กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลุยส่งเสริมปลูกพืชหลังนาพื้นที่ 2.8 ล้านไร่ทั่วประเทศ เตรียมเสนอครม.จัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ย 0.01 % ผ่านธกส.ให้เกษตรกรกู้ยืมเป็นเงินลงทุน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday September 10, 2018 11:36
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--กรมส่งเสริมสหกรณ์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผนึกกำลัง 5 หน่วยงาน เดินหน้าส่งเสริมปลูกพืชหลังนาพื้นที่ 2.8 ล้านไร่ทั่วประเทศ แทนการทำนาปรัง ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวกันมาปลูกข้าวโพด พืชตระกูลถั่ว และพืชผัก ซึ่งมีตลาดรองรับและให้ผลตอบแทนสูงกว่ารายได้จากการทำนา เตรียมเสนอมาตรการจูงใจเกษตรกรให้ครม.พิจารณาประกันภัยพืชผลให้เกษตรกร ไร่ละ 3,000 บาท พร้อมให้สนับสนุนเงินทุนเพื่อนำไปลงทุนเพาะปลูกโดยสามารถขอกู้ผ่านธกส.ไร่ละ 2,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.01 % โดยรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ย คาดต้องใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมชี้แจงนโยบายในการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาทดแทนการปลูกข้าวนาปรังให้กับเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดินและ กรมส่งเสริมสหกรณ์ในระดับภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 400 คน รับฟังเพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวหันมาปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่ตลาดมีความต้องการและให้ผลตอบแทนสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำ โดยใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกรตั้งแต่การส่งเสริมการปลูก การถ่ายทอดความรู้ การรวบรวมผลผลิต และการเชื่อมโยงกับเอกชนในการเข้ามารับซื้อผลผลิตของเกษตรกร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เหตุผลของการส่งเสริมชาวนาหันมาปลูกพืชชนิดอื่น แทนการทำนารอบที่ 2-3 เนื่องจากหากมีการทำนารอบเดียวจะได้ผลผลิต 33 ล้านตันข้าวเปลือก นำไปสีเป็นข้าวสารได้ 12-13 ล้านตัน คนไทยบริโภคข้าวปีละ 7-8 ล้านตัน ที่เหลือส่งออกไปต่างประเทศ 5 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณ ที่เหมาะสม และส่งผลทำให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ อยู่ที่ตันละ 10,000 บาท ดังนั้น รัฐบาลจึงเพิ่มทางเลือกให้ชาวนาปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวแบบเดิม ๆ มาปลูกข้าวเพียงรอบเดียว หลังหมดฤดูทำนาแล้วเกษตรกรสามารถหันมา ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งแต่ละปีประเทศไทยต้องการใช้ข้าวโพดภายในประเทศ 7-8 ล้านตัน ขณะที่เกษตรกรผลิตได้ 3-4 ล้านตันเท่านั้น ดังนั้น ตลาดจึงยังมีความต้องการอีกจำนวนมาก หรือจะหันไปปลูกพืชตระกูลถั่ว ทั้งถั่วเหลืองและถั่วเขียว หรือพืชผักทดแทนก็ได้ ในเบื้องต้นได้มีการสำรวจพื้นที่เป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนา 2.8 ล้านไร่ ทั่วประเทศ โดยกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทานจะร่วมกับสำรวจสภาพดินและแหล่งน้ำและกำหนดให้ชัดเจนว่าแต่ละพื้นที่เหมาะสำหรับปลูกพืชชนิดใด

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจูงใจแก่เกษตรกรที่มาทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยกรมชลประทานจะดูแลระบบน้ำในพื้นที่ 2.8 ล้านไร่ที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย และทางกระทรวงเกษตรฯได้มีการเจรจากับภาคเอกชน ผ่านทางสมาคมผู้ค้าอาหารสัตว์และสมาคมผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ ประสานบริษัทเอกชน 3-4 แห่ง เข้ามารับซื้อผลผลิต เพื่อให้มีตลาดรองรับที่แน่นอนและมีการกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งจะพิจารณาเงื่อนไขของเอกชนที่จะมารับซื้อเพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่เกษตรกร โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตัวกลาง รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อรวบรวม ส่งขายให้บริษัทเอกชน และในช่วงเริ่มต้นการเพาะปลูก ทางบริษัทเอกชนซึ่งเป็นคู่ค้าจะร่วมกับส่วนราชการ ส่งเจ้าหนาที่เข้ามาถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตปลูกพืชชนิดอื่นและดูแลพื้นที่เพาะปลูกให้แก่เกษตรกรด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯต้องร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั่วประเทศ ต้องช่วยกันไปชี้แจงทำความเข้าใจเกษตรกรได้รับทราบ ถึงมาตรการในจูงใจว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนเพื่อปรับเปลี่ยนปลูกพืชหลังนาแก่เกษตรกรอย่างไร พร้อมทั้งเชิญชวนให้เกษตรกรตัดสินใจเข้ามาร่วมโครงการ

"โครงการนี้ถ้าไม่มีตลาดรับซื้อจะไม่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกแน่นอน และเรายังได้วางมาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้เกษตรกร โดยจะมีการประกันภัยพืชผลให้หากผลผลิตเกิดความเสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม เจอโรคระบาดหรือศัตรูพืชทำลายผลผลิต จะประกันภัยพืชผลไร่ละ 2-3,000 บาท และจะจัดสรรเงินกู้ผ่านธกส. ดอกเบี้ย 0.01% ให้เกษตรกรกู้ยืมไปลงทุนเพาะปลูก ไร่ละ 2,000 บาท แต่ขอกู้ได้ไม่เกิน 15 ไร่ โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เตรียมจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาประกันภัยพืชผลและเงินกู้ผ่านธกส. ภายในวันที่ 18 กันยายน นี้ ซึ่งการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาตามแนวทางนี้ จะช่วยประหยัดงบประมาณแทนที่จะต้องนำไปใช้แก้ปัญหาเมื่อราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 7-8 แสนล้านบาท เพื่อรับจำนำข้าว และยังต้องเจอกับปัญหาการเก็บรักษาข้าวตามมา แต่ถ้าเราสามารถจูงใจเกษตรกรหันมาปลูกพืชชนิดอื่นแทนการทำนา นำงบประมาณมาใช้ในการอบรมถ่ายทอดความรู้และให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเกษตรกรมีเงินทุนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนการทำนา และทำประกันภัยพืชผลให้ น่าจะวิธีที่ดีกว่า คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มได้กลางเดือนพฤศจิกายน หลังจากเสร็จสิ้นฤดูทำนาแล้ว ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล ที่จะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรมีรายได้ ขายผลผลิตได้ราคาดี หากโมเดลของการดำเนินโครงการนี้สำเร็จ ก็จะนำไปต่อยอดกับพืชชนิดอื่น เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและผลไม้ต่อไป" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว


Latest Press Release

ภาพข่าว: รีจอยส์ เปิดตัวแชมพูน้ำหอมแท้ระดับพรีเมี่ยม รีจอยส์ เพอร์ฟูม คอลเลคชั่น เพื่อผมนุ่ม พลิ้วสวย หอมยาวนานตลอดวัน

มร.เฮา ทราน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "รีจอยส์ เพอร์ฟูม คอลเลคชั่น" แชมพูน้ำหอมแท้ระดับพรีเมียม ที่ออกแบบและรังสรรค์กลิ่นหอมโดยนักปรุงน้ำหอมระดับโลก โดยมี ขวัญรัตน์...

ภาพข่าว: SANOOK STADIUM 2019 ไทยประกันชีวิต

นางสาวณัฐกานต์ จันทร์ไทย ผู้จัดการอาวุโส ส่วนสื่อสารออนไลน์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน "THE MALL SANOOK STADIUM 2019 สนามความสนุก สุขยกแก๊งค์" พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกไทยไลฟ์การ์ด ช้อปครบ 2,000 บาท รับทันที บัตรกำนัล มูลค่า 200...

ลิกซิล เปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่แบรนด์ อิแนกซ์ ในงานมิลานดีไซน์วีค 2019 จากดินแดนที่อุดมไปด้วยน้ำ สู่การเปิดตัวประเพณีแห่งน้ำของญี่ปุ่น

บริษัท ลิกซิล กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน (ลิกซิล) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ห้องน้ำและเครื่องใช้ในครัวเรือน ได้เปิดตัว อัตลักษณ์ใหม่ของห้องอาบน้ำอิแนกซ์ในงานมิลานดีไซน์วีค 2019 อิแนกซ์เป็นแบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์กระเบื้องรูปสมัยใหม่ในเครือลิกซิล...

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ FWD North Pole Marathon วิ่งส่งใจไปนอร์ทโพล ทุกโลเพื่อน้อง

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมส่ง คุณป๊อก อิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งที่เคยได้ร่วมวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งในประเทศไทย จากใต้สุดไปเหนือสุดในโครงการก้าวคนละก้าว เป็นตัวแทนจากประเทศไทยที่จะไปร่วมวิ่งขั้วโลกเหนือ ร่วมกับตัวแทนอีก...

กรมส่งเสริมสหกรณ์คิกออฟอบรมสมาชิกสหกรณ์ใช้ปุ๋ยผสมเอง สหกรณ์เตรียมสั่งซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมขายเกษตรกรราคาถูกกว่าท้องตลาด คาดทันใช้ในเดือนพ.ค.นี้

กรมส่งเสริมสหกรณ์คิกออฟจัดโครงการอบรมส่งเสริมปุ๋ยผสมใช้เองผ่านสหกรณ์การเกษตร ถ่ายทอดความรู้การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง เหมาะกับสภาพดินและพืชที่เพาะปลูก พร้อมเจรจาบริษัทนำเข้าจำหน่ายแม่ปุ๋ยให้สหกรณ์ถูกกว่าท้องตลาด ตันละ 4,000 บาท...

Related Topics