เหมืองลี้มีรัก ต้นแบบการจัดการเหมืองแห่งแรกของประเทศไทย สู่แหล่งน้ำช่วยภัยแล้งเพื่อชุมชน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday September 12, 2016 11:38
กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--เอสซีจี

ใครจะเชื่อว่าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีทัศนียภาพงดงาม รายล้อมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่สามารถหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นให้เกิดเป็นทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และสร้างความสุขให้กับคนนับร้อยในชุมชน ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน วันนี้ ครั้งหนึ่งจะเคยเป็นเหมืองถ่านหินมาก่อน

"ตั้งแต่ก่อนลงมือทำงาน เราก็วางแผนและออกแบบกันว่าในทุกกระบวนการดำเนินงานจนวันสุดท้าย เราจะบริหารจัดการพื้นที่นี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมมากที่สุด" ชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวด้วยความภาคภูมิใจในพิธีส่งมอบ "โครงการพัฒนาเหมืองต้นแบบ โดยเอสซีจี เพื่อวิถีชุมชน" แห่งแรกในประเทศไทย ที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน บนเนื้อที่กว่า 250 ไร่ เพื่อให้ชุมชนใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมทั้งยังตั้งเป้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

คุณชนะ เล่าย้อนไปถึงที่มาของแนวคิดในการปิดเหมืองอย่างยั่งยืนที่เกิดขึ้น ณ เหมืองลี้ จ.ลำพูน ในวันนี้ ว่าเป็นการดำเนินงานภายใต้อุดมการณ์ 4 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของทุกธุรกิจในเครือเอสซีจี ได้แก่ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความรับผิดชอบ ต่อสังคม โดยเริ่มต้นจากกลุ่มวิศวกรของเอสซีจีที่ลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชน ทำให้พบว่าชุมชนมีความต้องการใช้น้ำเพื่อทำการเกษตร เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งมายาวนาน จึงได้น้อมรับเสียงสะท้อนในด้านต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนากระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการปิดเหมือง ที่นอกจากจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมแล้ว ยังต้องเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย

"แนวคิดของอุดมการณ์ 4 เหล่านี้มันฝังอยู่ในตัวพวกเราชาวเอสซีจี จากที่ได้เห็นรุ่นพี่ในองค์กรคิดปฏิบัติและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ โดยยึดความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นตัวตั้ง ทุกธุรกิจอุตสาหกรรมที่เราไปดำเนินงาน เราจะเน้นการฟื้นฟู และดูแลพื้นที่ไปพร้อมๆ กันเสมอ เช่นเดียวกับเหมืองลี้แห่งนี้ ที่เราได้วางแผนการฟื้นฟูเหมืองไว้ตั้งแต่ก่อนจะเปิดเหมืองวันแรกในปี พ.ศ.2539 เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง" คุณชนะกล่าว

ปี พ.ศ.2545 เมื่อการผลิตเหมืองถ่านหินแห่งนี้เสร็จสิ้น จึงได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับชุมชน และปรับปรุงทัศนียภาพของพื้นที่รอบเหมืองให้มีความงดงาม โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งชุมชน รวมไปถึงภาครัฐอย่างกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้ผลักดันนโยบายเหมืองแร่สีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นการพัฒนาทรัพยากรแร่ของชาติให้เกิดสมดุลอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการดำเนินงานของเอสซีจีในพื้นที่เหมืองลี้แห่งนี้

"เป้าหมายของภาครัฐคือ เราต้องการตอบโจทย์ให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้เหมืองและชุมชนอยู่ด้วยกันได้ ชาวบ้านมักจะถามว่ามีเหมืองมาแล้วพวกเขาจะได้อะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องได้รับการยอมรับจากชุมชน" ชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่กล่าว

เริ่มต้นจากการดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยของชุมชนและสิ่งแวดล้อม และเมื่อถึงวันสุดท้ายของการประกอบการ เหมือนแห่งนี้ก็ถูกวางแผนให้ส่งต่อพื้นที่ที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ชุมชน

"แต่จะต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นที่ที่ชุมชนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ นี่คือเป้าหมายที่ภาครัฐวางไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ วันนี้เราดีใจที่เอสซีจีทำได้สำเร็จ สามารถเป็นโครงการต้นแบบสำหรับกิจการเหมืองแร่อื่นๆ ทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี" อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่กล่าว ในฝั่งของชุมชน ความต้องการแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาภัยแล้งถือเป็นปัญหาที่น่าวิตกกังวลมากที่สุด

"พวกเราคิดกันว่าอยากได้แหล่งน้ำดิบ อย่างน้อยในพื้นที่บริเวณนี้ก็จะช่วยครอบครัวเกษตรกรได้มากกว่า 37 ครัวเรือน หรือกว่าร้อยคน และในอนาคตก็อาจจะพัฒนาต่อไปเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำได้ด้วย" นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนกล่าว

เมื่อรับรู้ถึงความต้องการของคนในพื้นที่แล้ว โครงการพัฒนาเหมืองต้นแบบ โดยเอสซีจี เพื่อวิถีชุมชน ก็เริ่มเคลื่อนตัวสู่กระบวนการถัดมา คือการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและนักวิชาการ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดำเนินการปรับเสถียรภาพบ่อให้เหมาะกับการกักเก็บน้ำ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพน้ำกว่า 3 ล้านลูกบาศก์เมตรให้เหมาะสมกับการใช้ทำการเกษตร รวมทั้งยังมีการปลูกต้นไม้ และดูแลงานภูมิสถาปัตย์ให้พื้นที่โดยรอบ โดยออกแบบพื้นที่ให้เป็นจุดชมวิวและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มองเห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยทุ่งนากว่า 100 ไร่ จากความทุ่มเท และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เพื่อที่จะขับเคลื่อนโครงการ "เหมืองลี้มีรัก" ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนสู่ชุมชน

"โจทย์ต่อไปคือการสร้างความร่วมมือในชุมชน ให้ช่วยกันดูแลแหล่งน้ำที่แห่งนี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ตลอดไป ผมต้องขอบคุณเอสซีจีที่ริเริ่มและลงมือทำอย่างจริงจัง ทำให้เราได้เห็นตัวอย่างว่า การจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน มีแนวทางอย่างไร และเรายังคาดหวังว่าการทำธุรกิจเหมืองแร่ที่เคยเป็นภาพลบในสายตาทุกคนจะหมดไป ด้วยการดึงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานจนกระทั่งส่งมอบสู่ชุมชนซึ่งจะเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน บนแนวทางการสร้าง Green Mining หรือเครือข่ายเหมืองแร่สีเขียวให้เกิดขึ้น" อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่กล่าว

ปัจจุบัน "โครงการพัฒนาเหมืองต้นแบบ โดยเอสซีจี เพื่อวิถีชุมชน" มีพื้นที่กักเก็บน้ำในเหมืองขนาด 70 ไร่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรให้กับชุมชนทั้งสิ้น37 ครัวเรือน บนพื้นที่การเกษตร 104 ไร่ "เหมืองลี้มีรัก" จึงเป็นเสมือนตัวแทนของพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจ ระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน และถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม ด้วยการคิดเชิงบูรณาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม


Latest Press Release

ก.เกษตรฯ รมช.กษ.ยกทีมตรวจเขื่อน

3 รัฐมนตรีเกษตรฯยกทีมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เตรียมใช้ระบบการชะลอสูบน้ำเพื่อยืดระยะเวลาน้ำใช้การเหลือนานขึ้นแก้วิกฤติน้ำไม่ไหลลงเขื่อน พร้อมเตรียมหารือนายกฯระดม3...

เด่นวิทย์ สวิงทีมชาติคว้าแชมป์บุคคลพร้อมพาทีมไทยซิมแชมป์ ศึกกอล์ฟสมัครเล่น สิงค์โปร์ โอเพ่น อเมเจอร์ ครั้งที่ 72

เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ สวิงหนุ่มทีมชาติไทย วัย 15 ปี หยิบแชมป์บุคคลชาย พร้อมจับคู่กับ นพรัตน์ พานิชผล พาทีมไทย (1) คว้าแชมป์ประเภททีม ในการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นรายการ "สิงค์โปร์ โอเพ่น อเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 72" ที่สนามกอล์ฟ ลากูน่า...

ภาพข่าว: สำนักพิมพ์วิช ร่วมกับซีเอ็ดบุ๊ค เปิดตัวหนังสือ คิดแบบฉั้วๆ

สำนักพิมพ์วิช ร่วมกับซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เปิดตัวหนังสือ คิดแบบฉั้วๆ เผยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของ วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล หรือ เฮีย ฉั้ว (คนกลาง) ประธานคณะกรรมการบริษัท บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) เจ้าของแนวคิด "อะไรก็เกิดขึ้นได้...

สยามดิสคัฟเวอรี่ชวนลิ้มกาแฟและขนมที่ปรุงด้วยใจ น๊อช น๊อช แบงคอก ป๊อปอัพ คาฟ่

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ชวนหลบฝน เดินช้อปปิ้งแบบมีสไตล์ พร้อมแวะชมป๊อปอัพคาเฟ่เก๋ๆให้รู้สึกถึงวัยเด็กกับ "NOSH NOSH BANGKOK POP UP CAFÉ" (น๊อช น๊อช แบงคอก ป๊อปอัพ คาฟ่) คาเฟ่ที่ตกแต่งแบบไทยๆ เสิร์ฟขนมไทยและเครื่องดื่มชื่นใจมากมาย ณ...

สอศ. ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติส่งเสริมประสบการณ์ 9 -11 ต.ค. 62 ที่ไบเทค บางนา

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจร่วมกันในการผลิต และพัฒนากำลังคน เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 โดยมี 5 หน่วยงาน ได้แก่...

Related Topics