ดูแลสุขภาพผู้สูงวัย...ให้อยู่กับลูกหลานไปนานๆ ด้วยการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็ง

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Friday May 24, 2019 15:11
กรุงเทพฯ--24 พ.ค.--โน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก

ผู้สูงวัยเปรียบเหมือนแหล่งรวมความรักของลูกหลาน แต่ด้วยร่างกายที่เสื่อมถอยลงไม่แข็งแรงเท่าคนหนุ่มสาว ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในด้านความรู้ ข้อมูล รวมถึงการให้ความใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพและการดูแลร่างกายให้แข็งแรงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัวและหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า

"สังคมไทยของเราในตอนนี้กำลังก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คือ การมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายที่เข็งแรง ดังนั้นจึงควรเตรียมความพร้อมด้วยการดูแลและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่ตามมากับอายุที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีปัญหาในการได้ยินหรือหูตึง มีปัญหาในการมองเห็น ความจำเสื่อม ข้อเสื่อม กระดูกพรุน กระดูกบาง

และสำหรับของผู้หญิงต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของโรคที่ตามมาหลังวัยหมดประจำเดือนเป็นพิเศษ เพราะฮอร์โมนเพศในร่างกายลดลง ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น ผิวแห้ง ช่องคลอดแห้งเกิดการระคายเคือง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย โดยในผู้สูงอายุช่องคลอดและมดลูกจะหย่อนโดยเฉพาะในรายที่คลอดลูกหลายคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจที่เพิ่มขึ้น

อีกหนึ่งโรคที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะความเสี่ยงของโรคเพิ่มขึ้นตามอายุเช่นกันคือ "โรคมะเร็ง" มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งที่เพิ่มขึ้นจากการมีอายุมากขึ้นนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่นเดียวกันกับความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก

อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ คือ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งปนเปื้อนสารเคมีหรื่อสารก่อมะเร็ง เช่น การทานอาหารปิ้งย่างติดเขม่าดำ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การสัมผัสมลพิษทางอากาศ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ควันรถยนต์ ร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอและตรวจเพิ่มเติมตามข้อแนะนำทางการแพทย์เมื่ออายุถึงเกณฑ์ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจเต้านมด้วย digital mammogram ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง และตั้งแต่อายุ 55 ปี อาจรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย low-dose CT โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำหรือใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่ตามวินิจฉัยของแพทย์

นอกจากนี้หากพบประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งอาจบ่งบอกได้ว่าเกิดการกลายพันธุ์ของยีนที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ การตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งด้วยการตรวจยีนจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และปลอดภัย สามารถตรวจได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอาการผิดปกติหรือไม่พบความผิดปกติจากการตรวจเอกซเรย์หรือเลือด เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงลึก เช่น หากผลตรวจเป็นบวก นั่นคือ ยังไม่ได้เป็นมะเร็งตอนนี้ แต่พบความเสี่ยงเป็นมะเร็งทางพันธุกรรมซึ่งจะเกิดในอนาคต ตอนนี้ก็ต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อปัจจัยเสี่ยงให้เกิดมะเร็งชนิดนั้นๆ

หากผลตรวจเป็นลบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางเป็นมะเร็งเลย แต่หมายถึง ไม่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมในการเกิดมะเร็ง การดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงก็ยังมีความสำคัญ เพราะการเกิดมะเร็ง นอกจากพันธุกรรมแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิต และการปนเปื้อนสารเคมี หรือสารก่อมะเร็ง ก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น เลี่ยงการทานอาหารปิ้งย่างติดเขม่าดำ เลี่ยงการสูบบุหรี่ดื่มเหล้าเป็นประจำ เลี่ยงการสัมผัสมลพิษทั้งทางอากาศ อาหาร เป็นต้น

การตรวจยีนทำได้ง่ายและสะดวก ด้วยการเจาะเลือด 6 มล. ส่งตรวจห้องปฏิบัติการทางพันธุกรรม วิเคราะห์ผลด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing ( NGS ) ที่นับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการตรวจยีน มีความแม่นยำ ถูกต้อง ปลอดภัย มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา โดยผลการตรวจเฉพาะรายบุคคลรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ ศาสตร์โรคมะเร็ง ปัจจุบัน การตรวจยีนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ประโยชน์ของการตรวจสามารถช่วยวางแผนการตรวจสุขภาพได้ตรงจุดเสี่ยงมากขึ้น และหากพบก้อนเนื้อที่ผิดปกติและสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ทำการวินิจฉัยเพิ่มเติม

และหากพบว่าเป็นมะเร็งระยะต้น ๆ จะเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในระยะยาว"


Latest Press Release

หัด ติดง่าย แต่ป้องกันได้

โรคหัด คือไข้ออกผื่นที่พบได้ในทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กเล็กอายุ 1 - 6 ปี สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศ...

เคล็ดไม่ลับ 3 ขั้นตอน รับมือความเครียดจากไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่

ไลฟ์สไตล์การทำงานของชาวออฟฟิศยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนด้วยอิทธิพลของอินเตอร์เน็ต สังคมดิจิทัล และสื่อโซเชียลมีเดียที่แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยในแต่ละวันนอกจากจะต้องใช้เวลานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่างๆแล้ว...

ไทยจับมือไต้หวันสานต่อความร่วมมือด้านนวัตกรรมดูแลสุขภาพอัจริยะ

เตรียมจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ประจำปี 62 Taiwan Thailand Innovative Medical Cooperation โรงพยาบาลชั้นนำไต้หวันนำทีมผู้ประกอบการด้านการดูแลสุขภาพอัจริยะกว่า 20 ราย เตรียมแสดงผลงานในงานประชุมวิชาการทางการแพทย์ประจำปี 2562 ที่ประเทศไทย...

จิตเวชโคราช ย้ำเตือนพ่อแม่!!หากพบลูกวัย 2 เดือน ไม่สบตา ไม่มองโมบาย ให้สงสัยอาจเป็นออทิสติก ! รีบพาไปรพ.ใกล้บ้าน

รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ เผยอัตราการเข้ารักษาฟื้นฟูของเด็กที่เป็นออทิสติกในเขตสุขภาพที่ 9 รอบ6 เดือนปีนี้ยังต่ำเพียงร้อยละ 25 จากจำนวนเด็กที่คาดว่าจะมีปัญหาประมาณ 1,900 คน ย้ำเตือนให้พ่อแม่สังเกตอาการผิดปกติให้เร็วที่สุด หากพบเด็กวัย 2 เดือนไม่สบตา...

ลูกนอนหายใจเสียงดัง ปล่อยไว้ไม่ดีแน่!

โดยปกติแล้วเด็กเล็กมักจะหายใจเร็ว โดยเด็กตั้งแต่แรกเกิด-2 เดือน จะมีอัตราการหายใจอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที เมื่ออายุ 2 เดือน-1 ปี อยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที และเมื่ออายุ 1-3 ปีขึ้นไป อัตราการหายใจของลูกจะเริ่มลดลง และจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 20-30...

Related Topics