าระวัง-ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 หลังเทศกาลสงกรานต์
๑๕:๑๕ NCC. ผนึก ททท. ขยายตลาดท่องเที่ยวมูลค่าสูง ชี้ตลาดท่องเที่ยวเฉพาะทาง (Niche Market) โต ลุยจัดงาน Thailand Golf Dive Expo plus OUTDOOR Fest