โรงพยาบาลพญาไท 2 ผลักดันศูนย์หัวใจ สู่การเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคหัวใจแห่งเอเชีย

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Tuesday June 12, 2018 14:48
กรุงเทพฯ--12 มิ.ย.--มีเดีย พลัส คอนเนคชั่น

-ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับปรุงศูนย์ฯให้ทันสมัยครบวงจร เทียบชั้นศูนย์ชั้นนำสากล-

โรงพยาบาลพญาไท 2 เดินหน้าผลักดัน นโยบายความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์ (Centers of Excellence) ต่อเนื่อง ล่าสุดใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท พัฒนา ศูนย์หัวใจ ให้เป็นศูนย์กลางรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ทันสมัยครบวงจรแห่งหนึ่งของเอเชีย เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยและต่างประเทศ

นายแพทย์ ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดเผยว่า "โรงพยาบาลพญาไท 2 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศ85% และจากต่างประเทศอีก 15% โดยมีการรุกขยายตลาดในกลุ่มประเทศจีน กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ลาว และ ตะวันออกกลาง โดยมุ่งไปที่กลุ่มตรวจสุขภาพ กลุ่มผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ทั้งผู้ป่วยวิกฤติ การสวนหัวใจ ผ่าตัด และผู้ป่วยฟื้นฟูและควบคุมปัจจัยเสี่ยง"

ในการทำตลาดต่างประเทศนั้น โรงพยาบาลทำความเข้าใจในพฤติกรรมความต้องการของแต่ละชาติ เป้าหมาย มีบุคคลากรดูแลเฉพาะของแต่ละประเทศในการทำการตลาด มีการจัดโรดโชว์ ในแต่ละ ประเทศ ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายต่างๆ เช่น โรงพยาบาลเอกชนท้องถิ่น และบริษัทท่องเที่ยว ต่างๆ

"ด้านการบริการในโรงพยาบาล เรามีแผนกที่ช่วยประสานงานและแปล ที่เรียกว่าฝ่าย IRC (International Relations officer) โดยจะดูแลผู้ป่วยและญาติตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล โดยมีภาษามากกว่า 15 ภาษาให้บริการ"

"ในการพัฒนาศูนย์นั้น เราแบ่งงบประมาณเป็นการ ปรับปรุงสถานที่เน้นด้านความสะดวกสบาย ในการรับบริการของผู้ป่วย และการอบรมพัฒนาบุคลากร 42 ล้านบาท เครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยี อีก 63 ล้านบาท" นายแพทย์ ทวนทศพร กล่าว

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้รับการรับรองแบบเจาะลึกรายโรค CCPC การดูแลผู้ป่วย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ให้บริการด้านการรักษาพยาบาล และดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ อายุรกรรม และศัลยกรรม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีทีมแพทย์อายุรกรรมหัวใจ และศัลยแพทย์หัวใจ ประจำตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ในการวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัย เช่น มีห้องปฏิบัติการผ่าตัดหัวใจ มีห้องผ่าตัดแบบ Hybrid Operating Room ซึ่งสามารถให้บริการ สวนหัวใจและผ่าตัดแบบเปิดในห้องเดียวกันได้

ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย พร้อมทีมแพทย์สวนหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะช่วยให้การผ่าตัดหัวใจมีความปลอดภัยสูงสุด

"ด้วยนโยบายผลักดันจากภาครัฐ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์ (Medical Hub) แห่งเอเชียที่มีมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และด้วยความพร้อมของศูนย์หัวใจ จึงเป็นโอกาส สำคัญที่โรงพยาบาลพญาไท 2 จะเดินหน้าพัฒนาและผลักดันศูนย์หัวใจให้เป็นศูนย์กลางการดูแล รักษาโรคหัวใจแห่งภูมิภาคเอเชีย"

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในแถบ ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉลี่ยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยไม่น้อยกว่า 30 ล้านคน ขณะที่ จำนวนตัวเลขการท่องเที่ยวในเชิงการแพทย์ในไทยก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอัตรา การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย ติดอันดับ 6 ของโลก และมีนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ มากที่สุดถึงประมาณ 38% ของภูมิภาคเอเชีย ทั้งหมด

ไทยมีความได้เปรียบและจุดแข็งหลายอย่างเช่น การเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ความเข้มแข็งทางด้านธุรกิจการให้บริการ และนโยบายการขับเคลื่อนของหน่วย งานภาครัฐบาล ที่สนับสนุนให้กลุ่มบริการทางการแพทย์เป็นกลุ่มที่สำคัญ ล่าสุด รัฐบาลมีนโยบาย Thailand 4.0 และนโยบาย S-Curve ที่ผนวกกลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์ เข้ามาเป็น อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการบริหาร และแนวทางการให้บริการทางด้านการแพทย์

"นอกจากนี้เรายังใช้กลยุทธ์เข้าถึงผู้ป่วยและญาติด้วยแนวทางการบริการดูแลรักษา "ดูแลที่หัวใจ" ที่นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญ คือ ใช้ใจในการดูแลที่หัวใจของผู้ป่วยและญาติ ด้วย 1) การดูแล ที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ให้ข้อมูลการรักษาครบถ้วน ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หาแนวทางการรักษา 2) โฮมมี่ แคร์ (Homey Care) ดูแลผู้ป่วย และญาติด้วยความเข้าใจ อบอุ่น เหมือนคนในครอบครัว" นายแพทย์ ทวนทศพร เสริม

รศ.นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยศาสตร์หลอดเลือดและทรวงอก โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงสถานการณ์โรคหัวใจในปัจจุบันว่า สถิติการเสียด้วยชีวิตโรคหัวใจ และหลอดเลือดของคนไทยในปัจจุบันเฉลี่ยที่ 150 คนต่อวัน หรือปีละ 54,530 คน สถิติผู้เสียชีวิต ทั่วโลกอยู่ที่ 17.7 ล้านคนต่อปี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรก ๆ ของคนไทย รองจากมะเร็ง และอุบัติเหตุ

สาเหตุของโรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุด คือ หลอดเลือดหัวใจตีบ โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงโรคหัวใจมักหมายถึงโรคนี้ เกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดหัวใจ และการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หลอดเลือด

หัวใจเฉียบพลัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย จึงทำให้มีอัตราเสียชีวิตสูง และต้องการ การรักษาอย่างเร่งด่วนเฉียบพลัน

"โรคหลอดเลือดหัวใจตีบนี้ มักไม่แสดงอาการเมื่อเริ่มเป็นโรค หรือเมื่อหลอดเลือดยังตีบไม่มาก ฉะนั้นวิธีป้องกันและดูแลหัวใจที่ดีที่สุดคือ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการออกกำลังกายตามสุขภาพ จำกัดอาหารไขมัน กินอาหารมีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมโรคต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน และควรตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ขึ้นไป"

ในขณะเดียวกัน โรคลิ้นหัวใจเออร์ติกส์ตีบ เป็นโรคทางหัวใจที่ทำให้ลิ้นหัวใจเออร์ติกเปิดได้ไม่เต็มที่ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อให้สูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เท่าเดิม อาจเกิดภาวะ หัวใจล้มเหลวและอาจเสียชีวิตตามมาได้หากไม่ได้รับการรักษา

"ปัจจุบันช่วงอายุของผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบที่พบอยู่ในช่วงวัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ เนื่องจากมาจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งเรื่องของอาหาร อารมณ์ ความเครียด ในขณะเดียวกัน คนไข้อายุมากมักมีโรคร่วมต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ไตวาย อัมพาต เบาหวานทำให้ความยุ่งยาก ในการรักษาโรคหัวใจมากขึ้น และอันตรายจากโรคนี้ก็สูงขึ้นด้วย"

"การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมทางสายสวน หรือ TAVI เป็นนวัตกรรมทางเลือกนอกเหนือจากการผ่าตัดเปิดช่องอก ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะการตีบรุนแรงของลิ้นหัวใจเออร์ติกส์ส่วนใหญ่การตีบมักเกิด จากความเสื่อม ของลิ้นหัวใจที่มักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุ หรือมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยหลายโรค ทำให้สภาพ ร่างกายไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องดมยาสลบ และการใช้เครื่องปอดและ หัวใจเทียมระหว่าง ผ่าตัดได้ วิธีการนี้จะช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ให้ยืนยาว และมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น" รศ.นพ. กิตติชัยกล่าวเสริม

ปัจจุบันศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 รองรับผู้ป่วยนอก 150 คนต่อวัน ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยผ่าตัด และผู้ป่วยฟื้นฟูและควบคุมปัจจัยเสี่ยง 30 คนต่อวัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,000 รายต่อเดือน


Latest Press Release

คำตอบ คลายข้อสงสัยบริษัทบุหรี่ลดผลิตสินค้า อันตรายต่อสุขภาพ เพื่อสังคมปลอดควันในอนาคต

การเดินหน้ารณรงค์ให้เห็นอันตรายจากการสูบบุหรี่ และ การลดอันตรายจากยาสูบด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนจะต้องศึกษาและ หาความรู้ว่าทำไม สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งบริษัทบุหรี่ที่ยอมเสียสละลดการผลิตสินค้าของตัวเอง...

บริษัทบุหรี่ ยินดีปฏิบัติตาม กม.เพื่อให้คนไทยสุขภาพดีขึ้น เดินหน้าสร้างสังคมไร้ควัน

หลังจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ออกกฎหมายลูกเกี่ยวกับซองบุหรี่แบบมาตรฐาน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว 270 วัน เท่ากับว่ากลางปี 2562 เป็นต้นไป...

สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทยชี้! ผู้ป่วยรูมาตอยด์ขาดการรักษาที่ถูกต้อง เตรียม จัดงาน เรียนรู้ สู้รูมาตอยด์ แบบเจาะลึก

สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ชี้ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีแนวโน้มมากขึ้น และส่วนใหญ่ได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากขาดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำให้ผู้ป่วยยากต่อการเข้าถึง และระบบหลักประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมยารักษา เตรียมจัดงาน เข้าใจ เรียนรู้...

Health Care Fair 2018 : 15 ปี แห่งความไว้วางใจ BPK9 Family เพราะคุณคือครอบครัวของเรา

เมื่อ 7-11 พ.ย. 61 โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ฉลองครบรอบ 15 ปี แห่งความไว้วางใจ ครอบครัว BPK9 Family จัดกิจกรรม Health Care Fair 2018 มหกรรมคนรักสุขภาพ งานเดียวครบทุกเรื่อง ภายใต้แนวคิด 15th Anniversary BPK9 Family "Trust in Mind"...

หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พอ.สว. ให้บริการทางทันตกรรมในเรือนจำจันทบุรี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 นายบุญช่วย น้อยสันเที๊ยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ พอ.สว. โดยมีนายชาญ วชิรเดช ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี...

Related Topics