เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตรถยนต์ 183,119 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 15.1 ขายในประเทศ 81,946 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 ส่งออก 90,151 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday August 20, 2018 11:30
กรุงเทพฯ--20 ส.ค.--สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2561 ดังต่อไปนี้

การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2561 มีทั้งสิ้น 183,119 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 15.1 จากการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.54 และผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.46 และ 26.58 ตามลำดับ แต่ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 3.1

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,239,688 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 11.68

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 74,447 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 13.51

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 มีจำนวน 509,498 คัน เท่ากับร้อยละ 41.1 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.36

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 52 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 372.73 รวมเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 69.34

รถยนต์บรรทุก เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ทั้งหมด 108,620 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 16.18 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ทั้งสิ้น 729,958 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 12.6

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ทั้งหมด 105,778 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 16.35 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ทั้งสิ้น 711,272 คัน เท่ากับร้อยละ 57.38 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 12.65 โดยแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 199,952 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 11.2
รถกระบะดับเบิลแค็บ 404,186 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 12.7
รถกระบะ PPV 107,134 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 15.28

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 2,842 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.24 รวมเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 18,686 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.76

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 96,304 คัน เท่ากับร้อยละ 52.6 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 0.64 ส่วนเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 668,502 คัน เท่ากับร้อยละ 53.93 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 5.4

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตเพื่อการส่งออก 32,196 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 14.58 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 244,028 คัน เท่ากับร้อยละ 47.9 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 1.06

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2561 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 64,108 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.54 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 424,474 คัน เท่ากับร้อยละ 59.68 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ .07 โดยแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 52,632 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 5.27
รถกระบะดับเบิลแค็บ 301,727 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 8.02
รถกระบะ PPV 70,115 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.46
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 86,815 คัน เท่ากับร้อยละ 47.41 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 36.92 และเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 571,186 คัน เท่ากับร้อยละ 46.07 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 20.05

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 42,251 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 51.46 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ 265,470 คัน เท่ากับร้อยละ 52.1 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.56

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2561 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 41,670 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 26.58 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ผลิตได้ทั้งสิ้น 286,798 คัน เท่ากับร้อยละ 40.32 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 20.21 ซึ่งแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 147,320 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 13.48
รถกระบะดับเบิลแค็บ 102,459 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 29.2
รถกระบะ PPV 37,019 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 25.65

รถจักรยานยนต์เดือนกรกฎาคม 2561 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 208,512 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 2.2 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 172,157 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 0.37 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 36,355 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 11.88

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,519,152 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 1.53 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,219,154 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 1.21 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 299,998 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 2.85

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 81,946 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 6.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 25.7 จากการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยการลงทุนของภาครัฐ การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ยังเติบโต การส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้น การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 134,036 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 2.6 และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 25.3

ตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 รถยนต์มียอดขาย 571,064 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 20.2 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,068,734 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 1.7

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

เดือนกรกฎาคม 2561 ส่งออกได้ 90,151 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 0.15 การส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาดจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าดีขึ้น ยกเว้นตลาดออสเตรเลีย ตลาดยุโรป และตลาดอเมริกาเหนือ มูลค่าการส่งออก 49,874.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4

เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,714.79 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 9.3

ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 21,154.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 21.66

อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,158.93 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 34.36

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2561 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 76,902.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 5.74

เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 652,111 คัน โดยส่งออกเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 4.1 มีมูลค่าการส่งออก 340,766.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 2.79

เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 22,500.50 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 2.46

ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 126,393.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 9.5

อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 16,859.19 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 13.87

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 506,520.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 3.46

รถจักรยานยนต์

เดือนกรกฎาคม 2561 มีจำนวนส่งออก 68,296 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 10.52 โดยมีมูลค่า 5,287.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 15.41

ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 252.58 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 8.19

อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 151.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 57.89

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกรกฎาคม 2561 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,691.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ร้อยละ 14.92

เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 517,757 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 3.25 โดยมีมูลค่า 34,905.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 10.37

ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 2,142.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 29.34

อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 808.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 10.84

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 37,856.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2560 ร้อยละ 11.3

เดือนกรกฎาคม 2561 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 82,594.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 6.32

เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2561 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 544,376.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 3.97


Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics