แพทย์ไทยแนะวิธีเลือกใช้เลเซอร์รักษาโรคผิวหนัง

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Monday June 18, 2018 16:49
กรุงเทพฯ--18 มิ.ย.--ไอเวิร์คพีอาร์

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยแพทย์เฉพาะทางด้านเลเซอร์ผิวหนังของไทยได้รับการยอมรับความสามารถจากทั่วโลกทั้งในระดับสากล เผยมีงานวิจัยทางวิชาการหลายชิ้นได้รับการพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องพร้อมกับได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย

ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ ประธานวิชาการ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าในปัจจุบันวิธีการนำเลเซอร์มารักษาโรคผิวหนังและเสริมความงาม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยประเทศที่โดดเด่นด้านการรักษาด้วยเลเซอร์ผิวหนังในปัจจุบัน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี อิสราเอล เกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยนั้น แพทย์ผิวหนังของไทยได้นำวิธีการรักษาด้านเลเซอร์เข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยเมื่อประมาณกว่า 20 ปีที่แล้ว และในปัจจุบันแพทย์เฉพาะทางด้านเลเซอร์ผิวหนังของไทยได้รับการยอมรับความสามารถจากทั่วโลก โดยเห็นได้จากงานวิจัยด้านเลเซอร์ผิวหนังของแพทย์ผิวหนังไทยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรฐานพร้อมกับได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น งานวิจัยเรื่อง Comparison of fractional erbium-doped yttrium aluminum garnet and carbon dioxide lasers in resurfacing of atrophic acne scars in Asians. เป็นผลงานวิจัยซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ (1st prize for the best abstract in the category: laser) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ 2nd 5-Continent-congress for lasers and aesthetic medicine ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบชนิดของเลเซอร์ที่ได้ผลดีกับการรักษาแผลหลุมสิวในคนเอเชีย ซึ่งวิทยาการเครื่องมือโดยส่วนใหญ่ ถูกคิดค้นมาจากฝั่งตะวันตก แต่เมื่อนำมาใช้กับคนเอเชียก็ไม่สามารถนำวิธีการหรือหลักการรักษามาใช้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเครื่องมือบางอย่างไม่เหมาะสมกับผิวของคนไทยหรือผิวของคนเอเชีย ซึ่งบางครั้งเมื่อนำมาใช้แล้ว อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น รอยคล้ำซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวว่า งานวิจัยอีกเรื่อง "A split scar comparison study of hypertrophic scar treatment with fractional laser vs. fractional laser-assisted topical corticosteroids delivery" ผลงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัล Best Abstract Award ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ 7th 5-Continent-Congress for Lasers and Aesthetic Medicine ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นงานวิจัยเรื่องของการใช้เลเซอร์รักษารอยนูน ซึ่งโดยปกติชาวตะวันตกเวลาเป็นแผล จะไม่ค่อยเป็นรอยนูนหรือเป็นคีลอยด์ แต่ในคนไทยหรือคนเอเชียหรือคนผิวคล้ำ เวลาเป็นแผลมักจะนูนตามมา ซึ่งในอดีตการรักษาแผลนูนที่ได้ผลดีที่สุด คือการฉีดยาสเตียรอยด์โดยการใช้เข็มฉีดยาเข้าไป เพื่อให้ยาสเตียรอยด์ ไปทำปฎิกริยาให้เส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลเป็นนั้นฝ่อ หรือลดการอักเสบของแผลเป็น แต่ข้อเสียของการฉีดยาสเตียรอยด์ นั้นมีหลายอย่าง คือ 1.จะเจ็บบริเวณแผลเป็น เพราะต้องปักเข็มทุก ๆ 1-2 เซ็นติเมตร แล้วเดินยาไปเรื่อย ๆ และต้องฉีดเดือนละครั้งติดต่อกันหลายเดือน แผลเป็นพวกนี้ส่วนใหญ่มันจะแข็ง เพราะฉะนั้นเวลาเราเดินยามันต้องออกแรงดันกดเข้าไป มันยิ่งจะเจ็บจากคมเข็มแล้วยังเจ็บจากการถูกดันยาเข้าไปอีก ดังนั้นในงานวิจัยนี้พบว่าเราสามารถใช้เลเซอร์ชนิดหนึ่ง เรียกว่าแฟรคเชเนลเลเซอร์ (Fractional laser) ซึ่งแฟรคเชเนลเลเซอร์ นี้ จะใช้เลนส์พิเศษในการบีบอัดลำแสงของเลเซอร์ ในเป็นจุดเล็ก ๆ เปรียบว่านำแสงเลเซอร์เจาะรูเล็ก ๆ ที่ผิวหนัง และก่อนที่จะทำการรักษาด้วยเลเซอร์ จะต้องทายาชา แล้วยิงเลเซอร์ไปที่บริเวณแผลเป็น รูเล็กๆพวกนี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 150-200 ไมครอน ซึ่งเป็น 1 ในพันของ 0.1 มิลลิเมตร มันเล็กมาก ข้อดีของการใช้เลเซอร์ชนิดนี้ คือเจ็บน้อยและไม่มีผลข้างเคียงของสเตียรอยด์เกิดขึ้น

ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า การรักษาด้วยวิธีการทำเลเซอร์ผิวหนังในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ที่น่าเป็นห่วงสุด คือมีแพทย์ผู้รักษาถึง 95 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่รักษาเลเซอร์ผิวหนังโดยเฉพาะ ดังนั้นผู้ที่จะรักษาด้วยวิธีการทำเลเซอร์ผิวหนังจะต้องใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบพิจารณาสถานพยาบาล และคลินิก ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาให้ดีเสียก่อน สำหรับการทำเลเซอร์ผิวหนังสามารถแบ่งตามจากลักษณะแผล โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ทำแล้วมีแผล และ 2.ทำแล้วไม่มีแผล คำว่า ทำแล้วมีแผล หมายถึงพวกที่มีสะเก็ด ต้องรอสัก 7 – 10 วันแผลถึงจะหลุด กับอีกประเภท ทำแล้วไม่มีแผล แค่รู้สึกอุ่น ๆ รู้สึกแปล๊บ ๆระหว่างทำ เสร็จแล้วก็ทำแล้วไม่มีสะเก็ด ไม่มีบาดแผล อาจเห็นเพียงรอยแดงเรื่อย ๆ และไม่ต้องทาครีมสมานแผล

นอกจากนี้เลเซอร์ผิวหนังยังแบ่งตามชนิดของกลุ่มโรค ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มที่ใช้เลเซอร์ที่ใช้พลังงานความร้อนไปทำลายเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ยกตัวอย่าง เช่น กระเนื้อ ไฝธรรมดา หรือขี้แมลงวัน กลุ่มที่สอง เลเซอร์ที่ไปทำลายเม็ดสี หรือสีผิวที่ผิดปกติ เช่น คนที่เป็นกระแดด กระลึก หรือเป็นปานสีเทาสีน้ำเงิน ที่เรียกว่า ปานโอตะ เลเซอร์กลุ่มนี้ยังสามารถเอาไปลบรอยสัก ยิงรอยสัก กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่รักษาเส้นเลือดที่ผิดปกติ การที่คนเรามีเส้นเลือดที่ผิวที่ผิดปกติ มันทำให้เราเห็นผิวตรงนั้นนูนหรือแดงขึ้น หรือที่เราเห็นเป็นปานแดงหรือบางคนที่เป็นปานสตรอเบอร์รี่ ที่เป็นก้อนแดง ๆ นูนขึ้นมา พวกนี้เราจะใช้เลเซอร์รักษาการผิดปกติของหลอดเลือดขึ้นมารักษา เลเซอร์กลุ่มนี้ ก็สามารถรักษาเส้นเลือดฝอยที่หน้า หรือบางคนใช้เลเซอร์กลุ่มนี้รักษาแผลเป็นนูน ไปทำลายท่อน้ำเลี้ยงของแผลเป็นนูน ให้แผลเป็นนูนฝ่อกลุ่มที่สี่ กลุ่มเลเซอร์กำจัดขน ด้วยวิทยาการของเลเซอร์ สามารถรักษาไปทั่วทั้งบริเวณผิว แล้วแสงจะลงไปที่รากขนของมันเอง ไม่ต้องจี้ทีละเส้น เลเซอร์กลุ่มนี้สามารถทำให้จำนวนเส้นขนลดลงไปในช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวหลังการยิงติดต่อกันหลายๆครั้ง และกลุ่มที่ห้า เป็นเลเซอร์กลุ่มปรับสภาพผิวชนิดไม่มีแผล หรือเรียกว่าเลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน กลุ่มนี้นำไปใช้ในการรักษาริ้วรอย หรือกระชับรูขุมขนเป็นแบบที่ไม่มีแผล หลักการคือให้แสงลงไปที่หนังแท้ส่วนต้น เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับการลบริ้วรอยและรักษาแผลหลุมตื้นๆ


Latest Press Release

รพส.ทองหล่อ เผยสถิติสัตว์เลี้ยงป่วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ชูศูนย์โรคหัวใจ เครื่องมือทันสมัย พร้อมดูแลหัวใจสัตว์เลี้ยงให้แข็งแรง

นางสาวเมสินี วิสิฐนรภัทร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า ปัจจุบันสถิติของสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคหัวใจมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่พบในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากและมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ในทุกสายพันธุ์...

AminoIndex Risk Screening (AIRS): จัดการมะเร็ง ก่อนที่มันจะเริ่ม ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการมีชีวิตที่ยืนยาวของคนญี่ปุ่นคือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

- Ajinomoto Co., Inc. ("บริษัท Ajinomoto") ได้พัฒนา AminoIndexTM ตรวจหาความเสี่ยง (AIRSTM) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตรวจหาโรคมะเร็งและโรคในชีวิตประจำวันทั่วไป - บริษัท Ajinomoto หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถขยายการใช้งานเครื่องมือที่ทรงคุณค่านี้ไปยังประเทศอื่น ๆ...

โบกมือลาออฟฟิศซินโดรม ด้วย 4 กิจกรรมง่ายๆ ทำได้ในทุกออฟฟิศ

เชื่อว่าการนั่งทำงานติดโต๊ะคอมพิวเตอร์ทุกวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นคงเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมฯ วันละหลายชั่วโมง นอกจากความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สะสมเพิ่มขึ้นในคนวัยทำงานยุคปัจจุบันแล้ว ภัยเงียบที่ตามมาก็คือ...

บาดแผลเรื้อรัง ปล่อยไว้นานยิ่งอันตราย

บาดแผลโดยทั่วไปพบได้ 2 แบบคือ บาดแผลเฉียบพลัน คือแผลที่เกิดขึ้นทันที แผลจะหายได้ไว อีกแบบหนึ่งคือบาดแผลเรื้อรัง คือ บาดแผลที่ไม่สามารถหายตามกระบวนการหายของแผลตามปกติและเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ...

ภาพข่าว: IBD มีเพื่อน

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมฯ (กลาง) และรศ.นพ.สถาพร มานัสสถิตย์ ประธานชมรม ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย (ที่5 จากซ้าย) ร่วมเปิดตัวโครงการ "IBD มีเพื่อน...Happy Life ถ้าลำไส้ไม่อักเสบเรื้อรัง" และเวบไซต์ www.ibdthai.com...

Related Topics