โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมก้าวไปข้างหน้าเพื่ออนาคตรีแบรนด์ใหม่-ปรับกลยุทธ์ธุรกิจครั้งใหญ่ สู่ โปรเฟสชั่นแนลเฮลท์แคร์คอมมูนิตี้

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Tuesday August 21, 2018 16:00
กรุงเทพฯ--21 ส.ค.--โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์

ลงทุนก่อสร้างอาคารใหม่และปรับปรุงอาคารปัจจุบันรับการขยายตัวของผู้ใช้บริการ ขยายขอบเขตบริการและความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมสุขภาพครบวงจร ปรับแนวทางสู่โรงพยาบาลดิจิตอล เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน จับดีมานด์สังคมรักสุขภาพ

โรงพยาบาลพระรามเก้า หนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศปรับภาพลักษณ์องค์กร (Rebranding) และกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี พร้อมประกาศจุดยืน (Brand Positioning) ใหม่ในฐานะ "โปรเฟสชันแนลเฮลท์แคร์คอมมูนิตี้" (Professional Healthcare Community) ศูนย์รวมเพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตที่พร้อมมอบบริการบำรุงรักษาสุขภาพในแบบฉบับมืออาชีพแก่คนทุกวัยทุกไลฟ์สไตล์

ในรูปแบบของ "Co-healthy Space" ที่มีบรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นมิตร และทันสมัย พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ด้วยการสร้าง Brand Loyalty ครองใจผู้ใช้บริการเดิม และออกกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย บุคคลที่ใส่ใจและดูแลสุขภาพ ไปจนถึงผู้ป่วยโรคซับซ้อน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่โรงพยาบาลฯ มีความชำนาญในการรักษา ด้วยบริการทางการแพทย์ระดับสากลที่รับรองโดย JCI และการทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ

นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ รองประธานกรรมการ กรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า เผยปัจจัยแห่งความสำเร็จของโรงพยาบาลพระรามเก้าตลอดระยะเวลา 26 ปีที่เปิดให้บริการว่า "โรงพยาบาลพระรามเก้าได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการมาอย่างยาวนาน เพราะมีจุดแข็งทั้งความโดดเด่นของสถาบันทางการแพทย์และศูนย์การแพทย์ เช่น สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไตพระรามเก้า สถาบันหัวใจและหลอดเลือดพระรามเก้า ศูนย์เบาหวานและเมตาบอลิก รวมถึงศักยภาพในการรักษาโรคซับซ้อนด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งล่าสุดประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้ผู้ป่วยอายุ 80 ปี นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังมีความพร้อมในด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่า (Value for Money) และสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลฯ ในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New Central Business District: New CBD) ที่แวดล้อมด้วยชุมชนขนาดใหญ่หลายพื้นที่ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดศูนย์รวมการเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ และเป็นทำเลที่มีศักยภาพ จากการเพิ่มขึ้นของอาคารสำนักงานและโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้โรงพยาบาลฯ มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยโรงพยาบาลพระรามเก้าได้รับความนิยมจากทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะชาวเมียนมาและกัมพูชา ตลอดจนกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนหรือทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวจีนที่นิยมเข้ามาอาศัยในบริเวณใกล้เคียงที่ตั้งของโรงพยาบาลฯ

"เมื่อพิจารณาจุดแข็งทั้งหมดประกอบกับสภาวะต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมโรงพยาบาลในประเทศไทย ทั้งสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (อ้างอิงจากข้อมูลในปี 2557) ที่ร้อยละ 4.1 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.8 สะท้อนว่ายังมีโอกาสการเติบโตอีกในอนาคต ทิศทางการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ด้วยจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจาก 10.4 ล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 15.9 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในปี 2558 เป็น 20.5 ล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 32.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในปี 2583 อัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคร้ายแรงที่เพิ่มขึ้นจากรูปแบบการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ความต้องการด้านบริการสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ และการผลักดันของรัฐบาลเพื่อให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก ทำให้โรงพยาบาลฯ เล็งเห็นถึงโอกาสขยายตัวทางธุรกิจในอนาคต และมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์รวมด้านการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยและได้รับความไว้วางใจมากที่สุด" นายแพทย์เสถียร กล่าวเสริม

นายแพทย์สุธร ชุตินิยมการ รองกรรมการผู้อำนวยการ (ฝ่ายบริหาร) และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการ (ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ) โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวถึงกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของโรงพยาบาลพระรามเก้าว่า "เพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ โรงพยาบาลพระรามเก้าได้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการ โดยปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ จากการเป็นโรงพยาบาลที่มอบบริการดูแลรักษาผู้ป่วยในระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) ซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยในระยะที่อาการรุนแรงแล้ว สู่การเป็น Professional Healthcare Community ที่มอบบริการการดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาลแบบองค์รวมอย่างเต็มรูปแบบและไร้รอยต่อในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพใจกลางเมือง ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของทุกคน"

5 กลยุทธ์หลักดังกล่าวที่โรงพยาบาลพระรามเก้าใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ประกอบด้วย

1. ขยายเครือข่ายพันธมิตรและความร่วมมือทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโรงพยาบาลพระรามเก้ามีโรงพยาบาลพันธมิตรทั้งหมด 9 แห่งในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศ ทั้งจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี จันทบุรี ตรัง อุบลราชธานี ชุมพร และนครสวรรค์ โดยโรงพยาบาลที่ร่วมเป็นพันธมิตรจะทำการส่งต่อผู้ป่วยโรคไตมาที่โรงพยาบาลพระรามเก้าเพื่อเข้ารับการรักษาที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองเฉพาะทางในด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยเปลี่ยนไต จากมาตรฐานระดับโลก "JCI" นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อส่งผู้ป่วยเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยมีสถาบันทางการแพทย์และศูนย์การแพทย์ที่โดดเด่นและบริการทางการแพทย์ที่หลากหลายเป็นปัจจัยดึงดูด

2. ทุ่มงบกว่า 2,000 พันล้านบาท สร้างอาคารใหม่สูง 16 ชั้น อาคารใหม่ของโรงพยาบาลฯ จัดสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดCo-Healthy Space เพื่อรองรับการขยายขอบเขตบริการทางการแพทย์และจำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงขึ้น โดยอาคารแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมทางการแพทย์ที่มีเครื่องมือทันสมัย ให้บริการระดับพรีเมี่ยม ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพรักษาพยาบาล และบริการด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ส่วนจัดแสดงนิทรรศการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและ Co-working Space ขณะนี้อาคารใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลฯ ยังมีแผนการปรับปรุงอาคารปัจจุบัน ให้มีบรรยากาศทันสมัยและรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน และผู้ป่วยภาวะวิกฤติ (ICU และ CCU) โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนเตียงจดทะเบียน จาก 166 เตียงในปัจจุบัน เป็นประมาณ 313 เตียงได้ในปี 2565

3. ขยายขอบเขตการให้บริการ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion & Wellness) โรงพยาบาลฯ จะขยายขอบเขตในการบริการให้ครอบคลุมไปถึง การส่งเสริมสุขภาพ การตรวจหาโรค การประเมินความเสี่ยงและลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ การบำบัดฟื้นฟูหลังอาการป่วย ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยจะดำเนินการต่าง ๆ เช่น จัดตั้งศูนย์สุขภาพเส้นผม ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมความงาม ศูนย์รักษาอาการปวดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจรที่พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพในทุกช่วงอายุ รวมไปถึงยกระดับแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้เป็นการดูแลแบบองค์รวม

4. เดินหน้าสู่การเป็นโรงพยาบาลดิจิตอล (Digital Hospital) ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับบริการทางการแพทย์และกระบวนการทำงานภายในโรงพยาบาล โรงพยาบาลฯ จะนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์และกระบวนการทำงานพร้อมทั้งอำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ป่วย โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามการรักษาผู้ป่วยในรูปแบบที่เรียกว่า "ดิจิตอลเฮลท์" (Digital Health) เช่น โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ป่วย (Praram 9 Patient Mobile Application) ห้องระบบศูนย์บัญชาการควบคุม (Command Center) อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถใส่ติดตัว (Medical Wearable Device) ที่เสริมความสามารถในการติดตามสถานการณ์ ดูแลป้องกันและเตรียมพร้อมการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องสุขภาพและการรักษาเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ระยะไกล (Telemedicine)

5. มุ่งเน้นการตลาดเชิงรุกและการปรับภาพลักษณ์องค์กร เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็น Professional Healthcare Community ผ่านการบูรณาการกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดอย่างรอบด้าน เช่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ใน Social Media การทำไวรัลวิดีโอ (Viral Video) รวมทั้งการจัดอบรมและสร้างความเข้าใจถึงวิถีการดำเนินธุรกิจและให้บริการภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กร (Employee Cultural Transformation หรือ Organization Development) ในกลุ่มคณะแพทย์และบุคลากรของโรงพยาบาล เพื่อสร้าง

การรับรู้และการมีส่วนร่วม (Engagement) กับผู้รับบริการและชูศักยภาพของโรงพยาบาลฯ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสามารถดึงดูดการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มใหม่นอกเหนือจากกลุ่มผู้ป่วย สำหรับโลโก้ใหม่ได้มีการปรับสีให้มีความทันสมัยและเป็นมิตรขึ้น โดยที่ยังไม่สูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมไป ด้วยการใช้รูปทรงที่ไหลมาบรรจบและตัดขวางกัน เพื่อสื่อถึงการผสานพลังของเครื่อข่ายพันธมิตรทางการแพทย์และความเป็นคอมมูนิตี้

"โรงพยาบาลพระรามเก้ามีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 2559 และ 2560 มีรายได้รวม 1,996.4 ล้านบาท 2,272.5 ล้านบาท และ 2,455.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้น (CAGR) ร้อยละ 10.9 ต่อปี ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 โรงพยาบาลฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 653.3 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 15.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ด้วยจุดแข็งและกลยุทธ์การแข่งขัน โรงพยาบาลพระรามเก้ามั่นใจในศักยภาพการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต" นายแพทย์สุธร กล่าวปิดท้าย

สามารถติดตามข้อมูลโรงพยาบาลพระรามเก้าได้ที่ www.praram9.com

Latest Press Release

ภาพข่าว: ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมจัดงานให้ความรู้ ลดความเสี่ยง การเกิดกระดูกหักซ้ำ ในผู้สูงอายุ เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก ปี 61

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม 2561 ทางราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (The Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand = RCOST) ร่วมกับบริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน "Special talk with...

ภาพข่าว: คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา บริจาคเงินสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่ รพ.หัวเฉียว

คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ บริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว โดย คุณสำเริง มนูญผล (ที่ 2 จากขวา) เป็นตัวแทนมอบเงิน โดยมี พญ.เบญจมาศ วณีสอน (ที่ 2 จากซ้าย)...

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลในเครือ BDMS ภาคตะวันออก จัดประชุมวิชาการ BDMS Eastern Trauma Network18 เรื่อง Trends in Management of Trauma Care 2018

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ภาคตะวันออก นำโดย โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จัดประชุมวิชาการ BDMS Eastern Trauma Network'18 ในหัวข้อ "Trends in Management of Trauma Care 2018"...

โรคเบาหวาน สะพานเชื่อมโรคภัยต่างๆ

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ก็ไม่ใช่ทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้อีก เช่น ภาวะเครียด ภาวะอ้วน ชอบรับประทานอาหารหวาน ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น...

Your Codes. Your Future. BIZGenes การตรวจพันธุกรรมคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็ง

จะดีแค่ไหน…ถ้าเราสามารถวางแผนสุขภาพในอนาคตได้จากรหัสชีวิตที่มีมาตั้งแต่เกิด เพราะเราทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะมีสุขภาพที่ดีในอนาคต แต่ทว่าคนเราแต่ละคนมีรหัสพันธุกรรมที่แตกต่างกันออกไป...

Related Topics