กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าโครงการปลูกพืชหลังนาสร้างรายได้ให้เกษตรกรผ่านกลไกสหกรณ์ ย้ำเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกร

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday September 10, 2018 09:14
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมชี้แจงโครงการปลูกพืชหลังนาสร้างรายได้ให้เกษตรกรผ่านกลไกสหกรณ์ ณ ห้องประชุมแชฟไฟร์

อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ว่า การประชุมครั้งนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งชลประทานจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดิน และสหกรณ์จังหวัด มากกว่า 450 คน เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปในทิศทางเดียวกัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังปี 2561/62 โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าว ให้มาปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่ตลาดต้องการและให้ผลตอบแทนสูง เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือในการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การประสานภาคเอกชนในการเข้ามารับซื้อผลผลิต การกำหนดราคาขายที่เป็นธรรม และการจัดทำประกันภัยพืชผล โดยจะยึดแนวทางการบริหารจัดการด้านการตลาดสินค้าเกษตร ภายใต้แนวคิด "การตลาดนำการผลิต" พร้อมทั้งใช้กลไกสหกรณ์ในพื้นที่เข้ามาบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกรตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งได้เริ่มต้นนำร่องโครงการส่งเสริมปลูกข้าวโพดหลังนาไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และพิษณุโลก จำนวน 5,800 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 415 ราย เป็นสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโรงหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโคกหม้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพิชัย จำกัด และพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด พร้อมทั้งได้ประสานบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เบทาโก กับบริษัท ซีพีเอฟ เข้ามารับซื้อข้าวโพดจากสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยกำหนดราคารับซื้อข้นต่ำที่ความชื้น 30% กิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะมีรายได้จากการปลูกข้าวโพดไร่ละ 7,500 บาท หักทุนแล้วจะเหลือกำไรไร่ละ 4,000 บาท ซึ่งได้รายได้ดีกว่าปลูกข้าวถึงไร่ละประมาณ 2,000บาท

นอกจากนี้ สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่จะมีบทบาทในการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาให้เกษตรกร โดยประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งเกษตรจังหวัดเข้ามาจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรสมาชิกเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การคัดเลือกพันธุ์เพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และรอบการผลิต ในส่วนสถานีพัฒนาที่ดินจะเข้ามาช่วยดูสภาพดินในพื้นที่ว่าเหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดใด และจะบำรุงรักษาพื้นที่ให้ปลูกพืชได้ผลผลิตดีได้อย่างไร และชลประทานจังหวัดเข้ามาช่วยดูแลระบบน้ำ รวมทั้งสหกรณ์ยังมีหน้าที่ในการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร การตรวจติดตามคุณภาพผลิต จนถึงการบริหารจัดการตลาด โดยสหกรณ์เป็นจุดรวบรวมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิก ซึ่งในปีนี้สหกรณ์การเกษตรในหลายพื้นที่ได้รับงบอุดหนุนกลางปีจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อสร้างอุปกรณ์การตลาดหลายรายการ เช่น การปรับปรุงยุ้งฉาง ลานตาก และเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งสามารถรองรับผลผลิตในโครงการดังกล่าวและให้บริการแก่สมาชิกได้ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้เกษตรกร และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรในด้านการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร การประสานภาคเอกชนเพื่อเพิ่มช่องทางตลาดและดูแลผลประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในการขายผลผลิตการเกษตรให้กับภาคเอกชน พร้อมทั้งให้เน้นย้ำเกษตรกรสมาชิกควบคุมดูแลคุณภาพผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น

ส่วนการสนับสนุนด้านเงินทุนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% วงเงิน3,000 บาทต่อไร่ ให้สหกรณ์กู้ยืมไปให้สมาชิกกู้ยืมต่อ เพื่อนำไปเป็นทุนในการปลูกข้าวโพด และสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการยังสามารถกู้ยืมไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการรวบรวมผลผลิตข้าวโพดจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้เช่นกัน โดยสามารถติดต่อขอกู้ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ คาดว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ จะมีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนา โดยหันมาปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ และใช้หลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งจะช่วยทำให้ผลผลิตไม่ล้นตลาด ขณะที่เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากในอดีต ซึ่งจะสร้างความมั่นคงในอาชีพการเกษตรมากขึ้น


Latest Press Release

กมธ. วิทย์ฯ หนุน "โคราชโมเดล" เทงบวิจัยแก้จน ดันโครงการ "อีสานวากิว" พร้อมเร่งแก้ราคามันตกต่ำ

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางศึกษาดูงาน “การพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรฐานราก ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม” ณ...

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไขข้อข้องใจการทำน้ำมันเก่าที่ใช้แล้วให้ใสมีอันตรายต่อการบริโภคหรือไม่?

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยการเปลี่ยนน้ำมันเก่าที่ใช้แล้วให้ใสด้วยการเติมแป้งสาลี ผสมน้ำ พบทำให้น้ำมันใสขึ้นและมีสีจางลงได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพทางเคมี เช่น ค่าของกรด ค่าเพอร์ออกไซด์ และสารโพลาร์...

“Mini Motor show” ตั้งแต่วันที่ 15-21 กรกฏาคม 2563 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น จี โซนเซ็นทรัล ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จัดงาน “Mini Motor show” นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีสุดว้าว จากค่ายรถยนต์ BMW, MG, Nissan ฯลฯ พร้อมรับของสมนาคุณมากมายเมื่อจองรถภายในงานนี้เท่านั้น กับโปรโมชั่นสุดพิเศษกันไปเลย พบกับรถยนต์รุ่นใหม่ ในงาน...

ชวนคุณแม่จูงมือคุณลูก ช้อปอุ่นใจ สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวัล ทรูโชว์อัจฉริยภาพเครือข่าย True5G ส่งหุ่นยนต์สุดล้ำ ลุยภารกิจงาน "Amarin Baby & Kids Fair"

กลุ่มทรู ตอกย้ำผู้นำเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G จัดพาเหรดหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติภารกิจเสริมความปลอดภัยและสุขอนามัย เพิ่มความมั่นใจให้แก่คุณแม่ชวนลูกมาช้อป ในงาน "Amarin Baby & Kids Fair" ครั้งที่ 17 ยกระดับงานแฟร์ให้ทันสมัยในแนวคิด New Normal Exhibition...

สาธิตกรุงเทพธนฯ แนะนำ 5 แอปฯ น่าใช้ ตัวช่วยให้การเรียนมีความสะดวกเพิ่มขึ้น

เมื่อการเรียนในปัจจุบัน มีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จากการเขียนลงบนกระดาษ ก็เริ่มหันมาใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนแทน โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ที่นอกจากจะมุ่งเน้นในเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนในรูปแบบของโรงเรียนสาธิตอย่างเข้มข้นแล้ว...

Related Topics