กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยม 2 สถานประกอบการ ที่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก หวังยกระดับให้อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรก้าวไกล ในยุค industry 4.0 อย่างมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday May 14, 2018 13:02
กรุงเทพฯ--16 พ.ค.--คอร์ แอนด์ พีค

โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค OPOAI 4.0 ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศโดยดึงศักยภาพของวัตถุดิบในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน ในท้องถิ่นและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการ ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ที่จะสร้างความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการ OPOAI ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทางสำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่เยี่ยมสถานประกอบการ ภาคเหนือ 2 แห่ง ประกอบด้วย

1. เข้าเยี่ยม บริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ไลโคปีน จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 379/1 หมู่ที่ 13 ตำบลคณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ประเภทอุตสาหกรรมอาหาร การหีบสกัดน้ำมันจากพืชหรือเมล็ดพืช

2. เข้าเยี่ยม บริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 300 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประเภทอุตสาหกรรมอาหาร ต้มหน่อไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร บรรจุปี๊บ กระป๋อง และถุงพลาสติก

นายพรเทพ การศัพท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการโอ-ปอย ได้จัดทีมที่ปรึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแผนงาน 7 ด้าน ประกอบด้วย 1. แผนงานการบริการจัดการโลจิสติกส์ 2. แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. แผนการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4. แผนการลดต้นทุนพลังงาน 5. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล 6. แผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด และ 7. แผนการบริหารจัดการด้านการเงิน ซึ่งการทำงานของทีมที่ปรึกษาจะเข้าไปศึกษาข้อมูลของสถานประกอบการจากคณะผู้บริหารของสถานประกอบการ เพื่อดูว่าสมควรที่เข้าพัฒนาในแผนงานไหนมากที่สุด เมื่อได้ข้อสรุปทางทีมที่ปรึกษาจะมีแผนการดำเนินงานให้ปฏิบัติจริง และติดตามผลพร้อมทั้งคำปรึกษาเป็นระยะๆ รวมระยะเวลาในการปฏิบัติงานโดยประมาณ 4-6 เดือน จึงจะเสร็จสิ้นโครงการ

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปี 2560 ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการในระยะเวลา 1 ปี สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สถานประกอบการโดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 459 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนา 40 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 11.48 เท่าของวงเงินงบประมาณ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 171 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ละรายสามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เฉลี่ยรายละ 2.45 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2560 สามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสถานประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 4,914 ล้านบาทจากวงเงินงบประมาณรวมทั้งหมดที่ได้รับ 394.60 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 12.45 เท่าของวงเงินงบประมาณมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 1,505 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ละรายสามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เฉลี่ย 3.27 ล้านบาท

นายพรเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2561 มีสถานประกอบการ SMEs อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการจำนวน 120 ราย 120 แผนงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้คำปรึกษากับสถานประกอบการ โดยในวันนี้ได้มีการเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 2 แห่ง คือ บริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ไลโคปีน จำกัด และบริษัท มหาบูรพาผลิตภัณธ์อาหาร จำกัด ทั้ง 2 รายเป็นสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในปี 2560 และเป็นโรงงานที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ทั้ง 2 โรงงาน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดง ให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถ นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายวิชัย ใจวิสุทธิ์หรรษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ ไลโคปีน จำกัด กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจประเภทอุสาหกรรมอาหารเสริม ผลิตน้ำมัน โอเมกา 3.6.9 จากถั่วดาวอินคา สำหรับบริษัทเริ่มต้นธุรกิจในปี 2555 ด้วยทุน จดทะเบียน 5 ล้านบาท จำหน่ายผลิตภัณฑ์เอง ร้อยละ 90 และรับจ้างผลิต ร้อยละ 10 มียอดขาย 10 ล้านบาทต่อปี (เมื่อปี 2560) โดยมีตลาดในประเทศ 97% ต่างประเทศ 3% โดยใช้วัตถุดิบจากพื้นที่ในจังหวัดกำแพงเพชร และพื้นที่ใกลคียง ด้วยความที่เป็นคนพื้นเพจังหวัดกำแพงเพชร จึงมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการปลูกถั่วอินคา จึงได้ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการผลิตอาหารแปรรูปประเภทอาหารเสริม เมื่อศึกษามีความรู้แล้วจึงได้จัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตอาหารเสริม ORGANOID ตั้งแต่นั้นมา เข้าร่วมโครงการโอ-ปอยในปี 2560 จำนวน 2 แผนงาน ประกอบด้วย

แผนงานที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จากการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทฯ พบว่าพนักงานคัดแยกเมล็ดถั่ว ดาวอินคา มีปัญหาเรื่องความสูงของโต๊ะคัดแยก ซึ่งได้แก้ไขโดยให้มีการเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ และมีการนำเครื่องเขย่าร่อนเมล็ดถั่วดาวอินคา เพื่อลดเวลาในการคัดแยกเมล็ด นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องจักรที่ใช้ในการบีบอัดน้ำมัน เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ จึงได้ทำการเปลี่ยนมาใช้ไฮโครลิคขนาดเล็กแทน เพื่อลดปัญหาเครื่องจักรหยุด โดนในแผนงานที่ 2 นี้ บริษัทฯ สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้สถานประกอบการได้ 94,080 บาท/ปี

แผนงานที่ 6 กลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด (Best Practice) จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า บริษัทฯ ยังไม่มีการจัดทำแผนการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม และยังไม่มีแผนการพัฒนาทีมขาย ยังไม่มีการจัดทำแผนการตลาดภายในประเทศ และยังไม่มีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้กับลูกค้าเป้าหมาย จากปัญหาดังกล่าว ได้มีการแผนปฏิบัติการทางการตลาด จำนวน 4 แผนงาน เช่น การเปิดโชว์รูมที่เอเชียทีค มีการจัดทำคลิปสั้น 3 คลิปเพื่อสร้างการรับรู้ มีการเปิดตลาดกับลูกค้ากลุ่มคลินิคเสริมความงาม ทำให้สามารถได้ลูกค้า OEM ใหม่ 1 ราย มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการติดต่อลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้ไปโชว์ผลิตภัณฑ์ในที่ต่างๆ 4 แห่ง ซึ่งจากกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายได้ 100% ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

จากการดำเนินโครงการทั้ง 2 แผนงาน สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้คิดเป็นมูลค่า 5,094,080 บาท/ปี

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า บริษัท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2530 ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยโรงงานตั้งอยู่ศูนย์กลางของพื้นที่เพาะปลูก ที่มีความหลากหลายของวัตถุดิบผักและผลไม้ต่างๆ ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการเพาะปลูกในพื้นที่ของเราเอง และทำสัญญการเพาะปลูกกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเป็นการจัดหาวัตถุดิบป้อนเข้าโรงงานได้อย่างสม่ำเสมอ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความเป็นผู้นำในการเป็นผู้ผลิตผักและผลไม้กระป๋อง โดยการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า โดยบริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน BRC, เกรดเอ GMP และ HACCP บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตผักผลไม้กระป๋องที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ซื้อทั่วโลก มาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการใน 2 แผนงาน ประกอบด้วย

แผนงานที่ 1 การบริหารจัดการโลจิสติกส์ (Best Practice) ได้มีการปรับปรุงน้ำหนักในการบรรจุกระป๋อง โดยปรับน้ำหนักให้ได้ตามมาตรฐานทั่วไป 1825-1875 g/กระป๋อง มีการปรับลดสัดส่วนการถือครองสารปรุงแต่ง น้ำตาลและเกลือ โดยปรับการสั่งซื้อและจัดเก็บให้เหมาะสมกับความต้องการ และเรื่องสุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดวางและขนย้ายกระป๋อง เพื่อลดการบุบของกระป๋อง ซึ่งจากการดำเนินงานทั้งหมด คิดเป็นความสูญเสียที่ลดลงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 3,864,684 บาทต่อปี

ในแผนงานที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้มีการปรับลดการสูญเสียข้าวโพดหวาน จากการตัดหัวข้าวโพด พบว่าการตัดหัวข้าวโพดหวานเป็นขั้นตอนแรกในการควบคุมเรื่อง Yield ของวัตถุดิบซึ่งมีผลต่อต้นทุนของสินค้า การตัดหัวที่มากเกินไปคือการสูญเสียเมล็ดข้าวโพด นอกจากนี้ ยังมีการลดการสูญเสียข้าวโพดหวาน จากการตัดเมล็ด ซึ่งปัญหาเกิดจากระบบการทำงานของเครื่องจักร ประกอบด้วย บู๊ตจานมีดหลวม สปริงออโตขาด/หย่อน ลูกยาง Roll Feed สึก ใบมีดแกว่ง และใบมีดไม่คม ได้ทำการปรับปรุงการทำงานของเครื่องจักร ตั้งค่ามาตรฐานต่างๆ และมีการลับใบมีดอยู่เสมอ จากการดำเนินงานสามารถความสูญเสียที่ลดลงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 5,026,560 บาทต่อปี จากการดำเนินโครงการทั้ง 2 แผนงานสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้คิดเป็นมูลค่า 8,891,244 บาท/ปี

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า "OPOAI 60 มิติของความสำเร็จ นอกจากที่จะวัดจากมูลค่าที่ได้จากการทำแผนงานแล้ว การสร้างทีมงานและกระบวนการคิดวิเคราะห์เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถนำไปสร้างแผนงานอื่นๆ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของสถานประกอบการ ด้วยตัวเองในโอกาสต่อไป"


Latest Press Release

Mom Sis The Smoothie Cafe พร้อมเสิร์ฟเมนูสุขภาพตอบโจทย์คนเมือง

เอาใจสายเฮลธ์ตี้ Mom & Sis The Smoothie Cafe พร้อมเสิร์ฟเมนูสุขภาพตอบโจทย์คนเมือง ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ณ ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ทุกวันนี้การรักษาสุขภาพไม่ใช่เรื่องของเทรนด์อีกต่อไป...

พาวเวอร์เรนเจอร์ รวมพลลงใต้

ประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต พร้อมด้วย อดิศร บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จำกัด เตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับปิดเทอมครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน "พาวเวอร์เรนเจอร์ไดโนฟอรซ์ เบรฟ โชว์" ตอน...

Meet the Craft of Chiang Mai @Thaipioka

PHRAYA ซุปเปอร์พรีเมี่ยมรัมของไทยที่มีความเชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการนำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า ได้ร่วมจัดงาน "Meet the Craft of Chiang Mai" เป็นการร่วมตัวระหว่าง ของ Guest Mixologist และ Thaipioka โดยได้รับเชิญแขกพิเศษ นายธนพล จันทร์ปาน หรือ "บอส"...

ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ เปิด LINE Square ใหม่ ห้องแชทพูดคุยเรื่องแฟรนไชส์ แห่งแรกในไทย

ThaiFranchiseCenter.com เว็บไซต์รวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์ใหญ่ที่สุดในไทย ได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับแฟรนไชส์ บนเว็บไซต์ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ให้ง่ายและมีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยการเปิดกลุ่ม LINE Square ใหม่ เพื่อเป็นห้องแชทพูดคุย...

พพ. ขยายเวลาโครงการ DSMเฟส3 ถึง 20 ก.ย.นี้ ดึงโรงงาน-อาคารร่วมปฏิบัติการประหยัดพลังงาน

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ พพ. ได้ขยายเวลาการรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม โครงการส่งเสริมการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานความร้อนด้วยวิธีอุดหนุนผลประหยัด (DSM) เฟส 3 ตั้งแต่วันนี้...

Related Topics