กสอ. นำร่องดัน SMEs อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ประเดิมตลาดอาเซียน พร้อมตั้งเป้าปี 58 ชิงส่วนแบ่งตลาดฮาลาลโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Wednesday November 5, 2014 12:00
กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขยายฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย ตั้งเป้านำร่องพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล 150 ราย บุกตลาดอาเซียน ผ่าน 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.เร่งให้ความรู้มาตรฐานอาหารฮาลาล 2. ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ 3. สร้างโอกาสและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Business Networking และ 4.สร้างฐานข้อมูลอุตสาหกรรมอาหารในตลาดอาเซียนและตลาดมุสลิมอื่นๆ ทั้งนี้กลุ่มอาหารฮาลาลของไทยที่มีโอกาสเติบโต อาทิ ข้าวและน้ำตาลทราย ผักและผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง อาหารพร้อมปรุงหรือสำเร็จรูป รวมถึงอาหารฮาลาลอินทรีย์ ฯลฯ โดยปัจจุบัน ตลาดมุสลิมเป็นตลาดใหญ่ด้วยประชากรชาวมุสลิมกว่า 1,600 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในอาเซียนมีถึง 300 ล้านคน รัฐบาลจึงเน้นพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก โดยมุ่งพัฒนาด้านการผลิต การตลาด ตลอดจนการขอรับมาตรฐานเพื่อให้เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมฯ ร่วมกับ My Outlets PTE Ltd., ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลจากประเทศสิงคโปร์และจีน จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาล ในหัวข้อ “พัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” พร้อมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของกลุ่มประเทศอาเซียนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP โดยภายในงานจะมีการบรรยายประเด็นต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน อาทิ ความสำคัญของมาตรฐานอาหารฮาลาล และวิธีบริหารจัดการอาหารฮาลาล ตลอดจนแนวทางการส่งออกอาหารฮาลาลไทยสู่อาเซียนและตลาดโลก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสินค้า เพื่อโชว์ศักยภาพพร้อมสร้างเครือข่ายและเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจอุตสาหกรรม (Business Matching) ในกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ได้ที่ ส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 2 อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอยตรีมิตร กล้วยน้ำไท กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2367-8127

นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปอาหารของไทยมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศมหาศาล แต่จากสภาวะปัจจุบันที่อุตสาหกรรมอาหารในตลาดโลกมีการแข่งขันสูงขึ้น ประเทศไทย

จึงจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาประเทศ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมอาหารไทยที่สำคัญ มีปริมาณการส่งออกไปยังประเทศกลุ่มมุสลิม (Organization of Islamic Cooperation : OIC) กว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี (ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.72 ต่อปี ซึ่งยังเป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรชาวมุสลิมที่มีกว่า 1,600 ล้านคน ทั้งนี้ประเทศที่มีการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ บราซิล (สัดส่วนร้อยละ 12.39) รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 7.92) อินเดีย (ร้อยละ 6.63) ฝรั่งเศส (ร้อยละ 5.58) จีน (ร้อยละ 5.58) โดยประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นลำดับที่ 6 (ร้อยละ 4.37) (ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์) แต่อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยยังมีโอกาสดีในตลาดโลกเนื่องจากไทยมีความได้เปรียบคู่แข่งหลายประเทศ โดยได้รับการยอมรับในตลาดโลกทั้งด้านคุณภาพและรสชาติ ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นอาหารฮาลาลได้ ซึ่งในขณะนี้ขนาดของตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.4 ต่อปี โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (ม.ค. –มิ.ย.) ประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลอยู่ที่ 2,980.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.15 แต่คาดว่าภายในปี 2558 ไทยจะสามารถกระตุ้นยอดการส่งออกอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 8 ต่อปี

ทั้งนี้ สินค้าอาหารฮาลาลส่งออกที่สำคัญของไทย และแนวโน้มเติบโตได้ดีในตลาดมุสลิม มีดังนี้

  • ข้าวและน้ำตาลทราย อาทิ ผลิตภัณฑ์ข้าวและข้าวลาลี น้ำตาลทรายขาว เนื่องจากประเทศในกลุ่มมุสลิมส่วนใหญ่มีสภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้อต่อการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรจึงมักนำเข้า ข้าว และน้ำตาลจากประเทศไทย
  • ผักและผลไม้สดแช่เย็น - แช่แข็ง โดยเฉพาะผลไม้ไทยเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพและรสชาติดีมากในตลาดมุสลิม เช่น มะม่วง และทุเรียน เป็นต้น
  • อาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานทั้งแบบแช่แข็ง แปรรูป และบรรจุกระป๋อง อาทิ อาหารทะเลแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว รวมทั้งอาหาร พร้อมรับประทานแบบตะวันตก เช่น ขนมปัง พาสต้า และสปาเกตตี
  • อาหารฮาลาลอินทรีย์ (Organic Halal Food) นับเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามกระแสการรักสุขภาพ โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดมุสลิมที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง-รายได้สูง
?

นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นความสำคัญในการพัฒนาภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ทั้งในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ การแสวงหาโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการจับคู่เจรจาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีแนวทางในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ตามยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้

  • เร่งให้ความรู้ : เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของมาตรฐานอาหารฮาลาลวิธีบริหารจัดการอาหารฮาลาล มาตรฐานฮาลาล ยุทธศาสตร์การส่งออกอาหารฮาลาลไทยสู่อาเซียนและตลาดโลก รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย
  • ขยายตลาด : ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลให้มีความพร้อมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ
  • สร้างโอกาส (Business Networking) : ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนและตลาดโลกได้
  • สร้างฐานข้อมูล : ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและขยายความร่วมมือของผู้ประกอบการที่สนใจตลาดอาเซียน ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการขยายตลาดมุสลิมในอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ ในอนาคตกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 2 ร่วมมือกับ บริษัท มาย เอาท์เล็ต พีทีอี จำกัด (My Outlets PTE Ltd.,) ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลจากประเทศสิงคโปร์และจีน จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาล ในหัวข้อ “พัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” พร้อมจับคู่ธุรกิจ ภายใต้โครงการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและฮาลาล โดยเล็งเห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีประชากรมุสลิมกว่า 300 ล้านคน โดยนำร่องพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในธุรกิจอุตสาหกรรมฮาลาลเบื้องต้น จำนวน 150 ราย

โครงการดังกล่าวเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนของไทย โดยให้ความรู้ในด้านการส่งออกสินค้า และมาตรฐานทางการค้าอื่นๆ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสิงคโปร์

มาเลเซียและจีน ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างโอกาสในการขยายตลาดฮาลาลในภูมิภาคอื่นต่อไป โดยภายในกิจกรรมจะมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในประเด็นต่างๆ อาทิ ความสำคัญของมาตรฐานอาหารฮาลาล และวิธีบริหารจัดการอาหารฮาลาล ยุทธศาสตร์การส่งออกอาหารฮาลาลไทยสู่อาเซียนและตลาดโลก ไปจนถึงการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมนำสินค้ามาร่วมจัดแสดงเพื่อโชว์ศักยภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงธุรกิจอุตสาหกรรม (Business Matching) ในกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะสามารถทำให้วิสาหกิจที่เข้าร่วมมีความพร้อมสู่ตลาดฮาลาลในต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 80 และคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาท ต่อปี นายอาทิตย์ กล่าวสรุป

สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ได้ที่ ส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 2 อาคารพัฒนาสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอยตรีมิตร กล้วยน้ำไท กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2367-8127

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร 0 2202 4414 – 18

Latest Press Release

ระเบิดศึกแห่งความแกร่งในงาน เมกา สปอร์ต อารีน่า ซีซั่น 2 กีฬาเอ็กซ์ตรีม และ สตรีทบาสเก็ตบอล ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เมื่อเร็วๆ นี้ - เมกาบางนา ศูนย์การค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว เปิดสนามประลองพลังความแข็งแกร่งสำหรับเยาวชนกับกีฬาสุดท้าทาย ในการแข่งขัน "เมกา สปอร์ต อารีน่า ซีซั่น 2" (Mega Sport Arena Season 2) สนามประลองฝีมือ และ Meeting Place...

กรมธนารักษ์ เข้าร่วมงานกาชาด ประจำปี 2561 125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม

กรมธนารักษ์ เข้าร่วมจัดนิทรรศการ ออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญ และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ในงานกาชาด ประจำปี 2561 "125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม" ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561 เวลา 10.30 - 22.00 น. ณ...

ห้องอาหารยามาซาโตะได้รับ มิชลิน เพลท จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก #มิชลิน ไกด์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก 'มิชลิน ไกด์' ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา หรือ MICHELIN Guide...

ภาพข่าว: ดับบลิวเอชเอ ร่วมบรรยายในงานเสวนาและจับคู่ธุรกิจกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย-เกาหลี

เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวศิญาภัสร์ จันทไชยโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต้อนรับและร่วมบรรยายในหัวข้อ "Automotive Cluster of Thailand in the EEC Pillar"...

แนะนำ เมนูเฟรนช์ฟรายส์ รสไทเชฟ

ไทเชฟ แนะนำเคล็ดลับความอร่อยให้กับเมนูเฟรนช์ฟรายส์ ผ่านผงโรยไทเชฟ 6 รสชาติ ได้แก่ รสบาร์บีคิว วิงแซ่บ ต้มยำ ไก่แซ่บ ปาปริก้า และรสชีส เพียงนำเฟรนช์ฟรายส์ไปทอดในน้ำมันความร้อนปานกลางจนสุก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นเทผงโรยไทเชฟรสที่ชื่นชอบ...

Related Topics