Whisk ส่งผลงาน Culinary Coach นวัตกรรมขุมพลัง AI คว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวด Ascensia Diabetes Challenge

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Monday June 25, 2018 08:55

บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์ และออร์แลนโด, ฟลอริดา--25 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

วันนี้ที่การประชุม Scientific Sessions ครั้งที่ 78 ของสมาคมโรคเบาหวานแห่งอเมริกา (ADA) ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา Ascensia Diabetes Care ได้ประกาศให้ Whisk จากสหราชอาณาจักร เป็นผู้ชนะการประกวดนวัตกรรมระดับโลก Ascensia Diabetes Challenge ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาโซลูชั่นดิจิทัลสำหรับรับมือโรคเบาหวานชนิดที่ 2

(โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/709497/Ascensia_Diabetes_Challenge_Logo.jpg )
(รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/709496/Ascensia_Diabetes_Integration.jpg )

นวัตกรรมของ Whisk ที่ชนะการประกวดครั้งนี้ได้แก่ Culinary Coach ซึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการให้คำแนะนำด้านอาหารอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล โดยประเมินจากรสชาติที่ชื่นชอบและอาหารที่เลี่ยงรับประทาน จากนั้นจะใช้ข้อมูลระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดสำหรับให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต่อไป โดยในวันนี้ Whisk เตรียมนำเสนอโซลูชั่นที่คว้ารางวัลชนะเลิศดังกล่าวต่อแวดวงโรคเบาหวานเป็นครั้งแรก ที่งาน 2018 DiabetesMine D-Data Exchange Event ในเมืองออร์แลนโด

นวัตกรรมที่ Whisk ได้พัฒนาขึ้นนี้ เป็นแพลตฟอร์มโภชนาการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งขณะนี้กำลังเปิดให้ผู้ใช้งานได้ค้นดูสูตรอาหารตามปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่ตนชื่นชอบ ข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ ข้อจำกัดด้านสภาพอากาศและอาหาร ไปจนถึงอาการแพ้ เมื่อผู้ใช้งานเลือกเพิ่มสูตรอาหารลงในแผนการทำอาหารของตนเองแล้ว ระบบก็จะเพิ่มสูตรอาหารดังกล่าวลงในรถเข็นช็อปปิงออนไลน์โดยอัตโนมัติ ตามร้านค้าปลีกของชำชั้นแนวหน้าของโลก ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อวัตถุดิบทำอาหารต่อไปได้โดยไม่สะดุด

ในฐานะผู้ชนะของการประกวดครั้งนี้ Whisk มีแผนที่จะมอบประสบการณ์ด้านอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยจะประเมินค่าวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด เพื่อให้คำแนะนำด้านอาหารที่ตรงกับลักษณะโรคเบาหวานของผู้ป่วยแต่ละราย เทคโนโลยี AI ในแพลตฟอร์มดังกล่าวจะใช้ค่าวัดจากระบบวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดของ Ascensia เพื่อวิเคราะห์ว่าค่าวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดของผู้ใช้งานนั้น ตอบสนองต่ออาหารและสูตรอาหารเฉพาะเจาะจงอย่างไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการรับประทานอาหารเพื่อคุมระดับน้ำตาลให้เหมาะสม โดย Culinary Coach ที่รองรับโรคเบาหวานนี้ จะเริ่มด้วยการให้คำแนะนำด้านอาหารที่ตรงกับผู้ใช้งานแต่ละราย และในอนาคตจะพัฒนาให้ครอบคลุมอาหารกึ่งสำเร็จรูปและตัวเลือกร้านอาหารด้วย

ไมเคิล คลอส ซีอีโอและประธานของ Ascensia Diabetes Care กล่าวว่า "โภชนาการและการเลือกรับประทานอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งในการรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยทางคณะกรรมการผู้ตัดสินและตัวผมเองนั้น รู้สึกประทับใจอย่างยิ่งกับเครื่องมือของ Whisk ตลอดจนแผนการพัฒนาให้ครอบคลุมผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งนี้ การช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถค้นหาคำแนะนำด้านอาหารที่ทั้งตรงใจและดีต่อสุขภาพของตนเอง โดยประเมินจากค่าวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดและอาหารที่ชื่นชอบนั้น เปิดโอกาสให้เราสามารถนำเสนอทางเลือกให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนหลายล้านคน เพื่อให้พวกเขามีตัวเลือกอาหารที่ทั้งดีต่อสุขภาพและมีรสชาติอร่อยถูกปาก"

โซลูชั่นของ Whisk ได้รับการคัดเลือกจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 116 ผลงาน จาก 25 ประเทศ โดย Whisk จะได้รับเงินรางวัล 100,000 ยูโร เพื่อนำไปสร้างและนำร่องบริการใหม่อันน่าตื่นเต้นนี้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พร้อมร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Ascensia Diabetes Care เพื่อนำเสนอโซลูชั่นนี้แก่ผู้ป่วย

เทคโนโลยีหลักของ Whisk ใช้ออนโทโลยีอาหารที่มีความครอบคลุม ซึ่งรู้จักในชื่อ Food Genome(TM) โดยเป็นการรวบรวมและทำความเข้าใจข้อมูลโภชนาการในระดับจุลภาคและมหภาค ตลอดจนสารประกอบรสชาติ การเก็บรักษา ราคา และโปรโมชั่นต่าง ๆ ปัจจุบัน Whisk เปิดให้ใช้บริการในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้ใช้บริการจัดทำรายการสินค้าหรือช็อปปิงลิสต์ถึงห้าแสนรายการทุกเดือน ตามห้างค้าปลีกอย่าง Walmart, Tesco และ Amazon Fresh

นิค โฮลเซอร์ ผู้ก่อตั้งแต่ซีอีโอของ Whisk กล่าวว่า "เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวด Ascensia Diabetes Challenge โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเพิ่มระดับของการระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ Whisk ก็ตื่นเต้นที่ได้คิดค้นโซลูชั่นที่เราคิดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ในการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต เราหวังว่าผลงานของเราร่วมกับ Ascensia Diabetes Care จะช่วยให้วิธีการจัดการอาการเปลี่ยนไป"

นอกจากตำแหน่งชนะเลิศแล้ว ยังได้มีการมอบรางวัลให้แก่รองชนะเลิศจำนวนสองรางวัล ได้แก่ Qstream จากสหรัฐที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากแพลตฟอร์มเรียนรู้ทางมือถือ ซึ่งผสมผสานคอนเซปต์การเรียนรู้แบบ spaced education เข้ากับระบบเกมที่น่าสนใจ แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างสร้างสรรค์ และได้รับการพิสูจน์แล้วในการทดลองแบบสุ่มเพื่อลด HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวาน [1] อย่างยั่งยืน ขณะที่รองชนะเลิศอีกราย ได้แก่ xBird บริษัทซอฟต์แวร์ทางการแพทย์จากเยอรมนีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ของบริษัทวิเคราะห์การเคลื่อนไหวระดับจุลภาคที่เก็บข้อมูลด้วยสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบกับประวัติข้อมูลระดับกลูโคสในเลือดของผ้ป่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อทำนายและตรวจจับความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้ รองชนะเลิศทั้งสองรายจะได้รับเงินรางวัล 30,000 ยูโร เพื่อใช้ในการพัฒนาโซลูชั่นของตนเองต่อไป

ขณะเดียวกัน Walk With Path ยังเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการยกย่อง จากนวัตกรรมแผ่นรองรองเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบที่เกิดจากเบาหวาน นวัตกรรมนี้ทำงานด้วยการตรวจจับแรงสั่นสะเทือนระหว่างการเดินซึ่งจะถูกแสดงบนแอพ และออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทรงตัวได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการล้ม โดย Ascencia จะให้การสนับสนุน Walk With Path ในการศึกษาความเป็นไปได้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ไมเคิลกล่าวเพิ่มเติมว่า "เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับโซลูชั่นดิจิทัลคุณภาพสูงเหล่านี้ ที่จะมาช่วยปฏิวัติการจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผลงานที่ชนะรางวัลต่างเน้นย้ำให้เห็นว่าเรากำลังเข้าสู่โลกแห่งสุขภาพดิจิทัล ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและดิจิทัลสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรับมือกับความต้องการเร่งด่วนที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง"

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกวด Ascensia Diabetes Challenge รวมถึงคณะกรรมการ และเกณฑ์การตัดสิน กรุณาเข้าชมที่ https://ascensiadiabeteschallenge.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Joseph Delahunty, VP, Global Head of Communications
Ascensia Diabetes Care
อีเมล: joseph.delahunty@ascensia.com
อ้างอิง
[1] Kerfoot BP et al. Diabetes Care (2017) 40:1218-1225
ที่มา: Ascensia Diabetes Care

Latest Press Release

ภาพข่าว: เปิด โครงการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด เนื่องในวันหัวใจโลก 2562

เนื่องในวันหัวใจโลก 2562 นพ.ประดับ สุขุม ที่ปรึกษา รพ.หัวใจกรุงเทพ เป็นประธานในงาน "World Heart Day : BE A HEART HERO โดยมูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยการกำกับดูแลของบริษัท...

โรคภูมิแพ้อาหารแฝง

โรคภูมิแพ้อาหารแฝง คืออะไร? เหมือนกับการแพ้อาหารไหม ตอบได้เลยว่าไม่! การแพ้อาหารทั่วไป อาจจะมีอาการแบบเฉียบพลัน หรือเว้นระยะไม่นานหลังจากการกินอาหารมื้อนั้นๆ แต่ โรคภูมิแพ้อาหารแฝง จะไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็นเลย แต่จะค่อยแฝงตัวแบบเงียบๆ...

มูลนิธิเวชดุสิต ร่วมกับ รพ.หัวใจกรุงเทพ เปิดตัวโครงการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิดผ่านสายสวน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน 14 ราย เนื่องในวันหัวใจโลก

เนื่องในวันหัวใจโลก 2562 และโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ จัดงาน World Heart Day : BE A HEART HERO พร้อมเปิดตัวโครงการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter ASD Closure) ให้กับผู้ป่วย...

ภาพข่าว: Health Check Up โรงพยาบาลพระรามเก้า

นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมด้วยนายแพทย์วิรุฬห์ มาวิจักขณ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า และคณะแพทย์...

โคคิวเท็นยิ่งลด ความเสื่อมของเซลส์ในร่างกายยิ่งเพิ่ม

เภสัชกรชี้ยิ่งอายุมากขึ้น ปริมาณโคคิวเท็นในร่างกายจะยิ่งลดน้อยลง เป็นสาเหตุหลักของความเสื่อมถอยของเซลส์ในร่างกาย รวมทั้งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยและความเหี่ยวย่น เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินโฆษณาเกี่ยวกับ "โคคิวเท็น" มาบ้างแล้ว และเชื่อว่าการรับรู้ของหลายๆ...

Related Topics