ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ตรวจความพร้อม ก่อน..START..ตรวจเข้ม ! เรือประมงพาณิชย์ พร้อมกันทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday August 22, 2016 15:12
กรุงเทพฯ--22 ส.ค.--

ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกรมประมง ลงพื้นที่ท่าเรือวัดปากสมุทร ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการเตรียมปฏิบัติการตรวจเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 10 – 30 ตันกรอส และร่วมสังเกตการณ์เรือประมงฯ ที่เข้าท่ามาให้ตรวจก่อน พร้อมตรวจเยี่ยมการทำประมงและชาวประมงในพื้นที่

ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้กรมประมงปฏิบัติตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 อย่างเครั่งครัด เพราะเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนดำเนินการตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 จะก่อให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำและเกิดความเข้มแข็งของภาคการประมงไทย

การจัดระเบียบเรือประมงพาณิชย์ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.การประมง โดยการลงพื้นที่มาตรวจดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตรวจเรือประมงพาณิชย์ในครั้งนี้ เพื่อจะได้ทราบถึงขั้นตอนกระบวนการดำเนินการต่างๆ ในการตรวจเรือประมงพาณิชย์ ตามที่กรมประมงได้มีการประกาศให้ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ ขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป นำเรือและเอกสารสำคัญมาแสดงตนกับเจ้าหน้าที่ ณ ท่าเทียบเรือที่กำหนดในแต่ละจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 ซึ่งจะมีขึ้นพร้อมกันทั้วประเทศ ในระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 15 กันยายน 2559 ซึ่งการดำเนินการตรวจเรือประมงพาณิชย์ เป็นการตรวจเฝ้าระวังให้การทำประมงพาณิชย์เป็นไปด้วยความถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากการเริ่มทำประมงพาณิชย์ตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสังเกตการณ์ว่าช่วงนี้ก็มีเรือประมงขนาดตั้ง 10 – 30 ตันกรอส เข้าเที่ยบท่าให้เจ้าหน้าที่ได้มาตรวจฯ ด้วย ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอฝากถึงผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์โปรดให้ความร่วมมือนำเรือและเอกสารที่ถูกต้องมาแสดงตนตามที่กรมประมงประกาศแจ้งไป เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายและเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำและอาชีพประมงไทย

นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยในรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สำหรับเรือประมงพาณิชย์ ที่มาแสดงตนนั้น จะต้องมีเอกสารสำคัญประกอบด้วย

1. ใบอนุญาตใช้เรือ: ที่ระบุหมายเลขทะเบียนเรือ ชื่อเรือ ชื่อสกุลเจ้าของเรือ วันหมดอายุ หมายเลขเครื่องยนต์ และยี่ห้อเครื่องยนต์ให้ชัดเจน

2.ใบ...

2. ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ต้นฉบับ ที่ได้รับจากกรมประมง ที่ระบุหมายเลขใบอนุญาต ประเภทของเครื่องมือทำการประมง ใบอนุญาตที่ติดภายในเรือประมง พร้อมบัตรอนุญาต เลขที่ QR-Code ซึ่งจะต้องตรงตามใบอนุญาตทำการประมงที่ประมงออกให้ โดย QR-Code ดังกล่าวจะต้องติดไว้กับเรือ

3. เครื่องมือประมง โดยชนิดและจำนวนเครื่องมือต้องถูกต้องตามใบอนุญาต รวมทั้งขนาดของตาอวน ขนาดความยาว ของเครื่องมือต้องเป็นไปกฎหมายด้วย

และสำหรับเรือประมงพาณิชย์ ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ต้องแสดงอุปกรณ์ติดตามเรือ (VMS) ที่มีเอกสารกำกับ หมายเลข VMS ในใบอนุญาต หมายเลขเครื่องที่ใช้ในปัจจุบัน สถานะภาพการใช้งาน และแสดงLogbook/ เครื่องหมายประจำเรือ / สภาพเรือ / ระวางบรรทุกของเรือด้วย

โดย ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 10 - 30 ตันกรอส สามารถยื่นเอกสารขอรับการตรวจได้สำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล และสำนักงานประมงอำเภอ ส่วนเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป สามารถยื่นเอกสารแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์แจ้งเข้า-ออกในจังหวัดนั้นๆ ส่วนในกรณีเรือขึ้นคานหรือไม่ได้ทำการประมง ให้นัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจแยกจากการตรวจที่ท่าเรือ ซึ่งเรือประมงพาณิชย์ที่ผ่านการตรวจรับรองโดยกรมประมงเรียบร้อยแล้ว จะได้รับสติ๊กเกอร์รับรองไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ประกอบการไม่นำเรือมาให้ตรวจโดยไม่มีเหตุผลออันสมควรอาจเป็นสาเหตุให้ถูกยกเลิกใบอนุญาตทำการประมงได้

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เฉพาะกิจตรวจเรือประมงพาณิชย์ โทร. 0 2561 1418 หรือ สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเล 22 แห่ง หรือ ศูนย์แจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) หรือ website : http ://www.fisheries.go.th/inspector

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกรมประมง ยังได้ไปพบปะเยี่ยมเยียนกับกลุ่มพี่น้องชาวประมง กลุ่มสหกรณ์การประมงบางจะเกร็ง ที่ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการทำประมงโดยใช้เครื่องมือประมงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่ได้มีการประกาศไว้ใน พ.ร.ก.การประมง 2558 นั้น เป็นอาชีพใหม่ คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวประมง โดยปลัดฯ ได้มีการพูดคุยรับฟังปัญหาพร้อมเป็นกำลังใจให้ชาวประมงหลังการปรับเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งพวกเขาเข้าใจถึงการดำเนินการของทางภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อประเทศไทยจะได้มีความยั่งยืนของทรัพยากรประมงตลอดไป


Latest Press Release

อินทัช โฮลดิ้งส์ จัดงานการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ และพิธีมอบรางวัล โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12

ด้วยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 12 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยรักการอ่าน ช่วยสืบสานภาษาและวรรณกรรมไทย...

งาน Taste of Bavaria 2018 : The Best of Germany ตั้งแต่วันนี้ 23 ตุลาคม 2561 ณ เซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ทุกสาขา และท็อปส์ ออนไลน์

เนรมิตดินแดนอาหารครั้งใหม่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ ยกสีสันความสนุกสนานรื่นเริงของเทศกาล OKTOBERFEST อันโด่งดังมาไว้เมืองไทย ในงาน Taste of Bavaria 2018 : The Best of Germany เทศกาลอาหาร วัตถุดิบ และสินค้ายอดนิยมหลากหลายชนิด ส่งตรงจากแคว้นบาวาเรีย...

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก รณรงค์ให้ เทสโก้ โลตัส สนับสนุนฟาร์มหมู ที่เลี้ยงอย่างใส่ใจ!!

การยกระดับคุณภาพชีวิตของหมูแม่พันธุ์นับล้านตัวในประเทศไทย ไม่ให้ถูกทรมานด้วยการเลี้ยงแบบยืนซอง เป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ประเทศไทย ให้ความสำคัญ จึงได้จัดโครงการรณรงค์การเลี้ยงหมูอย่างใส่ใจ "Raise Pigs...

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นฯ จัดซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟประจำปี 2561

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด นำโดย มร.สแตนลี่ย์ ชาน ผู้จัดการใหญ่พร้อมทั้งผู้บริหารและพนักงาน ซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟประจำปีขึ้น ร่วมกับฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครขอนแก่นโดยมีนายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอ.เมืองขอนแก่น...

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้รับการรับรองเป็นกิจการเพื่อสังคมชุดแรกของประเทศไทย

หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ เข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโอกาสที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับการรับรองเป็น 1 ใน 15...

Related Topics