แพทย์เตือนระวังโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว มฤตยูร้ายตัวจริงของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Wednesday November 21, 2007 04:08

แพทย์เตือนระวังโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว สาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก รวมถึงโรคหัวใจตายเฉียบพลัน หรือการเกิดภาวะ Heart Attack และอัมพฤกษ์-อัมพาต ชี้ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากคอเลสเตอรอลตัวร้าย LDL ในเลือดสูง ระบุวิถีชีวิตคนกรุงเสี่ยงสูง เหตุพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไปในทาง “หวานขึ้น-มันขึ้น” แนะลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย LDL ให้อยู่ในเกณฑ์ตามเป้าหมาย (Get to Goal) เพื่อลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากงานเสวนา “ความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงแข็ง” โดยมี รศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หัวหน้าห้องสวนหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รศ.นพ.ชาญ ศรีรัตนสถาวร ศูนย์หัวใจสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โรงพยาบาลศิริราช ร่วมด้วย “พ่อ-ลูกคนดัง” คุณชลิต – คุณวรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ เป็นผู้ร่วมเสวนา ณ โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล

รศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis) ฟังดูคนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่เป็นโรคที่พบบ่อยและมีมานานแล้ว โดยโรคหลอดเลือดแดงแข็งนี้ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคร้ายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลก และถือเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการตายทั้งหมดของประชากรโลก หรืออาจจะพูดได้ว่า ทุกๆ 2 วินาที มีผู้เสียชีวิตจาก “โรคหัวใจและหลอดเลือด” รวมถึงโรคหลอดเลือดแดงแข็งยังเป็นสาเหตุของ “โรคหัวใจตายเฉียบพลัน หรือภาวะ Heart Attack” โรคที่คร่าชีวิตประชากรโลกทุกๆ 5 วินาที นอกจากนี้ โรคหลอดเลือดแดงแข็งยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจาก “โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน” ต้นเหตุของการเกิดภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต ซึ่งทุกๆ 6 วินาที จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 1 คน สำหรับในประเทศไทย จากสถิติในปี 2548 พบว่า มีผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดในหัวใจอุดตันปีละ 60,000 คน และผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตปีละ 100,000 คน

รศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนวงการแพทย์ถือว่าเหล่านี้เป็นคนละโรคและรักษาต่างกัน หากเป็นอัมพาตก็ไปพบหมอสมอง และเป็นหัวใจก็ไปพบหมอหัวใจ แต่ปัจจุบันเมื่อมีการศึกษามากขึ้น วงการแพทย์ตะหนักว่าโรคเหล่านี้เป็นโรคเดียวกันคือ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง เพราะเกิดจากสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการป้องกันที่เหมือนกัน โดยโรคหลอดเลือดแดงแข็งนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็กและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดงซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกายของคนเรา โดยหลอดเลือดแดงเหล่านี้เมื่อใช้ไปนานๆจะเกิดการสะสมของตะกรันขึ้นที่หลอดเลือดแดง แต่ตะกรันเหล่านี้จะยังไม่เป็นอันตราย จนกระทั่งการสะสมของตะกรันหนาขึ้นเรื่อยๆและเกิดการปริ หรือกะเทาะของตะกรันเหล่านี้ และกระตุ้นให้เกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันผนังหลอดเลือด หากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นนั้นไปอุดตันผนังหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจก็จะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือ Heart Attack และหากลิ่มเลือดนั้นไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองก็จะทำให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต

รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หัวหน้าห้องสวนหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวเสริมว่า ภาวะโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวเป็นภาวะเริ่มต้นของโรคที่ร้ายแรงอย่างเช่นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และอัมพฤกษ์อัมพาต โดยสาเหตุหลักของสถิติที่น่ากลัวข้างต้น มีจุดเริ่มต้นมาจากโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งในปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่จะก่อให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือดแข็งตัว ทั้งนี้เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตและพฤติกรรมในการบริโภคและออกกำลังกายที่แตกต่างกัน ทำให้คนในทุกวัยมีโอกาสที่จะเกิดภาวะโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวได้ทั้งสิ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มคนที่มีคอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) สูง, อายุมากกว่า 45 ปี, เป็นเพศชาย , มีความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ หรือเครียด เป็นต้น

“ปัจจุบันคนไทยเรา มีพฤติกรรมการกินที่ปลี่ยนไป อยู่ดีกินดีขึ้น ชอบกินของหวานๆมันๆมากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมการกินนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาวะคอเลสเตอรอลตัวร้าย แอลดีแอล (LDL) ในเลือดสูงโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ พบกว่าเกินครึ่ง หรือกว่า 50% มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคนี้จะเป็นในคนมีอันจะกิน หรือผู้ที่มีเศรษฐานะร่ำรวยมากกว่า โดยอาการเริ่มแรกของผู้ที่อาจจะเกิดภาวะโรคเส้นเลือดแดงแข็งตัว ได้แก่ เจ็บหน้าอก เจ็บแขนซ้ายหรือกราม อึดอัด หายใจไม่ออก อ่อนเพลีย เหงื่อออกง่าย หรือเวียนศีรษะ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ในระหว่างการ-ออกกำลังกาย เป็นต้น”

รศ.นพ.สรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่ามาตรฐานของคอเลสเตอรอลตัวร้าย แอลดีแอล (LDL) ในคนทั่วไป ไม่ควรจะเกิน 130 mg/dL แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกๆ คน ควรจะคำนึงถึงมี 3 ข้อ ได้แก่ 1) ทุกๆ คนมีตัวเลขของตนเองต่างกัน (Person Behind the Numbers) หมายถึงตัวเลขของไขมันประเภทต่างๆ ซึ่งมีผลทำให้แต่ละคนมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวที่ต่างกัน 2.) Reaching Goal คือการลดคอเลสเตอรอลชนิดร้ายให้อยู่ในระดับที่ต้องการ ภายในระยะเวลาที่จำกัด 3.) หากไม่สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่ต้องการ ภายในระยะเวลาที่จำกัดได้ จะก่อให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และ/หรือ อาการอัมพฤกษ์อัมพาต” รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หัวหน้าห้องสวนหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าว

รศ.นพ.ชาญ ศรีรัตนสถาวร ศูนย์หัวใจสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โรงพยาบาลศิริราช กล่าวถึงวิธีการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ว่า การลดแอลดีแอล (LDL) คอเลสเตอรอลให้ตามเป้าหมาย (Get to Goal) เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากจะสามารถช่วยลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ ทำได้โดยควบคุมพฤติกรรมดำเนินชีวิต ควบคุมพฤติกรรมการกิน กล่าวคือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง, หวานจัด มีรสเค็ม และเน้นการทางอาหารที่มีเส้นใย งดสูบบุหรี่ และที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วันๆ ละครึ่ง - 1 ชั่วโมง แต่ไม่จะเป็นต้องหักโหม และบางรายอาจจำเป็นต้องรับประทานยาลดไขมันในเส้นเลือดร่วมด้วย เพื่อให้การลดแอลดีแอล (LDL) คอเลสเตอรอลให้ได้ตามเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย ซึ่งผู้ป่วยจะต้องพบแพทย์เป็นประจำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

โดยเมื่อเร็วๆนี้ มีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่มีชื่อว่า ASTEROID (A Study To Evaluate the Effect of Rosuvastatin On Intravascular Ultrasound-Derived Coronary Atheroma Burden) ระบุว่ายาลดไขมันในกลุ่มสเตตินตัวล่าสุด สามารถลดตะกรันในหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว โดยผลวิจัยทางการแพทย์ ASTEROID ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ายาลดไขมันในเส้นเลือดดังกล่าว สามารถลดตะกรันซึ่งเกิดจากคอเลสเตอรอลชนิดร้าย หรือ แอลดีแอลในหลอดเลือดแดงได้ถึง 7-9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะไปสะสมบริเวณผนังหลอดเลือดทำให้เกิดหลอดเลือดแดงตีบ และอุดตันในที่สุด นอกจากนี้ยาดังกล่าวยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดร้ายได้ถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดีหรือ เอชดีแอล ได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในร่างกายของเราจะมีหลอดเลือดแดงที่สำคัญอยู่ 2 จุด คือหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งหากเกิดการอุดตันก็จะเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และอาการอัมพฤกษ์อัมพาต ตามลำดับ จึงนับเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลก

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท คอมมูนิเคชั่น แอนด์ มอร์ จำกัด
คุณบุษบา สุขบัติ และคุณพิธิมา รัตนรังสิกุล
โทร. 0-2718-3800 ต่อ 133 / 112
E-Mail : boodsabas@communicationandmore.com
pitimar@communicationandmore.com

Latest Press Release

ระเบิดศึกแห่งความแกร่งในงาน เมกา สปอร์ต อารีน่า ซีซั่น 2 กีฬาเอ็กซ์ตรีม และ สตรีทบาสเก็ตบอล ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เมื่อเร็วๆ นี้ - เมกาบางนา ศูนย์การค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว เปิดสนามประลองพลังความแข็งแกร่งสำหรับเยาวชนกับกีฬาสุดท้าทาย ในการแข่งขัน "เมกา สปอร์ต อารีน่า ซีซั่น 2" (Mega Sport Arena Season 2) สนามประลองฝีมือ และ Meeting Place...

กรมธนารักษ์ เข้าร่วมงานกาชาด ประจำปี 2561 125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม

กรมธนารักษ์ เข้าร่วมจัดนิทรรศการ ออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญ และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ในงานกาชาด ประจำปี 2561 "125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม" ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561 เวลา 10.30 - 22.00 น. ณ...

ห้องอาหารยามาซาโตะได้รับ มิชลิน เพลท จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก #มิชลิน ไกด์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก 'มิชลิน ไกด์' ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา หรือ MICHELIN Guide...

ภาพข่าว: ดับบลิวเอชเอ ร่วมบรรยายในงานเสวนาและจับคู่ธุรกิจกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย-เกาหลี

เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวศิญาภัสร์ จันทไชยโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต้อนรับและร่วมบรรยายในหัวข้อ "Automotive Cluster of Thailand in the EEC Pillar"...

แนะนำ เมนูเฟรนช์ฟรายส์ รสไทเชฟ

ไทเชฟ แนะนำเคล็ดลับความอร่อยให้กับเมนูเฟรนช์ฟรายส์ ผ่านผงโรยไทเชฟ 6 รสชาติ ได้แก่ รสบาร์บีคิว วิงแซ่บ ต้มยำ ไก่แซ่บ ปาปริก้า และรสชีส เพียงนำเฟรนช์ฟรายส์ไปทอดในน้ำมันความร้อนปานกลางจนสุก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นเทผงโรยไทเชฟรสที่ชื่นชอบ...

Related Topics