ธรรมศาสตร์ โชว์ 3 นวัตกรรม ยกระดับสินค้าทางการเกษตรไทย พร้อมผนึกกำลังตลาดไท แลกเปลี่ยนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาสู่ระดับสากล

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Friday September 7, 2018 12:17
กรุงเทพฯ--7 ก.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โชว์ 3 นวัตกรรม ยกระดับผู้มีส่วนร่วมในวงจรการผลิตสินค้าทางการเกษตร อาทิ เกษตรกร ผู้ขายและผู้บริโภค ได้แก่ 1) นวัตกรรมแถบสีบอกความสุกผลไม้และนวัตกรรมชะลอการสุกมะม่วง นวัตกรรมลดอัตราการเสียหายของสินค้าการเกษตรเมื่อวางจำหน่าย 2) แอปพลิเคชัน ออร์แกนิค แอปฯตรวจสอบสินค้าคุณภาพสินค้าการเกษตร และ 3) ฟิล์ม ทู ฟลาย นวัตกรรมยืดอายุผลไม้เพื่อการส่งออก พร้อมผนึกกำลังกับตลาดไท แลกเปลี่ยนข้อมูล บุคลากรและนักวิจัย เพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตั้งเป้าใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตรไทย ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทรศัพท์ 02-564-4493 หรือเว็บไซต์ www.tu.ac.th/news

ศ.ดร.ทพญ.ศิริวรรณ สืบนุการณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลจากการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม อันหมายถึงพืช ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ทั้งในรูปแบบอาหารสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยในช่วงเดือน 7 เดือนแรก ของปี 2561 ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากส่งออกสินค้าเกษตรกรรมได้กว่า 4.2 แสนล้านบาท เพื่อรักษาการสร้างรายได้ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประเทศจากสินค้าในกลุ่มนี้ มธ. จึงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับผู้มีส่วนร่วมในวงจรการผลิตสินค้าทางการเกษตร อาทิ เกษตรกร ผู้ขายและผู้บริโภค อย่างต่อเนื่อง ดังเช่น 3 นวัตกรรม ดังต่อไปนี้

1. นวัตกรรมแถบสีบอกความสุกผลไม้ (Bio-ripeness indicator) และนวัตกรรมชะลอการสุกมะม่วง โดย รศ.ดร.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. นวัตกรรมลดอัตราการเสียหายของสินค้าการเกษตรเมื่อวางจำหน่าย จากการถูกบีบหรือกดในการเลือกซื้อ และยกระดับคุณภาพสินค้าทางการเกษตรสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยนวัตกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย สารละลายกระตุ้นการสร้างสารสีคลอโรฟิลล์ (chlorophyll supplement) ให้มีปริมาณที่มากขึ้น พร้อมชะลอการทำงานของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สลายคลอโรฟิลล์ในมะม่วง สามารถชะลอการสุกได้สูงถึง 30 วัน โดยที่ไม่ทิ้งสารตกค้าง ถุงห่อแอคทีฟ (Active Bag) ทีมีช่องให้แสงผ่านพลาสติก เพื่อให้เกิดการสร้างคลอโรฟิลล์ได้มากที่สุด และแถบสีอินดิเคเตอร์ (Indicator) แถบสีแสดงการสุกของเนื้อมะม่วงใน 4 ระยะ คือ สีเขียว-เนื้อมะม่วงที่ยังดิบ สีเหลืองอ่อน-เนื้อมะม่วงที่เริ่มสุก สีเหลือง-เนื้อมะม่วงที่พร้อมรับประทาน และ สีเหลืองเข้ม-เนื้อมะม่วงที่สุกเกินมาตรฐาน

2. แอปพลิเคชัน ออร์แกนิค (Organic Ledger) โดย ผศ.ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ จากสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. แอปพลิเคชันบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ชื่อเกษตรกร ชื่อฟาร์มและสถานที่ตั้ง ช่องทางการติดต่อ ขั้นตอนการเพาะปลูกของเกษตรกร รวมถึงวันและเวลาที่เก็บเกี่ยวอย่างชัดเจน พร้อมตรวจสอบลักษณะของผลผลิตดังกล่าวว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากลของผลิตภัณฑ์อินทรีย์ตามฐานข้อมูลของมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทยหรือไม่ นอกจากนี้ทางนักวิจัย มธ. ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอีกขั้น โดยการออกใบรับรองแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับฟาร์มหรือผู้ผลิตที่มีผลิตสินค้าทางการเกษตรแบบไร้สารปนเปื้อน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงง่าย ๆ ได้เพียงการแสกน คิวอาร์ โค้ด (QR Code) ที่จะแปะอยู่กับสินค้า

3. ฟิล์ม ทู ฟลาย (Film to Fly) โดย ผศ.ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ จากสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ร่วมกับนางสาวพรรณวดี จันทร์ทอง นักศึกษา สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการส่งออกสินค้าทางเกษตร โดยเป็นนวัตกรรมชะลอความสุกพืชผลเกษตรจากใบยี่หร่า ชะลอสุก "กล้วยหอม" นาน 2 เดือน ด้วยเทคนิคการเคลือบแบบบริโภคได้ (Edible Coating) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง พร้อมรักษาสภาพผิวให้สวยงาม และป้องกันการเกิดโรคขั้วหวีเน่าในผลผลิตได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ภายหลังการเก็บเกี่ยวและระหว่างการขนส่ง เพียงชุบในสาร 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ชะลอสุกได้กับมะละกอ และมะม่วงน้ำดอกไม้อีกด้วย

ด้าน รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวเสริมว่า แม้การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร จะเป็นสิ่งที่ มธ. ทำมาโดยตลอด แต่เพื่อการส่งเสริมและยกระดับนักวิจัยของ มธ. จึงเป็นที่มาของการร่วมมือทางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระหว่าง มธ. และบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด หรือตลาดไท โดยมีเป้าประสงค์เพื่อ 1) สร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 2) แลกเปลี่ยนข้อมูล บุคลากรและนักวิจัยของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และ 3) เชื่อมโยงเครือข่ายและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลวิจัยและนวัตกรรมไปใช้จริง ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเพิ่มพูนองค์ความรู้ของนักวิจัยทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือ นักวิจัย มธ. จะมีโอกาสได้สัมผัสปัญหาและความต้องการของผู้ค้า ตลอดจนกระบวนการการจัดการที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง และนักวิจัยของตลาดไทนั้น สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพการดูแลพื้นที่และให้บริการของตลาดไท ทั้งนี้ การร่วมมือในครั้งนี้ยังคงมีเป้าหมายในการนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศในภายภาคหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยของ มธ. ที่มุ่งมั่นสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาประเทศชาติในทุกด้าน

ขณะที่ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่า "ตลาดไท" เรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็น "ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรครบวงจร" ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยดำเนินธุรกิจค้าส่งเคียงคู่คนไทย และสนับสนุนเกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานถึง 21 ปี และเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตร ผู้ค้า และเกษตรกรร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนในเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีความหลากหลายจากทั่วประเทศไทยและเกือบทุกมุมโลกผ่านตลาดไท ทั้งนี้มีสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดไทถึง 12,000 ตันต่อวัน สนับสนุนเกษตรกรกว่า 200,000 คน และมีมูลค่าการค้าถึง 1.8 แสนล้านบาทต่อปี ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดไทในฐานะตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรครบวงจรใหญ่ที่สุดในอาเซียน แนวทางดังกล่าวจึงสอดรับกับภารกิจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการส่งเสริม สนับสนุนงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่าย การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องตลอดจนบุคลากรของทั้งสองฝ่าย เพื่อพัฒนาศักยภาพและพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และตลาดไท สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ มธ. ในครั้งนี้ เรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้เกิดโดยตรงทั้งแก่ผู้ประกอบการไทย เกษตรกรไทย และสังคมไทยได้อย่างแท้จริง อีกทั้งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สามารถช่วยขับเคลื่อนงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของ มธ. ให้สัมฤทธิ์ผลและเป็นจริงได้ต่อไป

ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีตัวแทนจากทั้ง 2 ฝ่าย เข้าร่วมลงนามเป็นจำนวนมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทรศัพท์ 02-564-4493 หรือเว็บไซต์ www.tu.ac.th/news


Latest Press Release

Dinner Buffet at Movenpick Suriwongse Hotel Chiang Mai

จากบุฟเฟต์ข้าวต้มในตำนานของจังหวัดเชียงใหม่ สู่ รสชาติอาหารหลากหลายสไตล์ที่คงความอร่อยระดับนานที่มีเมนูให้เลือกหลากหลายมากกว่า 40 รายการ วันศุกร์ - วันเสาร์ "Take a Wok on The Wind...

ขอเชิญชมการจัดแสดง จักรยานส่วนพระองค์ ในงาน INTERNATIONAL BANGKOK BIKE 2018 ครั้งที่ 12

บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ ขอเชิญชมการจัดแสดง "จักรยานส่วนพระองค์" ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงพระราชทานพระราชานุญาตนำมาจัดแสดง...

โรบินสันทำดี ร่วมกับผลิตภัณฑ์เดวื่ ร่วมส่งมอบไออุ่น แบ่งปันความรักกับโครงการ DEVY Packs of Love ครั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย มอบกระเป๋านักเรียน อุปกรณ์การเรียน และปรับปรุงสนามกีฬา ร่วมมูลค่ากว่า 660,000 บาท

บนเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับไปมา บนยอดดอยที่สูงชัน ยังมีความหวังที่รอคอยความสุขจากน้ำใจสังคมไทย การนำพาความสุขร่วมแบ่งปัน ส่งต่อให้กับเหล่าน้องๆ ตัวน้อย ที่เฝ้ารอคอย อุปกรณ์การเรียนชุดใหม่ กระเป๋าเป้ไว้ใส่หนังสือ และอุปกรณ์กีฬา จึงกลายเป็นวัตถุประสงค์หลัก...

ใครว่าได้ภาษาอย่างเดียวพอ? โลกแห่งการทำงานปี 62 รีวิวประสบการณ์การทำงานจริงในบริษัทสัญชาติจีน ที่จะทำให้รู้ว่าคุณต้องรู้รอบทุกด้าน

ในยุคสมัยที่มีเด็กจบใหม่ตบเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ที่ทำงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ย่อมเป็นเป้าหมายของใครหลายคนที่มั่นใจในความรู้ความสามารถของตนเอง "บริษัทข้ามชาติ" เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่จะเป็นเวทีแสดงความสามารถของเด็กจบใหม่...

กอปภ.ก. สั่งการจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนักและฝนตกสะสมเพิ่มขึ้น ช่วงวันที่ 20 22 พ.ย.61

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สั่งการจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและฝนตกสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 20 – 22 พ.ย.61...

Related Topics