สพฉ.ผนึกภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชนหลากหลายองค์กรเตรียมคลอดต้นแบบการเรียนการสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 เรื่อง

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Monday July 16, 2018 11:56
กรุงเทพฯ--16 ก.ค.--สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

สพฉ.ผนึกภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชนหลากหลายองค์กรเตรียมคลอดต้นแบบการเรียนการสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 เรื่อง อาทิ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ไฟไหม้ การเรียนรู้การทำ CPR การใช้งานเครื่อง AED และการสังเกตอาการหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือด รวมถึงการฝึกการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 เชื่อจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้เด็กจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้

เหตุการณ์ที่นักฟุตบอลและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย กว่า 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงรายทำให้เรื่องการเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติสำหรับเด็กๆและเยาวชนได้กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีการพูดถึงกันในสังคมตอนนี้ ล่าสุด นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เรื่องการสอนให้เด็กๆ ของเราเตรียมการรับมือกับการเจ็บป่วยฉุกเฉินต่าง ๆ รวมถึงการสอนให้เขารู้ถึงวิธีในการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นที่เราควรมีการบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่ชัดเจนเพราะเราไม่สามารถรู้เลยว่าเด็กๆ ของเราจะพบเจอกับเหตุการณ์เจ็บป่วยฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ทางภัยพิบัติที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้เคยจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากหลากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิต่างๆ รวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลหลากหลายองค์กรรวมถึงกระทรวงศึกษาธิการเพื่อช่วยกันสร้างร่างหลักสูตรการการเรียนการสอนเด็กๆให้รู้จักการเอาตัวรอดจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งหลังจากที่เราระดมความคิดเห็นผ่านการทำ work shop กับหลากหลายหน่วยงานพวกเราก็ได้คลอดร่างคู่มือต้นแบบออกมา 7 เรื่องเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาและวิธีปฏิบัติจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินและภัยพิบัติต่างๆ

รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวว่า ซึ่งเจ็ดหลักสูตร 7 เรื่องประกอบด้วย

1. การเรียนรู้การเอาตัวรอดจากจากการเดินเท้าทั้งบนฟุตบาธ ทางเดิน หรือแม้กระทั่งการข้ามถนน ซึ่งเด็ก ๆจะต้องเรียนรู้เรื่องราวของการเดินเท้าหรือข้ามถนนอย่างปลอดภัยเพื่อให้ตนเองปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ซึ่งรูปแบบการเรียนการสอนนั้นจะเหมาะสมหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป นอกจากนี้ยังจะมีแนวทางในการขับขี่รถอย่างปลอดภัยที่จะใช้สอนเด็กในวัยมัธยมอีกด้วย ส่วนเรื่องที่

2. คือหลักสูตรที่จะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และรับมือกับโรคจิตเวชซึ่งก็คือการเตรียมการรับมือกับเรื่องของภาวะซึมเศร้าและภาวะเครียดที่เราจะพบเห็นเด็กๆ เครียดซึมเศร้าและฆ่าตัวตายเยอะ ดังนั้นเด็กๆ ควรได้เรียนรู้วิธีในการสังเกตตนเองเฝ้าระวังตนเองและหากทางออกให้กับตนเองในอาการเหล่านี้ได้ ถ้าเข้าได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตรของเรา

3.หลักสูตรเรื่องการเตรียมพร้อมในการรับมือกับภาวะโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ซึ่งเด็กๆ ของเราจะต้องเรียนรู้อาการเบื้องต้นของโรคว่าโรคหลอดเลือดสมองอาการที่ทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินเช่นปากเบี้ยวแขนขาอ่อนแรงเขาจะต้องช่วยเหลือตนเองอย่างไร หรือช่วยเหลือคนที่มีอาการเหล่านี้ได้อย่างไรและเขาควรได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์กี่ชั่วโมงเด็กๆ ต้องรู้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ในบทเรียนนี้ บทเรียนที่

4.คือการเรียนรู้อาการของโรคภาวะหัวใจขาดเลือดซึ่งในบทเรียนก็สอนให้เด็กๆ สังเกตอาการของผู้ที่เป็นโรคนี้เช่นหากเด็กๆเจ็บหน้าอกใจสั่นเหมือนจะเป็นลมเขาจะต้องรู้ว่าอาการเหล่านี้เข้าข่ายโรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่ก็เขาจะเรียกคนให้มาช่วยได้อย่างไร และเด็กเขาจะได้เรียนรู้เรื่องการแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 ด้วย

5. เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินจากเหตุอัคคีภัยและเหตุอุทกภัยในทุกๆ กรณีด้วยเหตุอัคคีภัยก็คือเด็กๆ สามารถที่จะเรียนรู้การเอาตัวรอดจากการเหตุการณ์ไฟไหม้ต่างๆ ได้ และในส่วนของอุทกภัยก็คือเด็กๆ จะต้องเอาตัวรอดจากการจมน้ำในทุกๆ กรณีให้ได้ เขาจะต้องเรียนรู้หลักการในการช่วยเหลือคนที่ถูกต้องเช่นการตะโกนโยนยื่น และเขาจะต้องฝึกลอยตัวในน้ำเพื่อรอความช่วยเหลือได้หากเขาตกน้ำหรือจมน้ำ โดยหลักสูตรที่เรารวมกันออกแบบทุกอันจะสอนให้เด็กๆ เอาตัวรอดจากเหตุการณ์เหล่านี้และแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 เป็นได้

6. หลักสูตรเรื่องการเรียนการสอบเกี่ยวกับการทำ CPR หรือการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นต้น เด็กๆจะต้องเรียนรู้วิธีในการทำ CPR ให้เป็นทุกคน และเขาสามารถที่จะช่วยผู้อื่นด้วยการทำ CPR ได้

และ 7 .หลักสูตรเรื่องการเรียนรู้การใช้งานเครื่องAED เบื้องต้น ซึ่งเด็กๆ ทุกคนจะต้องเรียนรู้เรื่องการใช้งานเครื่อง AED ให้เป็น นี่คือสิ่งที่เรากำลังพยายามผลักดันกับหลายหน่วยงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้เนื้อหาทั้งหมดเราทำเกือบเสร็จแล้วเหลือแค่การออกแบบสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็กๆ ในแต่ละวัยและแต่ละชั้นเรียนเท่านั้นเอง

นพ.ไพโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวในแถบภูเขา ทะเล หรือป่าอุทยานจะต้องจัดให้มีองค์ความรู้เช่นกัน เพราะโดยส่วนตัวของนักเรียนเองหรือประชาชนที่จะเข้าไปในพื้นที่ก็ไม่สามารถคาดคิดได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ดังนั้นการสอนให้เขามีเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นในแต่ละสถานการณ์ต่างๆ การเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ต้องเรียนรู้และปฏิบัติตัวทั้งการป้องกันและแก้ไขเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ตั้งแต่ในโอกาสแรก เช่นหากเด็กๆ ไปท่องเที่ยวทางน้ำเด็กๆ ก็ต้องรู้วิธีสวมเสื้อชูชีพ ต้องรู้คุณสมบัติของชุดชูชีพว่ามันช่วยเขาได้อย่างไร และในส่วนของการปีนเขาหรือการไปเที่ยวถ้ำ เด็กๆ จะต้องรู้ว่าสามสิ่งที่จำเป็นมากคือ เรื่องของไฟฉายที่ให้แสง นกหวีดที่ทำให้เกิดเสียงได้ และอีกอย่างหนึ่งก็คือเชือกและการใช้เชือกก็จะมีความสำคัญที่จะช่วยเหลือเขาได้ในหลายลักษณะ

"เมื่อเด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ในบทเรียน เด็กๆ ก็จะมีความรู้และจะสามารถเตรียมวางแผนการเดินทางของเขาเอง และจะเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจนสามารถช่วยเหลือตนเองและคนอื่นได้ที่สำคัญที่สุดคือเด็ก ๆจะได้เรียนรู้เรื่องการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 ได้อีกด้วยนั่นเอง" รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินกล่าว


Latest Press Release

ไทยประกันชีวิต ชวนสมาชิกไทยไลฟ์การ์ดคืนความหนุ่มสาวจัด workshop เวชศาสตร์ชะลอวัย

เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจ อันนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและยืนยาว บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงร่วมมือกับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท จัด workshop เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อมอบเป็นสิทธิพิเศษส่งท้ายปี...

สสส.ร่วมส่งท้ายปีด้วยการมีสุขภาพดี กับกิจกรรม Home Pollution เสาร์ที่ 22 ธ.ค. ศกนี้ ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เชิญชวนประชาชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วม กิจกรรม Home Pollutionมลภาวะใกล้ตัว ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม2561 ตั้งแต่เวลา 13.00 -15.00 น. ณ ห้อง Event Hall ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ...

NEW CAMTS CAMTS EU มาตรฐานแห่งความปลอดภัย ด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระดับโลก

การเคลื่อนย้ายหรือส่งต่อผู้ป่วยวิกฤติจากสถานที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอย่างปลอดภัย ในเวลาที่รวดเร็ว โดยไม่เกิดความผิดพลาดระหว่างการนำส่งผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่ระยะทางการเคลื่อนย้าย สภาพร่างกายของผู้ป่วย...

BDMS ชวนคนไทยสุขภาพดี

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS นำกลุ่มโรงพยาบาล ในเครือ ทั้ง 6 กลุ่มคือ กลุ่มรพ.กรุงเทพ กลุ่มรพ.สมิติเวช กลุ่มรพ.พญาไท กลุ่มรพ.เปาโล รพ.บีเอ็นเอช และกลุ่มรพ.Royal Bangkok และกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลร่วมออกร้านในงาน "อุ่นไอรัก...

ก่อนเป็นโรคไต ใครบ้าง? ที่ควรตรวจ

ไตเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย มีหน้าที่กำจัดของเสีย รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย รักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างและเกลือแร่ หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับไตย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างแน่นอนครับ ซึ่งอาการสำคัญที่พบได้ คือ ปัสสาวะเป็นฟอง เป็นสีน้ำล้างเนื้อ หรือขุ่น...

Related Topics