ถึงเวลาฉีดวัคซีนเศรษฐกิจ วัคซีนโนมิกส์ โดย ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Friday February 21, 2020 15:28
กรุงเทพฯ--21 ก.พ.--ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
  • โคโรนาโนมิกส์พ่นพิษ

เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะการถดถอยทางเทคนิค คือการที่ GDP หดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสหลังปรับฤดูกาล (quarter on quarter after seasonal adjustment) สองไตรมาสติดต่อกันขึ้นไป จากปัญหาไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ที่กระทบภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง จำนวนนักท่องเที่ยวอาจหดตัวมากกว่า 50% ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ภาคการส่งออกมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและจากการที่ผู้ผลิตไม่สามารถนำเข้าสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบจากจีนได้เนื่องจากภาคธุรกิจในจีนยังไม่เปิดทำการเต็มที่และทำให้ผู้ประกอบการไทยจำต้องลดกำลังการผลิตหรืออาจถึงขั้นปิดกิจการชั่วคราว

เมื่อภาคการผลิต การส่งออกและการท่องเที่ยวไทยเสี่ยงหดตัว การจ้างงานในกลุ่มนี้และรายได้นอกภาคเกษตรมีโอกาสหดหาย ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้งที่มีผลเสียต่อรายได้ภาคเกษตร กำลังซื้อครัวเรือนกำลังอ่อนแอและจะกระทบภาคการบริโภคอีกทอดหนึ่ง อย่าลืมว่าการบริโภคภาคเอกชนที่เติบโตได้ดีในช่วงไตรมาส 4 มาจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และขนส่ง แต่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทั่วไปกลับโตช้าหรือหดตัว เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า และรถยนต์

ขณะที่ภาคเอกชนกำลังมีปัญหา ภาครัฐก็เผชิญความท้าทายจากงบประมาณที่ล่าช้า และอาจไม่สามารถนำเงินมากระตุ้นการลงทุนและบรรเทาปัญหาการตกต่ำของกำลังซื้อในช่วงนี้ได้ การบริโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐเสี่ยงหดตัวต่อเนื่องอย่างน้อยก็ช่วงไตรมาสแรกนี้ ในภาวะเช่นนี้คงเหลือเพียงมาตรการทางการเงินในการพยุงเศรษฐกิจ โดยทางคณะกรรมการทางการเงิน (กนง.) ได้เห็นแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปีในเดือนก.พ.63 สำนักวิจัยฯคาดว่า กนง. มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งสู่ระดับ0.75% ต่อปี ภายใน 3 เดือนข้างหน้า เร็วที่สุดอาจเป็นการประชุมรอบหน้าวันที่ 25 มี.ค. 63 เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ตลาดการเงิน และลดต้นทุนผู้ประกอบการ อีกทั้งคงพยายามให้เงินบาทอ่อนค่าเทียบสกุลอื่นเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก เราเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยช่วยประคองเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวแรง แต่ยากที่จะเปลี่ยนทิศเศรษฐกิจขาลงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จึงมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะการถดถอยทางเทคนิคในช่วงครึ่งปีแรกนี้ แต่ภาวะนี้ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจที่ GDP หดตัวแรงจนเกิดปัญหาต่อสถาบันการเงินหรือภาคธุรกิจจริง เพราะยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีจากงบประมาณที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและจากการคลี่คลายของปัญหาไวรัสโควิด-19 ที่นักท่องเที่ยวและการส่งออกจะกลับมาเติบโตได้ดีในช่วงครึ่งปีหลัง

  • ฟื้นเป็นรูปตัว V

ในภาวะความไม่แน่นอนเช่นนี้ประกอบกับยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่ชี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ได้ชัดเจน ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ต้องอาศัยสมมติฐาน การสัมภาษณ์และการสังเกตภาวะตลาดโดยรวมในการประเมินทิศทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ตัวเลข GDP ปีนี้ได้บ่อยครั้ง

สำนักวิจัยฯปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงอีกครั้งจาก 2.3% เหลือ 1.7% จากปัจจัยกดดันเพิ่มเติมคือผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่กระทบการท่องเที่ยวและจะลามมาสู่ภาคการผลิตที่จะหดตัวจากการขาดวัตถุดิบจากจีนอีกทอด อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะการถดถอยทางเทคนิคช่วงครึ่งปีแรก แต่จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปตัว V ในช่วงครึ่งปีหลัง การฟื้นตัวในมุมที่เรามองนี้ ไม่สามารถรอฟ้าฝนให้เป็นใจ จีนหายป่วย การส่งออกและท่องเที่ยวขยายตัวแล้วจะฟื้นได้ แต่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องสามัคคีกันหาหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม หาไม่แล้ว เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวในรูปตัว U หรือเติบโตทั้งปีนี้ได้เพียง 0.7%

  • ถึงเวลาฉีดวัคซีนเศรษฐกิจ – วัคซีนโนมิกส์

เมื่อเศรษฐกิจชะลอจากปัจจัยรุมเร้า ในมุมของนักเศรษฐศาสตร์จะช่วยหาทางปรุงวัคซีนเพื่อมาฟื้นฟูและช่วยให้เศรษฐกิจสามารถเลี่ยงภาวะวิกฤติที่อาจจะเกิดได้อย่างไรบ้าง เราขอเสนอวัคซีนวินส์ (WINS)

1. งานแลกเงิน (Workfare) - ภาครัฐอาจเพิ่มเงินโอนด้านสวัสดิการแห่งรัฐหรือการแจกเงินผู้มีรายได้น้อยชั่วคราว ซึ่งจำเป็นในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มภาคเกษตรโดนผลกระทบจากภัยแล้ง คนมีรายได้น้อยกำลังซื้อต่ำ แต่เงินดังกล่าวอาจได้รับการส่งเสริมให้คนเหล่านี้มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เช่น การจ้างงานคนในพื้นที่เพื่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยให้ค่าจ้างรายวันแลกกับการทำงานเพื่อจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ในระยะยาว เช่น การขุดบ่อในหมู่บ้านเพื่อรับมือภัยแล้งและน้ำท่วม การสร้างถนนเข้าหมู่บ้านเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง หรือ การร่วมกันของคนในหมู่บ้านในการผลิตสินค้าชุมชนเพื่อรัฐจะได้ส่งเสริมช่องทางในการจำหน่าย หรือการต่อยอดสินค้าโอทอป

2. ประคองให้ผ่านวิกฤติ (Inject liquidity) – ในช่วงที่นักท่องเที่ยวหาย ยอดขายตก ผู้ประกอบการมีปัญหาสภาพคล่อง ลูกจ้างถูกลดชั่วโมงทำงานหรือให้พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ทางภาครัฐอาจจะหามาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำไปบ้างแล้ว เช่น การให้สินเชื่อพิเศษในลักษณะเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้และมีเงินจ่ายค่าจ้างพนักงาน และอาจครอบคลุมถึงการเสริมสินเชื่อพิเศษให้แก่พนักงานหรือธุรกิจค้าขายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากสินเชื่อ รัฐอาจเพิ่มมาตรการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนนอกกลุ่มบัตรคนจนด้วย

3. ท่องเที่ยวพลิกโฉม (New Tourism) - ไทยยังพึ่งการท่องเที่ยวได้อยู่ แต่ต้องปรับตัว ที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงไม่กี่จังหวัด และเน้นนักท่องเที่ยวจีนมากราว 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนชาติยุโรปก็มาเป็นฤดูกาลซึ่งทำให้ธุรกิจเงียบเหงาในช่วงอื่น เราน่าจะใช้โอกาสนี้ปรับตัวสร้างแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค สร้างตลาดคนไทยให้ท่องเที่ยวในประเทศ ทุกพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้จุดแข็งดึงดูดการท่องเที่ยวเป็นตัวเสริมเพิ่มรายได้ชุมชนนอกจากภาคเกษตร แต่อุปสรรคสำคัญคือความลำบากในการเดินทาง ซึ่งหากพื้นที่แต่ละแห่งสามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จัดรูปแบบการท่องเที่ยวแบบกลุ่มให้สะดวก ผมเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวและช่วยกระจายรายได้ลงพื้นที่ต่างๆ ได้

4. หวังพึ่งมนุษย์เงินเดือน (Salaryman) - เวลานี้เหลือกำลังซื้อระดับกลาง-กลางบน โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยิ่งดูดีๆ อาจมีเพียง 3-4 ล้านคนที่มีกำลังซื้อมากพอจะหวังพึ่งเขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มนี้คือผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมร่วม 15 ล้านคน (คนที่เหลือในระบบมีรายได้พึงประเมินไม่มากพอจะต้องเสียภาษี) น่าใช้โอกาสนี้ดึงเขามาใช้เงินด้วยการลดอัตราภาษี ไม่ใช่เพียงเพิ่มค่าลดหย่อนในการซื้อสินค้าหรือท่องเที่ยว และอาจทำชั่วคราวในปีนี้

นอกจากตัวยาทั้ง 4 เพื่อผลิตวัคซีนต้านไวรัสแล้ว เราต้องปฏิรูปตัวเอง ผู้ประกอบการหรือผู้ลงทุนควรเตรียมทำอะไรใหม่ๆ ใช้จังหวะนี้มองหาโอกาสในการเพิ่มมูลค่าสินค้า และถึงเวลาเพิ่มประสิทธิภาพตัวเอง เมื่อรายได้หดหาย ก็ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ถึงเวลาที่คนไทยต้องเรียนรู้วินัยทางการเงิน นอกจากนี้ เราน่าจะหาโอกาสเรียนรู้ใช้เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีในการทำงาน เพราะนี่คือแนวโน้มการปรับตัวของโลกในระยะยาวอยู่ดี คิดเสียว่าไวรัสทำให้เราต้องปรับตัวเร็วขึ้น อีกทั้งภาวะการชะลอตัวหรือการถดถอยทางเทคนิคก็เป็นสภาวะชั่วคราว ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจ อีกสักพักก็จะผ่านพ้นไปได้ ขอเพียงเราใช้เวลานี้รับมือให้ดีแล้วเราจะวิ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกันในวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัว


Latest Press Release

ชุมชนบริการด้านการเงินของ Labuan IBFC มารวมตัวเพื่อบรรเทาทุกข์สู้วิกฤตโควิด-19

ศูนย์การเงินและการพาณิชย์นานาชาติลาบวน (Labuan International Business and Financial Centre), ชุมชนตัวกลาง และชุมชนบริการด้านการเงินของ Labuan IBFC ได้มารวมตัวกันเพื่อมอบความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการบรรเทาทุกข์ผ่านการรวบรวมทรัพยากรเข้าด้วยกัน ก...

กสิกรไทย ระดมออกมาตรการพิเศษด้านสินเชื่อ เร่งช่วยลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ

ธนาคารกสิกรไทย ออกมาตรการพิเศษด้านสินเชื่อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระหนี้และเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สินเชื่อ 6 ประเภท ได้แก่ บัตรเครดิตกสิกรไทย,...

ธนาคารกรุงเทพ งัดมาตรการพิเศษ ช่วยเหลือลูกค้าฝ่าวิกฤตโรคโควิด 19 ลดเกณฑ์ชำระขั้นต่ำ-ลดดอกเบี้ย-พักชำระหนี้ 3 เดือน ครอบคลุมทั้งรายย่อย-เอสเอ็มอี

ธนาคารกรุงเทพรับลูกตามนโยบาย ธปท. ออก 3 มาตรการฉุกเฉินช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย-เอสเอ็มอี ทั้งปรับลดเกณฑ์ชำระขั้นต่ำ-พักชำระหนี้ 3 เดือน พร้อมมาตรการพิเศษดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หวังช่วยก่อนกลายเป็นหนี้เสีย...

มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ไม่ต้องไปที่ธนาคาร สามารถลงทะเบียนเองและใช้บัญชีเดิมที่มีอยู่แล้วได้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า การลงทะเบียนรับสิทธิตาม มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00 น....

กสิกรไทย เสริมมาตรการสภาพคล่อง เพิ่มความแข็งแกร่งให้บลจ. กสิกรไทย

น.ส. ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกนโยบายเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเปิดตราสารหนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่กองทุนรวม (Mutual...

Related Topics