“ทริสเรทติ้ง” เคาะอันดับ “พีทีจี เอ็นเนอยี” ที่ BBB+ พร้อมให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday March 30, 2020 11:33
กรุงเทพฯ--30 มี.ค.--เดอะเวย์ คอมมิวนิเคชั่น

“ทริสเรทติ้ง” จัดอันดับ “พีทีจี เอ็นเนอยี” ที่ BBB+ และให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” ตอกย้ำสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุม สนับสนุนให้กำไรเติบโตอย่างมั่นคง

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรของ PTG อยู่ที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่ (Stable)” โดยอันดับเครดิตสะท้อนสถานะทางการตลาดของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ตลอดจนเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุม และกำไรที่เติบโตอย่างมั่นคง

อีกทั้งทริสเรทติ้งยังมองว่าบริษัทจะสามารถดำรงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเอาไว้ได้ และ PTG ยังได้จัดสรรงบลงทุนในการขยายธุรกิจอย่างเหมาะสม ทำให้บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและความสามารถในการชำระหนี้

ขณะที่เครือข่ายสถานีบริการ “PT” ยังมีการเติบโต ส่งผลให้สถานะทางการตลาดของบริษัทแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2562 ทาง PTG มีสถานีบริการรวมทั้งสิ้น 2,027 แห่ง

เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2561 มีสถานีบริการรวมทั้งสิ้น 1,883 ทำให้บริษัทมีจำนวนสถานีบริการมากเป็นอันดับ 2 นอกจากจำนวนสถานีบริการที่เติบโตแล้ว PTG ยังมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยในปี 2562 PTG มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม 4,681 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อน ส่งผลให้ PTG มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 15.6%

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะดำเนินกลยุทธ์เน้นการขยายสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่มากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการรับรู้แบรนด์ PT ในกลุ่มลูกค้าที่มีอำนาจการซื้อและใช้น้ำมันสูงรวมถึงยังสร้างโอกาสให้บริษัทจำหน่ายสินค้าและให้บริการอื่นนอกเหนือจากน้ำมัน เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ และบริการบำรุงรักษารถยนต์ได้มากขึ้นอีกด้วย

อีกทั้งบริษัทยังมีระบบสมาชิกเพื่อสะสมคะแนนและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้ชื่อ “PT Max Card” ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท โดยจำนวนสมาชิกเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และ ณ สิ้นปี 2562 มีจำนวนสมาชิก PT Max Card อยู่ที่ระดับ 12.60 ล้านราย จากสิ้นปี 2561 มีจำนวนสมาชิก PT Max Card อยู่ที่ระดับ 10.20 ล้านราย และปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่าน PT Max Card มีสัดส่วนคิดเป็น 73% ของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในปี 2562 ทำให้ทริสเรทติ้งคาดว่าระบบสมาชิก PT Max Card จะช่วยรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัทต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันของบริษัทมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปจากการขยายสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง หลังจากบริษัทมีการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันของบริษัทจะเติบโตขึ้นอย่างน้อยประมาณ 6-7% ต่อปี และประมาณการค่าการตลาดในภาพรวมของบริษัทที่ระดับประมาณ 1.70 บาทต่อลิตร ทำให้คาดว่าในช่วงปี 2563-2565 กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณ 5,900 – 6,200 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Non-oil ให้เป็น 20% ภายในปี 2563 โดยทริสเรทติ้ง คาดว่าหาก PTG ทำได้สำเร็จจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของราคาน้ำมันได้ และยังจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้แก่บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันธุรกิจ Non-oil ยังมีขนาดเล็กและบางธุรกิจยังไม่ผ่านจุดคุ้มทุนในการดำเนินงาน

ขณะเดียวกันหนึ่งในธุรกิจ Non-oil ที่บริษัทได้ลงทุนคือ “โครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร” (Palm Complex) โดยถือหุ้น 40% ซึ่งมีกำลังการผลิตไบโอดีเซล B100 ที่ระดับ 5 แสนลิตรต่อวัน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปี 2561 อย่างไรก็ตามในระหว่างปี 2561-2562 โครงการยังใช้กำลังการผลิตได้ไม่เต็มกำลัง แต่ได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถดำเนินการได้เต็มกำลังการผลิตในช่วงปลายปี 2562   นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลให้มากขึ้น จึงคาดว่าอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันไบโอดีเซล B100 จะมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคาดว่าในช่วงปี 2563-2565 โครงการปาล์มน้ำมันครบวงจรจะมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จะส่งผลกดดันยอดขายของบริษัทในระยะสั้น และการแพร่ระบาดที่ส่งผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจไทยบางส่วน ซึ่งอาจจะกดดันการเติบโตของการบริโภคน้ำมันของประเทศในภาพรวมในปี 2563 และทริสเรทติ้งมองว่าการบริโภคน้ำมันจะกลับมาเติบโตในระดับปกติอีกครั้งในปี 2564


Latest Press Release

กองทุนบัวหลวงขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ไว้วางใจจองซื้อ 'BM70SSF’ เกินความคาดหมาย พร้อมแนะนำโอกาสดีๆ ให้จองซื้อ IPO ช่วง 2 วันสุดท้าย 1-2 มิ.ย. นี้

กองทุนบัวหลวงขอขอบคุณผู้ลงทุนที่มอบความไว้วางใจ ทั้งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากเครือข่ายธนาคารกรุงเทพ และผู้สนับสนุนด้านช่องทางจำหน่ายทุกแห่ง ส่งผลให้ยอดจองซื้อ IPO 'กองทุนผสมบัวหลวง 70/30 เพื่อการออม’ หรือ 'BM70SSF’ ช่วงครึ่งทางเกือบ 200...

SCGP ได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ประเมินสถานการณ์ เตรียมพร้อมเสนอขายหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (“SCGP”) ได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 โดยคาดว่าภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น...

K PLUS ออกฟีเจอร์บริหารจัดการสินเชื่อกสิกรไทยผ่าน K PLUS จบไว ไม่ต้องไปสาขา

ธนาคารกสิกรไทย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าสินเชื่อกสิกรไทย สามารถบริหารจัดการและทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้านสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ได้โดยไม่ต้องไปที่สาขา ให้บริการครอบคลุมทั้งสินเชื่อบุคคล เช่น สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash...

บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้สาวก UNIQLO ช้อปออน์ไลน์ได้แบบสุดคุ้ม รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท

บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้สาวก UNIQLO ช้อปออน์ไลน์ได้แบบสุดคุ้ม รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้ลูกค้าได้ช้อปเสื้อผ้าสุดคุ้ม ที่ UNIQLO Online ผ่านทาง www.uniqlo.com/th/store รับเครดิตเงินคืนสูงสุด...

ก.ล.ต. เผยผลสำรวจหน่วยงานในกำกับดูแล พบมีระดับความพร้อมร้อยละ 70 ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ก.ล.ต. สำรวจความพร้อมเบื้องต้นของหน่วยงานในกำกับการดูแล พบบริษัทมีระดับความพร้อมร้อยละ 70 ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเสนอแนะ 4...

Related Topics