ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจำรัฐสภา (Thai PBO)

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Thursday August 20, 2015 11:39
กรุงเทพฯ--20 ส.ค.--งานสื่อสารสาธารณะ TDRI

หากร่าง พรบ. Thai PBO ผ่านเป็นกฏหมาย Thai PBO จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยสร้างวินัยการคลังภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่น มีความคุ้มค่าเพราะหากทำหน้าที่ได้ดีแล้วจะสามารถช่วยประหยัดการใช้เงินแผ่นดินได้มาก

หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ความเห็นขอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจำรัฐสภา หรือที่ผู้เขียนจะขอเรียกเพื่อความสะดวกว่า Thai PBO ก็ได้ส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณาเนื่องจากเป็นร่าง พรบ. ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะส่งต่อให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อว่าจะผ่านออกมาเป็นกฏหมายและทำการจัดตั้งสถาบันฯ Thai PBO นี้หรือไม่

หลายท่านอาจยังไม่คุ้นเคยว่า Thai PBO คืออะไร ผมจึงขออธิบายคร่าว ๆ ก่อน จากนั้นจะขออนุญาตกล่าวถึงหลายประเด็นที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ Thai PBO

การจัดตั้งหน่วยงานลักษณะ PBO เป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในทางปฏิบัติของอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติในการกำหนดว่าเงินแผ่นดิน (ทั้งเงินในงบประมาณและนอกงบประมาณ) ควรใช้จ่ายในเรื่องใดจึงจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ที่เป็นเช่นนั้นเพราะฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลสามาถเข้าถึงข้อมูลและได้รับการสนับสนุนด้านการวิเคราะห์ผลกระทบทางการคลังมากกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้ฝ่ายหลังไม่สามารถทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบการใช้เงินของฝ่ายแรกได้อย่างที่ควรเป็นในระบบประชาธิปไตยที่แท้

กรณีของไทยเองก็มีปัญหาการมีอิทธิพลของฝ่ายบริหารเหนือฝ่ายนิติบัญญัติในหลายแง่มุมจนก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนกลุ่มหนึ่งต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและของนักการเมืองโดยรวม นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนอันนำมาสู่การยึดอำนาจของทหารในที่สุด ปัญหานี้สามารถบรรเทาลงได้ด้วยการจัดตั้ง PBO ไม่มากก็น้อย เพราะสมาชิกรัฐสภาทั้งที่สังกัดพรรครัฐบาลหรือไม่สังกัดพรรครัฐบาลล้วนสามารถใช้ประโยชน์จากบทวิเคราะห์ของ PBO ช่วยให้สามารถทำงานในรัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยโดยรวม

ร่าง พรบ. Thai PBO ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำหน้าที่ PBO ตามหลักสากล กล่าวคือมีความเป็นอิสระอย่างรับผิดชอบ (independence with accountability) มีความเป็นกลางทางการเมืองไม่ฝักใฝ่พรรคหรือกลุ่มการเมืองใด มีความน่าเชื่อถือและลุ่มลึกทางวิชาการ และได้มีการปรับให้เข้ากับบริบทสังคมการเมืองไทยโดยคำนึงถึงความสมดุลของอำนาจและความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองในรัฐสภาและฝ่ายตรวจสอบนอกรัฐสภา ผ่านองค์ประกอบ/คุณสมบัติ/การสรรหาของคณะกรรมการสถาบันและคณะกรรมการวิชาการ

ในส่วนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น ประการแรกเข้าใจว่าการทำงานของ Thai PBO ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นที่มีอยู่แล้ว เช่นสำนักงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งไม่จริง เพราะทั้งสองหน่วยงานอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหาร ในขณะที่ Thai PBO ถูกออกแบบให้รับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ หลักการคานอำนาจระหว่างสองฝ่ายที่กล่าวถึงข้างต้นจึงชัดเจนว่าไม่ซ้ำซ้อน สำหรับหน่วยงานอื่นเข่นสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แม้จะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 แต่ทำหน้าที่ต่างกัน โดย สตง. ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณของหน่วยงานรัฐว่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ มีความโปร่งใส คุ้มค่า และปลอดการคอร์รัปชั่นหรือไม่ ส่วนPBO ทำให้หน้าที่วิเคราะห์การใช้งบประมาณและนโยบายรัฐบาลว่ามีผลทางการคลังอย่างไร เช่นผลต่อรายได้ รายจ่าย หนี้สาธารณะ ผลต่อเศรษฐกิจ ความยากจน การกระจายรายได้

ความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อมาคือ Thai PBO จะทำให้หน่วยราชการมีภาระมากขึ้นจากการถูกตรวจสอบของ Thai PBO ซึ่งไม่จริงเสมอไป เพราะ Thai PBO ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการ การใช้งบประมาณ หน้าที่เหล่านั้นเป็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและหน่วยงานอื่น PBO เพียงนำข้อมูลระดับมหภาคหรือของนโยบายที่สำคัญและมีผลกระทบทางการคลังสูงมาทำการวิเคราะห์เท่านั้น ในทางตรงข้าม หาก Thai PBO ทำหน้าที่ได้ดีในการช่วยสมาชิกรัฐสภาในการวิเคราะห์งบประมาณอย่างเป็นระบบและตามหลักวิชาแล้ว การซักถามหรือขอข้อมูลของสมาชิกรัฐสภาจากหน่วยงานของรัฐน่าจะเป็นไปอย่างตรงประเด็นมากขึ้น

อาจมีข้อทักท้วงว่าการตั้งหน่วยงานใหม่เช่น Thai PBO เป็นภาระต่องบประมาณ ในความเป็นจริงภาระต่องบประมาณไม่มากเลย คืออยู๋ระหว่างปีละ 100-200 ล้านบาทเท่านั้น ซี่งหากเทียบกับการประหยัดงบประมาณหากผลการวิเคราะห์ของ PBO นำไปสู่การทำนโยบายภาครัฐที่เหมาะสมขึ้น ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงมากขึ้นแล้วน่าจะคุ้มค่ามาก เพราะอาจประหยัดงบประมาณได้ระดับหลายพันล้านถึงระดับแสนล้านบาทก็เป็นได้

ส่วนที่ร่าง พรบ. เสนอให้ Thai PBO มีกองทุนของตนเองนั้น ก็เป็นไปหลักการสร้างความเป็นอิสระทางงบประมาณซึ่ง IMF ระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำงานของหน่วยงานแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ร่าง พรบ. ได้เสนอให้มีความสมดุลระหว่างความอิสระทางงบประมาณที่IMF กล่าวถึง และการให้ PBO ยังต้องมีความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อรัฐบาลและสภาที่มาจากการคัดเลือกของประชาชนผ่านการของบประมาณเป็นรายปี

ข้อทักท้วงอีกประการคือ ทำไม Thai PBO ต้องอยู่นอกระบบราชการของรัฐสภาด้วย มีเหตุผลสองประการ ประการแรกคือเป็นการรักษาความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารของสถาบัน PBO มิให้ใกล้ชิดนักการเมืองมากเกินไป ประการสองคือเพื่อดึงดูดบุคคลากรมีคุณภาพสูงและมีใจรักความเป็นอิสระ เนื่องจากการวิเคราะห์ของ PBO ต้องมีความแม่นยำ คุณภาพสูง รวมทั้งมีความเป็นกลางทางการเมือง การอยู่ภายใต้ระบบราชการอาจทำให้รับสมัครบุคคลกรลักษณะดังกล่าวได้ยาก

กล่าวโดยสรุป Thai PBO ทำหน้าที่ส่งเสริมระบบประชาธิปไตยให้ดีขึ้น ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้สร้างภาระจากการไปตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐอื่น ไม่เป็นภาระต่องบประมาณมาก ในขณะที่หากทำหน้าที่ได้ดีแล้วจะสามารถช่วยประหยัดเงินแผ่นดินได้มาก.


Latest Press Release

ภาพข่าว: มอบรางวัลใหญ่รถยนต์ ให้ผู้โชคดีที่ชอปในงาน COMMART WORK 2018

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน COMMART WORK 2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 4 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้จัดให้มีการมอบรางวัลแก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่ 1 ในแคมเปญ COMMART BIG BONUS โดยนายมนู...

ภาพข่าว: เวียนนา ร่วมกับ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน บริจาคชุดชั้นใน มูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จ.ปทุมธานี

นางจินดาภรณ์ วรากรสิทธิชัย ผู้จัดการส่วนงานขาย บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(เครือสหพัฒน์) ผู้จัดจำหน่ายชุดชั้นในเวียนนา พร้อมด้วย นางสาวละออง พุทสิไทย ผู้จัดการแผนกงานขาย บริจาคชุดชั้นในจำนวน 200 ตัว ให้มูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง จ.ปทุมธานี...

คาลเท็กซ์ เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน ประจำปี 2561

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คาลเท็กซ์ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม "คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมพลังทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ลานอเนกประสงค์...

ภาพข่าว: เปิดประชุมวิชาการระดับชาติ สมศ.ก้าวสู่ปีที่ 19 และการประเมินคุณภาพภายนอกแนวใหม่ยุค 4.0

รศ.นพ.โศภณ นภาธร (ที่ 9 จากซ้าย) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561 "สมศ.ก้าวสู่ปีที่ 19 และการประเมินคุณภาพภายนอกแนวใหม่ยุค 4.0" (Toward the 19th Year of ONESQA and New External Quality...

ภาพข่าว: สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน22 นครศรีธรรมราช ทดสอบมาตรฐานฯ ให้กับพนักงานนวดไทย

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน22 นครศรีธรรมราช ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขา พนักงานนวดไทย ระดับ 2 ให้กับผู้ประกอบอาชีพนวดไทย และผู้ที่ต้องการจะทำงานด้านการนวดไทย โดยผู้ที่เข้ารับการทดสอบเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม สาขาผู้ช่วยแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลหัวไทร...

Related Topics