การส่ง สติ๊กเกอร์ สื่อสารแทนข้อความไม่ได้

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Friday June 5, 2015 15:47
กรุงเทพฯ--5 มิ.ย.--วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ศ.ดร. ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส,อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ,ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ ร่วมแถลงผลการสำรวจ พฤติกรรมผู้ใช้สมาร์ตโฟน ด้านการส่งลายการ์ตูน(สติ๊กเกอร์) แทนการพิมพ์ข้อความสื่อสาร

ผู้ใช้สมาร์ตโฟนจำนวนมากมักส่งสติ๊กเกอร์ เป็นประจำเพื่อเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์สื่อกับคู่สนทนาแทนความรู้สึก การให้ข้อมูลสั้นๆ การทักทาย การตอบรับ แทนการพิมพ์ข้อความซึ่งจะใช้เวลานานกว่า แต่อย่างไรก็ตามภาพสติ๊กเกอร์ได้กลายเป็นปัญหากับผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์บางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าใจภาพสติ๊กเกอร์ที่ผู้ส่งสารส่งมาให้จึงเป็นสาเหตุให้การสื่อสารเกิดความผิดพลาดหรือการสื่อสารไม่สมบูรณ์ซึ่งเริ่มมีผู้ประกอบการหลายรายได้พัฒนาภาพสติ๊กเกอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์บางกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการได้ และจำนวนผู้ที่นิยมใช้ภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ศ.ศรีศักดิ์กล่าวสรุปว่าจากการสำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นต่อการส่งภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคมถึงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,152 คนสามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านข้อมูลทางประชากรศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 50.78 ขณะที่ร้อยละ 49.22 เป็นเพศชาย นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 31.86 มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 25 ถึง 34 ปี ส่วนกลุ่มตัวอย่างมากกว่าหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 34.46 จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นลูกจ้าง/พนักงานในห้างร้านหรือบริษัทเอกชนคิดเป็นร้อยละ 31.34

ในด้านพฤติกรรมการรับ/ส่งภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.76 ระบุว่าตนเองเคยรับ/ส่งภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นประจำ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 37.24 เคยรับ/ส่งบ้างเป็นบางครั้ง ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 35.68 ระบุว่าตนเองได้รับ/ส่งภาพสติ๊กเกอร์ประเภทแสดงการตอบรับมากที่สุด รองลงมาได้รับ/ส่งสติ๊กเกอร์ประเภทแสดงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ แสดงการทักทายและแสดงกิจกรรมที่กำลังทำซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25.17 ร้อยละ 18.75 และร้อยละ 14.5 ตามลำดับ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.69 ระบุว่าตนเองเคยเสียเงินซื้อภาพสติ๊กเกอร์เพื่อนำมาใช้ในการสื่อสารกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นประจำ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 34.03 เคยบ้างเป็นบางครั้ง และมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 13.28 ที่ระบุว่าตนเองไม่เคยเสียเงินซื้อภาพสติ๊กเกอร์เลย อย่างไรก็ตามมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 22.92 ที่ทราบว่าการใช้ภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นอุปสรรคให้กับผู้รับสารบางกลุ่ม เช่น ไม่สามารถมองเห็น ไม่เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อ เป็นต้น ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 77.08 ไม่ทราบ

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสติ๊กเกอร์ที่มีแต่ภาพเพียงอย่างเดียวกับสติ๊กเกอร์ที่มีทั้งภาพแสดงและเสียงประกอบนั้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 51.91 ระบุว่าตนเองชอบทั้งสองแบบ ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27.86 ระบุว่าตนเองชอบสติ๊กเกอร์ที่มีภาพแสดงเพียงอย่างเดียวมากกว่า และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.23 ระบุว่าตนเองชอบสติ๊กเกอร์ที่มีทั้งภาพแสดงและเสียงประกอบมากกว่า

ในด้านความคิดเห็นต่อการรับ/ส่งภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้น กลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 66.23 มีความคิดเห็นว่าการส่งภาพสติ๊กเกอร์แทนการพิมพ์ข้อความไม่ถือเป็นการเสียมารยาทในการสื่อสารกับผู้อื่น ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 54.08 มีความคิดเห็นว่าการใช้ภาพสติ๊กเกอร์ไม่มีส่วนทำให้ผู้คนพิมพ์ข้อความในการสนทนากับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์น้อยลง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35.07 มีความคิดเห็นว่ามีส่วน

นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 49.48 มีความคิดเห็นว่าภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์มีส่วนทำให้ผู้คนขี้เกียจพิมพ์ข้อความในการสนทนาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์มากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 40.36 มีความคิดเห็นว่าไม่มีส่วน ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการใช้ภาพสติ๊กเกอร์ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่สามารถทำให้ผู้รับสารทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อได้โดยคิดเป็นร้อยละ 47.31 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.19 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 69.01 มีความคิดเห็นว่าการส่งภาพสติ๊กเกอร์มีส่วนทำให้การสื่อสารกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์มีความรวดเร็วมากขึ้น


Latest Press Release

มาร์ส เผยกลยุทธ์ใหม่ มุ่งส่งเสริมการผลิตโกโก้อย่างยั่งยืน

มาร์ส ริกลีย์ คอนเฟคชันเนอรี (Mars Wrigley Confectionery) ผู้ผลิตช็อกโกแลตมานานกว่า 100 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อโกโก้รายใหญ่ของโลก ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ในการยกเครื่องห่วงโซ่อุปทานโกโก้ กลยุทธ์ใหม่ในชื่อ "Cocoa for Generations"...

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้การต้อนรับสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) เข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างโครงการฯ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 5 และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง 2 พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PCGRN และ ผู้รับจ้างงานก่อสร้างโยธาสัญญาที่ 1...

แอดแมน 2018 ชี้ โฆษณาวันนี้ไม่ควรมีดีแค่ขายของ พร้อมกระตุ้นคนโฆษณาใส่ใจสร้างงานเพื่อสังคม

สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน แอดแมน อวอร์ดส แอนด์ ซิมโปเซียม 2018 (Adman Awards & Symposium 2018) งานประกวดและแสดงผลงานของคนในวงการโฆษณาและการสื่อสารการตลาด...

ส.อ.ท. พร้อมจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2561 ECO Innovation Forum 2018 ภายใต้แนวคิด Toward the Smart Eco-City and Sustainable Urbanization หนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชูนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urbanization) เพื่อสร้างความมั่งคั่งและกระจายความมั่งคั่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาในแต่ละพื้นที่...

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียืนยันร่วมปาฐกถาในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่กรุงเทพฯ

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจระดับโลกอีก 40 คน ยืนยันร่วมกล่าวปาฐกถาและร่วมพูดคุยบนเวทีในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น...

Related Topics