สยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ เผย 5 เหตุผลก่อความรุนแรงในครอบครัว

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday June 26, 2017 10:56
กรุงเทพฯ--26 มิ.ย.--วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) แถลงผลการสำรวจ "ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อพฤติกรรมการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว" สำรวจระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,160 คน

ปัญหาทางสังคมที่สำคัญของประเทศไทยปัญหาหนึ่ง คือ ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว เช่น สามีทำร้าย/ฆาตกรรมภรรยา ภรรยาทำร้าย/ฆาตกรรมสามี ลูกทำร้ายพ่อแม่ พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยง หรือ พ่อแม่ทำร้าย/ฆาตกรรมลูก เป็นต้น ซึ่งได้ปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะทำให้ผู้คนในสังคมรู้สึกสะเทือนใจ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่นำไปสู่ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวมีอยู่ด้วยกันหลายประการ เช่น การติดอบายมุขต่างๆ การทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว การขาดการดูแลเอาใจใส่มาตั้งแต่เล็ก หรือการหมกมุ่นกับโลกส่วนตัวมากเกินไป ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาตรการมาป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นรวมทั้งมีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว แต่ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผู้คนในสังคมได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว ซึ่งประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์กันคือการได้รับบทลงโทษของผู้ก่อความรุนแรง โดยส่วนหนึ่งมีความคิดเห็นว่าควรลงโทษด้วยบทลงโทษที่รุนแรงและเด็ดขาด จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อพฤติกรรมการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.51 เพศชายร้อยละ 49.49 อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านความรู้สึกต่อข่าวการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 32.26 รู้สึกโกรธ/โมโหผู้กระทำเป็นอันดับแรกเมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมก่อความรุนแรงภายในครอบครัว รองลงมารู้สึกสงสารผู้ถูกกระทำเป็นอันดับแรกคิดเป็นร้อยละ 26.27 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 15.54 ร้อยละ 12.5 และร้อยละ 8.11 รู้สึกตกใจ รู้สึกหดหู่/เศร้าเสียใจ และรู้สึกแปลกใจ/สงสัยในข้อเท็จจริงเป็นอันดับแรกตามลำดับ โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 3.63 รู้สึกเฉยๆ และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 1.69 มีความรู้สึกอื่นๆ

สำหรับปัจจัยสำคัญสูงสุด 5 ปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวตามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ การติดอบายมุข (สุรา/ยาเสพติด/การพนัน) คิดเป็นร้อยละ 85.9 การทะเลาะเบาะแว้งคิดเป็นร้อยละ 83.95 สภาพแวดล้อมในบริเวณที่อยู่อาศัยคิดเป็นร้อยละ 81.76 การขาดการดูแลเอาใจใส่/ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เด็กคิดเป็นร้อยละ 79.65 และไม่มีความผูกพันทางสายเลือดโดยตรงกับสมาชิกในครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 76.86

ในด้านความคิดเห็นต่อปัญหาการก่อความรุนแรงภายในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.8 มีความคิดเห็นว่าปัญหาการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.5 มีความคิดเห็นว่าลักษณะการอยู่รวมกันแบบครอบครัวที่มีขนาดเล็กลงในปัจจุบันมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวขึ้นได้ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.01 มีความคิดเห็นว่าการหย่าร้าง/แต่งงานใหม่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาการก่อความรุนแรงระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวขึ้นได้

ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 67.57 มีความคิดเห็นว่าการเผยแพร่ภาพความรุนแรงต่างๆ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์มีส่วนเพิ่มโอกาสให้ผู้คนมีพฤติกรรมก่อความรุนแรงกับสมาชิกภายในครอบครัวได้มากขึ้น และกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 59.71 มีความคิดเห็นว่าการนำเสนอฉากความรุนแรงในละคร/ภาพยนตร์มีส่วนเพิ่มโอกาสให้ผู้คนมีพฤติกรรมก่อความรุนแรงกับสมาชิกภายในครอบครัวได้มากขึ้น

ในด้านความคิดเห็นต่อการดำเนินการกับผู้ก่อคดีเกี่ยวกับความรุนแรงภายในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 53.46 เห็นด้วยที่จะมีการกำหนดไม่ให้ผู้ต้องโทษในคดีก่อความรุนแรงกับสมาชิกในครอบครัวได้อาศัยอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่ถูกกระทำความรุนแรงหากผู้ต้องโทษได้รับการปล่อยตัวหลังพ้นโทษ

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.16 เห็นด้วยที่จะมีการกำหนดให้ผู้ต้องโทษในคดีก่อความรุนแรงกับสมาชิกในครอบครัวต้องเข้ารับการอบรมขัดเกลาจิตใจเป็นระยะเวลาหนึ่งหากผู้ต้องโทษได้รับการปล่อยตัวหลังพ้นโทษ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 76.1 มีความคิดเห็นว่าไม่ควรให้ผู้ต้องโทษในคดีก่อความรุนแรงกับสมาชิกภายในครอบครัวได้รับสิทธิ์การลดหย่อนโทษ


Latest Press Release

ภาพข่าว: กงสุลใหญ่จีนประจำขอนแก่น ฉลอง 70 ปี สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นฯ

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นฯ นำโดย มร.แสตนลี่ย์ ชาน ผู้จัดการใหญ่ให้การต้อนรับ ฯพณฯ เลี่ยว จวิ้นยหวิน (Mr. Liao Junyun)กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดขอนแก่นในโอกาสที่มาเป็นประธานจัดงานวาระวันครบรอบ 70 ปี...

รมว.กษ. เปิดงาน วันสถาปนากรมประมงปีที่ 93 และ วันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2562 พร้อมยืนหยัดเพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนภาคการประมงของไทย เพื่อให้เกษตรกร ชาวประมง และประชาชนในประเทศได้มีทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานวันสถาปนากรมประมงปีที่ 93 พ.ศ. 2562 ณ กรมประมง ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้จัดงานวันสถาปนากรมประมงปีที่ 93 และ "วันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2562"...

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จับมือ มหาวิทยาลัย Sugiyama Jogakuen ประเทศญี่ปุ่น ร่วมสร้าง Japanese Pavilion เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง ม.ศรีปทุม

เมื่อเร็วๆนี้ คณาจารย์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัย Sugiyama Jogakuen ประเทศญี่ปุ่น และคณาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ร่วมทำพิธีขอพร ก่อนที่จะลงมือก่อสร้างศาลาเรือนไม้ญี่ปุ่น อันเป็นผลงานการออกแบบจากมหาวิทยาลัย Sugiyama และ หมู่บ้าน...

นศ.บัญชี ม.ศรีปทุม รับรางวัลเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2562 สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม

นักศึกษาคณะบัญชี ม.ศรีปทุม เข้ารับรางวัลเกียรติบัตร ประกาศเกียรติคุณ เยาวชนดีเด่น สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 2562 มหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอแสดงความยินดีกับ นายภูมัย จงรัตนวาทิน นักศึกษาคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม และทูตกิจกรรมเยาวชน...

Bio Investment Asia 2019: Radical Transformation of Life Sciences in Asia

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) จัดงาน Bio Investment Asia 2019 ภายใต้แนวคิด Radical Transformation of Life Sciences in Asia ในงาน Thailand LAB INTERNATIONAL...

Related Topics