กสอ. จับบมือ 3 กูรูแฟชั่น เปิดตัว โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมหนุนไทยสู่ฮับ AEC

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Wednesday January 11, 2017 11:09
กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ เดินเครื่องเต็มสูบเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ยุค 4.0 พร้อมผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลาง การออกแบบแฟชั่นของอาเซียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thailand Fashion 4.0 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยใน 4 ด้าน คือ 1) พัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดตราสินค้าที่มีอยู่เดิมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 2) พัฒนาบุคลากร และปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 และแฟชั่นฮับของภูมิภาค 3) พัฒนาไหมไทย ให้มีความร่วมสมัยและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไหมไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก 4) พัฒนา SMEs ในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เหมาะสม และการพัฒนาการผลิต ผลิตภัณฑ์ผ้าผืนให้มีความร่วมสมัย และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้สินค้าแฟชั่นและเคหะสิ่งทอ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 %

นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2559 (ช่วง 3 ไตรมาสแรกระหว่างเดือน มกราคม-ตุลาคม) อุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้กว่า 6 แสนล้านบาท ประกอบด้วยสาขาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวโยงกันเป็นห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ยังคงประสบปัญหาด้านการส่งออกอย่างต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจ ชะลอตัว การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงงานต่ำกว่ารวมถึงการปรับแก้ข้อตกลงการค้าเสรี อเมริกาเหนือ (NAFTA) ด้วยเหตุนี้การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งในเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน การแนะแนวทางการออกแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้น โดยยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย มุ่งไปสู่ Industry 4.0 ในส่วนอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ มีเป้าหมายการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และก้าวขึ้นสู่การเป็นฮับด้านแฟชั่นของอาเซียน ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าแฟชั่น ทั้งสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องหนังให้เพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี นับจากนี้ไป

ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยไปสู่ Industry 4.0 หนึ่งในกิจกรรมที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมั่นคงได้ คือ การพัฒนานักออกแบบแฟชั่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยต่อยอดให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมแฟชั่น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยอยู่ในช่วงชะลอตัว ซึ่งเกิดจากผลกระทบหลายด้าน กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเร่งผลักดัน และพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยทั้ง 3 สาขาดังกล่าว ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอาเซียนภายในปี 2560 ตามเป้าหมาย ที่วางไว้

สำหรับกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นให้แข็งแกร่ง ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ๆ คือ

1. การสร้างนักออกแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่น (FDC2017) ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเสริมรากฐานของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เข้มแข็ง ด้วยการคัดเลือกนักออกแบบและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 130 คน ผ่านกระบวนการอบรมและปรึกษาแนะนำอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริง ซึ่งในปีนี้ได้รับเกียรติจากกูรูเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของประเทศ อาทิ แบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย Milin แบรนด์เครื่องหนังและรองเท้า S'uvimol Bangkok และแบรนด์อัญมณีและเครื่องประดับ Trimode เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เข้าร่วมในกิจกรรม ด้วยการเสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์ และความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับตัวนักออกแบบ สามารถสร้างสรรค์คอลเลคชั่นสินค้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และพัฒนาสู่แบรนด์แฟชั่น โดยมีสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นหน่วยร่วมดำเนินการ

2. กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดตราสินค้าสู่อาเซียน หรือ D Space :ASEAN FORWARD ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยมี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้พัฒนาแบรนด์สินค้าแฟชั่นไทยจำนวน 15 กิจการ 5 ต้นแบบ ในทุกมิติ ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพ การออกแบบ การผลิตและตราสินค้า ภายใต้แนวความคิดที่มุ่งเน้นการสร้างความสำเร็จของผู้ประกอบการแบรนด์สินค้าแฟชั่นไทยด้านความสร้างสรรค์ คุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มประเทศอาเซียนและระดับนานาชาติต่อไป

3. กิจกรรม Modern Thai Silk ระยะที่ 4 เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบไหมไทยร่วมสมัย (Modern Thai Silk) มิติใหม่แบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary) ของการออกแบบอิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับเทรนด์โลก และใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรมตั้งแต่ระดับเส้นใยถึงผ้าผืน ทั้งนี้ แนวทางการออกแบบไหมไทยร่วมสมัยในปี 2560 นี้ จะใช้ตามแนวโน้มตลาด Spring/Summer 2017 โดยมีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการจำนวน 15 กิจการ และมีสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นหน่วยร่วมดำเนินการ

4. กิจกรรมพัฒนาผ้าผืนสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำสิ่งทออาเซียน ด้วยการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผืนให้ตรงกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าผืนทั้งในและต่างประเทศ ให้สามารถใช้ได้กับสินค้าแฟชั่นและเคหะสิ่งทอ โดยนำเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ มีเป้าหมายผู้ประกอบการเข้าร่วม 15 กิจการ ภายใต้ Concept คุณสมบัติพิเศษ (Functional Textile) และผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Textile) โดยมีสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหน่วยร่วมดำเนินการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้ง 3 หน่วยงาน คือสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นหน่วยร่วมในการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยผสมผสานร่วมกับการออกแบบและการประยุกต์เข้ากับเทรนด์แฟชั่นสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย จะได้รับการพัฒนาและยกระดับเพื่อเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของอาเซียนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ดร.สมชาย กล่าว           สำหรับผู้ประกอบการ นักศึกษา และประชาชนที่สนใจด้านแฟชั่น สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2367 8201, 0 367 8022 และติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการต่าง ๆ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ที่ www.dip.go.th หรือ www.facebook.com/dip.pr


Latest Press Release

มาร์ส เผยกลยุทธ์ใหม่ มุ่งส่งเสริมการผลิตโกโก้อย่างยั่งยืน

มาร์ส ริกลีย์ คอนเฟคชันเนอรี (Mars Wrigley Confectionery) ผู้ผลิตช็อกโกแลตมานานกว่า 100 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อโกโก้รายใหญ่ของโลก ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ในการยกเครื่องห่วงโซ่อุปทานโกโก้ กลยุทธ์ใหม่ในชื่อ "Cocoa for Generations"...

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้การต้อนรับสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) เข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างโครงการฯ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 5 และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง 2 พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PCGRN และ ผู้รับจ้างงานก่อสร้างโยธาสัญญาที่ 1...

แอดแมน 2018 ชี้ โฆษณาวันนี้ไม่ควรมีดีแค่ขายของ พร้อมกระตุ้นคนโฆษณาใส่ใจสร้างงานเพื่อสังคม

สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน แอดแมน อวอร์ดส แอนด์ ซิมโปเซียม 2018 (Adman Awards & Symposium 2018) งานประกวดและแสดงผลงานของคนในวงการโฆษณาและการสื่อสารการตลาด...

ส.อ.ท. พร้อมจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2561 ECO Innovation Forum 2018 ภายใต้แนวคิด Toward the Smart Eco-City and Sustainable Urbanization หนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชูนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urbanization) เพื่อสร้างความมั่งคั่งและกระจายความมั่งคั่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาในแต่ละพื้นที่...

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียืนยันร่วมปาฐกถาในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่กรุงเทพฯ

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจระดับโลกอีก 40 คน ยืนยันร่วมกล่าวปาฐกถาและร่วมพูดคุยบนเวทีในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น...

Related Topics