สยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ เผย ช็อปช่วยชาติส่งผลคนไทยซื้อสินค้า-บริการเกินความจำเป็น

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday December 4, 2017 14:20
กรุงเทพฯ--4 ธ.ค.--วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) แถลงผลการสำรวจ "ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษี" สำรวจระหว่างวันที่ 25 ถึง 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,182 คน

ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาที่รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับการพัฒนาประเทศ รวมถึงกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยจึงได้กำหนดนโยบายและวิธีการดำเนินการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ คือ การกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศของประชาชนโดยมีการลดหย่อนภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่าย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ รัฐบาลปัจจุบันจึงได้ดำเนินโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีโดยการให้สิทธิ์ประชาชนที่ซื้อสินค้าและบริการตามที่ระบุไว้ภายในเวลาที่กำหนดสามารถนำค่าใช้จ่ายไปขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และในปี พ.ศ. 2560 นี้ได้ดำเนินการโครงการระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม

โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่งแสดงความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการฟุ่มเฟือยมากขึ้นได้ จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษี

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้อยู่ในฐานที่ต้องชำระภาษีเงินได้ประจำปีซึ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.76 และเพศชายร้อยละ 49.24 สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 91.37 ทราบว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นี้แล้ว ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 8.63 ไม่ทราบ

สำหรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการเพื่อเข้าร่วมโครงการช็อปช่วยชาติที่ผ่านมานั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 45.6 ระบุว่าตนเองเคยซื้อสินค้าและบริการเพื่อใช้สิทธิ์ขอลดหย่อนภาษีตามโครงการช็อปช่วยชาติเฉพาะเมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา รองลงมาระบุว่าเคยซื้อสินค้าและบริการเพื่อขอใช้สิทธิ์ทั้ง 2 ปีก่อนหน้าซึ่งคิดเป็นร้อยละ 27.92 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 12.01 ระบุว่าตนเองเคยซื้อสินค้าและบริการเพื่อขอใช้สิทธิ์เฉพาะเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14.47 ยอมรับว่าตนเองไม่เคยใช้สิทธิ์ทั้ง 2 ปีก่อนหน้าเลย

ในด้านความคิดเห็นต่อช่วงเวลาในการจัดโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษี กลุ่มตัวอย่างเกือบหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 31.47 มีความคิดเห็นว่าควรมีการจัดโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีในช่วงเดือนธันวาคม รองลงมาระบุว่าควรมีการจัดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คิดเป็นร้อยละ 25.24 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 16.84 และร้อยละ 13.28 ระบุว่าควรจัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงก่อนกำหนดชำระภาษีเงินได้และในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมตามลำดับ ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 8.46 มีความคิดเห็นว่าควรจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม โดยที่กลุ่มตัวอย่างที่เหลือระบุว่าจัดในช่วงใดก็ได้คิดเป็นร้อยละ 4.91

ด้านความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษี กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.84 เห็นด้วยที่จะมีการจัดโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีเป็นประจำทุกปีเลย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.49 มีความคิดเห็นว่าการดำเนินโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการเอกชนให้สูงขึ้นได้

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 66.24 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะมีส่วนทำให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงที่ไม่มีโครงการ ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.32 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะมีส่วนช่วยกระตุ้นสภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้จริง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.08 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะส่งผลทำให้ประชาชนมีรายจ่ายประจำเดือนสูงขึ้นกว่าในช่วงปกติที่ไม่มีโครงการ ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างเกือบสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 64.81 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะมีส่วนทำให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการฟุ่มเฟือยมากขึ้น และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 62.61 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระหนี้สินจากการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้นได้

นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 54.06 และร้อยละ 52.28 มีความคิดเห็นว่าโครงการช็อปช่วยชาติเพื่อการลดหย่อนภาษีจะไม่มีส่วนช่วยลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีของสถานประกอบการเอกชนต่างๆ ได้และจะไม่ส่งผลให้มีการลักลอบซื้อขายสิทธิ์ใบกำกับภาษีของประชาชนเพิ่มมากขึ้นได้ตามลำดับ


Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics