ดื้อโบ เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ทำยังไงถึงจะไม่ดื้อโบ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง ดื้อโบ และวิธีป้องกัน

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Monday September 16, 2019 14:09
กรุงเทพฯ--16 ก.ย.--เฟลชแมน ฮิลลาร์ด

ปัจจุบันการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม กลายเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป เพราะใบหน้าและผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดี จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจต่อตัวบุคคลด้วย โดยหนึ่งในวิธีเสริมความงามที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ไทยก็คือ การใช้ "โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน" หรือที่เรียกกันสั้น ๆ "โบ" ที่ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย ปรับใบหน้าให้กระชับเข้ารูป เสริมความมั่นใจให้กับสาวๆ และด้วยความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจึงทำให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน มีตัวเลือกที่หลากหลาย และด้วยราคาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโดยที่ยังไม่ทันได้ศึกษาให้ดี สุดท้ายจึงนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการ "ดื้อโบ"

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่   รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาตราจารย์ ดอกเตอร์ ไมเคิล มาร์ติน นักภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Giessen ประเทศเยอรมนี และ ดอกเตอร์ เจอร์เกน เฟรเวิร์ต นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีจากบริษัท Merz Healthcare ประเทศเยอรมนี หัวหน้าทีม ผู้คิดค้นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โบเยอรมัน มาร่วมแชร์ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง "ดื้อโบ" และวิธีป้องกัน จากผลการสำรวจ 'พฤติกรรมการรับบริการฉีดโบทูไลนุม ท็อกซิน ในกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงไทย' โดย NUMBERS 10 RESEARCH พบว่า ใน 1 ปี มีผู้รับบริการโบทูไลนุม ท็อกซิน ประมาณ 3,500,000 คน ต่อปี และมีอัตราส่วนของคนในกลุ่มอายุ   25 – 29 มากที่สุด คือ 36% ขณะที่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ทำการสำรวจโดยวิธีการออนไลน์ ในแพทย์จากคลินิกความงาม จำนวน 107 คน เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา พบว่าแพทย์ 8 ใน 10 คน เคยพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมาแล้ว โดยอาการ คือ เกือบ 90% ผลการรักษาไม่เหมือนเดิม และ มากกว่า 60% แพทย์ใช้วิธีการเปลี่ยนแบรนด์ จากสถิติข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนไทยเริ่มเข้าสู่การใช้โบทูไลนุม ท็อกซิน เร็วขึ้น และแพทย์ยังพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขแต่เนิ่นๆ เราจะมาดู 4 วิธีสังเกตพฤติกรรมร่างกาย อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลัง "ดื้อโบ" เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนกัน

ใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่เห็นผลไม่เท่าเดิม หรือเห็นผลน้อยกว่าที่ผ่านมา พฤติกรรมนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุอาการเริ่มต้นของการ "ดื้อโบ" ที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเราได้มีการผลิตสารขึ้นมาเพื่อต่อต้าน โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น้อยลง ไม่เหมือนครั้งแรกที่ทำ ต้องเพิ่มปริมาณยา ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม หลายครั้งที่หลังจากใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์กลับน้อยกว่า แพทย์จึงได้แนะนำให้เพิ่มปริมาณยาเพื่อคงผลลัพธ์ให้เท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวิธีนี้ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากหากเรายิ่งเพิ่มปริมาณยา อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารออกมาเพื่อต่อต้านมากยิ่งขึ้น และอาการดื้อโบ ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย ต้องกลับมาเติมบ่อยขึ้น ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม แน่นอนว่า การกลับมาเติมสารบ่อยครั้งอาจจะทำให้ทุกคนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น แถมพฤติกรรมนี้ก็ไม่ต่างจากการเพิ่มปริมาณยา ที่จะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารต่อต้านมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายแล้ว อาจส่งผลให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อตัวยาและไม่แสดงผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง เติมแล้วไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บอกเลยว่า หากใครที่ได้ลองมาเติมอีกครั้งแล้วไม่เห็นผล หรือต่อให้เปลี่ยนตัวยาก็แล้ว เพิ่มปริมาณก็แล้ว ทำยังไงผิวหน้าของเราก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาการลักษณะนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า "คุณได้เกิดการดื้อโบแบบสมบูรณ์" ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลารักษาค่อนข้างนานกว่าจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ สาว ๆ และหนุ่ม ๆ จึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อโบตั้งแต่ต้นจะดีที่สุด

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันการเกิดอาการดื้อโบ ไว้ว่า "การดื้อโบ โดยทั่วไปไม่ได้อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่จะทำให้เวลาที่เราให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน นั้น ร่างกายจะไม่แสดงผลลัพธ์ออกมาเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่แสดงผลเลย ซึ่งมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น อาทิ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ อาการปวดศีรษะแบบไมเกรน โรคคอบิด หรืออาการหน้ากระตุก เป็นต้น แถมในด้านความสวยความงามอาจจะทำให้หลายท่านต้องเสียเงินและเวลาฟรี แต่ก็ยังมีวิธีแก้ไข นั่นคือการหยุดใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน เป็นเวลานาน จนกว่าร่างกายจะหยุดหรือลดการผลิตสารต่อต้านลง หรือสำหรับใครที่เพิ่งจะมีอาการดื้อโบในระยะเริ่มแรก ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน ที่มีความบริสุทธ์สูง โดยสามารถสอบถามแพทย์ที่เราเข้ารับการบริการได้ วิธีนี้จะทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นสารที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อต่อต้าน และเมื่อเวลาผ่านไปสารที่ต่อต้านในร่างกายก็จะลดการผลิตลงด้วย ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ทุกคนกันไว้มากกว่าหาวิธีแก้ไข โดยต้องรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น รับบริการแต่พอดี ไม่ควรเกินปีละ 3 - 4 ครั้ง ใช้ปริมาณยาที่พอประมาณ ไม่ควรเกินครั้งละ 100 ยูนิต แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเลือกโบทูไลนุ่ม ท็อกซินที่มีขนาดโมเลกุลเล็กและบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยสูง เพื่อลดโอกาสของการผลิตสารต่อต้าน และเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด"

อย่าง "โบเยอรมัน By Merz Aesthetics" นวัตกรรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากเยอรมัน ผลิตในประเทศเยอรมนี ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยการขึ้นทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย ผ่านการคิดค้นวิจัยและพัฒนาให้ได้มาซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีโมเลกุลขนาดเล็กและบริสุทธิ์ ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีนที่อาจตกค้างสะสมในร่างกาย จึงออกฤทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจง มอบความสวยได้รวดเร็วและยังรู้สึกเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ และจากงานวิจัยยังพบว่าการใช้โบเยอรมันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานนั้น มีโอกาสก่อให้เกิดการดื้อโบ ต่ำ เนื่องจากเป็นสูตรที่ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความงามแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกังวลเรื่องอาการดื้อ หรือไม่เห็นผลหลังการใช้ ช่วยลดโอกาสการดื้อโบในอนาคตได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่ Facebook: MerzAestheticsThailand

เกี่ยวกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์

เมิร์ซ เอสเธติกส์ แบรนด์นวัตกรรมความงาม เป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มบริษัท เมิร์ซ ฟาร์มา ประเทศเยอรมัน สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้าน เวชภัณฑ์ยาและเทคโนโลยีความงาม มากว่า 110 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำอันเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือของแพทย์ ความงามและผู้บริโภค ทางด้านนวัตกรรมความงาม เวชภัณฑ์ยากลุ่มโบทูลินั่มท็อกซิน และเครื่องมือแพทย์เพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่าง ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เขี่ยวชาญด้านความงามกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า นำเข้าและ จัดจำหน่าย กลุ่มสินค้านวัตกรรมความงามเพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่างอย่างครบวงจร ได้แก่ ฟิลเลอร์เนื้อเนียนจากสวิส โบเยอรมัน และเครื่องมือยกกระชับผิวหน้าและลำคอ อัลเธอร่า (Ulthera) พร้อมด้วยการบริการหลังการขายและคอร์สฝึกอบรมเทคนิคแก่แพทย์ความงามทุกท่านให้เป็นผู้สรรสร้างความงามอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งผลลัพธ์ความงามพึงพอใจสูงสุด แก่ผู้บริโภคที่เข้ารับบริการทุกคน ดังพันธสัญญาของบริษัทฯ ที่ว่า อยากให้ทุกคน มีความเป็นอยูที่ดี รู้สึกดี และดูดี งดงามขึ้นกว่าที่เคย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.merzclubthailand.com

Latest Press Release

ภาพข่าว: คณะอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต้าลี่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ศึกษาดูงาน รพ.ลานนา

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ณ โรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ ... นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลานนา นางสาวจันทนา จารุเศรณี หัวหน้าแผนกลูกค้าสัมพันธ์ , นางจิราลักษณ์ จันทร์กระจาย หัวหน้าแผนกสื่อสารการตลาด และ นางนฤมล วัฒนปฤดา หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล...

ภาพข่าว: โรงพยาบาลลานนา บันทึกข้อตกลง MOU ร่วมมือทางวิชาการฯ กับวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่

วันที่ 22 ตุลาคม 2562 : วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ เชียงใหม่ ร่วมกับ โรงพยาบาลลานนา โดย นายสมมิทธิ์ ทิพยมณฑล ผู้รับใบอนุญาต และผู้จัดการวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ และ นายฉลวย พันธ์ทอง ผู้อำนวยการฯ...

ภาพข่าว: โรงพยาบาลลานนา รับการตรวจประเมินระบบคุณภาพ ISO 9001: 2015

นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลลานนา และ นพ.ธีระยุทธ นิยมกูล รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยทีมหัวหน้าแผนกของโรงพยาบาลลานนา ให้การต้อนรับผู้ตรวจประเมินระบบคุณภาพ คุณสุณิสา สายสุทธิ์ และคุณนิภาพร พงษ์สุวรรณ จาก บริษัท ยูไนเต็ด รีจิสตร้า ออฟ ซิสเท็มส์...

ภาพข่าว: โครงการสร้างสุข..(สุขภาพดี) กับ 81 ปี โรงพยาบาลหัวเฉียว

โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลเอกชนเพื่อสังคม ในสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดโครงการสร้างสุข..(สุขภาพดี) กับ 81 ปี โรงพยาบาลหัวเฉียว จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพกับประชาชน ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด...

ภาพข่าว: โรงพยาบาลลานนา ร่วมงานครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน 2562 : สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ จัดงานเลี้ยงฉลอง ความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน กับความร่วมมือระหว่างประเทศ 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' และ 44 ปี...

Related Topics