สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญฟินเทค จับมือ นิด้า ปั้นวิศวกรการเงิน รับธุรกรรมการเงินดิจิทัลแห่งโลกอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Wednesday September 12, 2018 15:39
กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จับมือสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เตรียมเปิด "วิศวกรรมการเงิน" ปริญญาต่อเนื่อง หลักสูตรนานาชาติ เพื่อเร่งปั้น "วิศวกรการเงิน" ป้อนสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมที่น่าจับตาอย่างอุตสาหกรรมการเงิน และธนาคาร ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านฟินเทค หรือเทคโนโลยีทางการเงิน โดยมีโครงสร้างหลักสูตรเป็นแบบ 4+1 จัดการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนทั้งหมด ระยะเวลาศึกษา 5 ปี ในระบบทวิภาค แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ 1. การศึกษาระดับปริญญาตรี ระยะเวลา 4 ปี หรือ 8 ภาคการศึกษา และ 2. การศึกษาระดับปริญญาโท ระยะเวลา 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา โดยซึ่งผู้เข้าเรียนจะได้ศึกษารายวิชาทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน คณิตศาสตร์การเงิน การเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง และรายวิชาทางวิศวกรรมการเงินที่ผสมผสานความรู้ในศาสตร์ที่ดังกล่าว จากทั้งคณาจารย์ สจล. และ นิด้า โดยคาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในช่วงต้นปี 2562 ผ่านระบบรับสมัครของ สจล. และเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคม 2562

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ตลอดมา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ มีเป้าหมายในการยกระดับการศึกษา และบุคลากรของประเทศ ให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมประเทศกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จึงได้เร่งพัฒนา และขยายหลักสูตรการศึกษา ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สจล. ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านวิชาการ ในการส่งเสริมการศึกษาสำหรับผู้เรียน การสนับสนุนด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการวิจัยร่วมกัน พร้อมเตรียมเปิดหลักสูตร "วิศวกรรมการเงิน" ซึ่งนับเป็นหลักสูตรแรกระหว่าง สจล. และนิด้า ที่ผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม และองค์ความรู้ด้านการเงินการธนาคาร โดยนำจุดเด่น และศักยภาพของแต่ละสถาบัน มาบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับเยาวชนนักศึกษาที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ที่จะพลิกโฉมการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปอีกขั้น เพื่อตอบสนองกับอุตสาหกรรมประเทศที่กำลังเติบโตขึ้น

ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค (FinTech : Financial Technology) กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และได้เข้ามามีบทบาทต่อธุรกรรมทางการเงิน การธนาคาร ตลอดจนการลงทุน ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นอย่างมาก ในต่างประเทศได้มีการนำฟินเทคมาประยุกต์ใช้ในวงการ เช่นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคนิคคอมพิวเตอร์เรียนรู้ด้วยตนเอง (Machine Learning) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการเงินเพื่อการลงทุนและบริหารความเสี่ยง ตรวจจับการทุจริตในธุรกรรมทางการเงิน และให้คำปรึกษาด้านการลงทุน (Robo Advisor) มาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา ฟินเทคยังได้สร้างดิสรัปชั่น ในอุตสาหกรรมการเงิน และไอทีทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมทางการเงิน เช่น สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งผลักดันให้เกิดฟินเทคสตาร์ทอัพจำนวนมาก ที่นำเอาฟินเทค ไปพัฒนาเป็นบริการทางการเงิน ที่เข้าถึงมือผู้ใช้ทั่วโลกได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งเรามักได้ยินปัญหาเกี่ยวกับการเงินการธนาคารดิจิทัล อาทิ ระบบธุรกรรมการเงินออนไลน์ล่ม ปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Cyber Crime) ปัญหาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ตลอดจนการโจรกรรม และฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ ฯลฯ สาเหตุเกิดจากการเติบโตของฟินเทค ที่ยังคงสวนทางกับจำนวนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอ สจล. และนิด้า จึงเชื่อมั่นว่าหลักสูตร "วิศวกรรมการเงิน" จะเป็นหลักสูตรที่สำคัญของประเทศ ที่จะเร่งปั้นบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อตอบสนองตลาดแรงงานของอุตสาหกรรมการเงินและธนาคาร และคาดว่าการที่ประเทศมีบุคลากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในฟินเทคเพิ่มมากขึ้น จะช่วยบรรเทาปัญหาในวงการการเงินและธนาคาร ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ให้ตอบสนองเท่าทันสถานการณ์โลกได้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวสรุป

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า โครงการหลักสูตรร่วม KMITL-NIDA Double Degree Program in Financial Engineering เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างนิด้า และสจล. โดยมีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่องปริญญาโท และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่สองสถาบันได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรใหม่ขึ้นมา ปัจจุบัน ทั้งสองสถาบันได้มีความร่วมมือในระดับสากล และเครือข่ายทางวิชาการ อันสอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนา ที่มุ่งเน้นในเชิงคุณค่า กับมหาวิทยาลัยทั้งใน และต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยนิด้าคาดว่า จะสามารถผลิตมหาบัณฑิต ที่มีศักยภาพที่พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย และสังคมโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภู ศรีสืบสาย รองคณบดี กำกับดูแล และรับผิดชอบงานด้านแผนงาน และกลยุทธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น โดย สจล. และ นิด้า (KMITL-NIDA Double Degree Program in Financial Engineering) ภายใต้กรอบความคิดของการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในรายวิชาพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ ด้านการเงิน และด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีความเข้าใจในเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค ตลอดจนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงทางการเงินในการทำธุรกิจ เพื่อผู้เรียนจะได้ออกไปเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน และสามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตอบสนองตลาดแรงงานที่กำลังเป็นที่ต้อง

ผศ.ดร.วิภู กล่าวเพิ่มว่า โครงสร้างหลักสูตรเป็นแบบตรีควบโท 4+1 จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาติ ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนทั้งหมด ระยะเวลาศึกษา 5 ปี หรือ 10 ภาคการศึกษาในระบบทวิภาค แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ 1. การศึกษาระดับปริญญาตรี ระยะเวลา 4 ปี หรือ 8 ภาคการศึกษา และ 2. การศึกษาระดับปริญญาโท ระยะเวลา 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา ซึ่งผู้เข้าเรียนจะได้ศึกษารายวิชาทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน คณิตศาสตร์การเงิน การเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง และรายวิชาทางวิศวกรรมการเงินที่ผสมผสานความรู้ในศาสตร์ที่กล่าวมา โดยคณาจารย์จาก สจล. และ นิด้า ซึ่งร่วมกันสอนตั้งแต่ปีแรก พร้อมยังมีการผนวกหลักสูตรควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานจริง ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ โดยหลักสูตรดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากสภาสถาบันของทั้งสองสถาบัน โดยคาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในช่วงต้นปี ผ่านระบบรับสมัครของสจล. และเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคม 2562

ปัจจุบันอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสังคมทั้งในประเทศ และทั่วโลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สถาบันการศึกษาจึงไม่สามารถอยู่นิ่งได้ และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตร การเรียนการสอน ให้ตอบสนองกับความต้องการ ซึ่งบัณฑิตยุคใหม่ นอกจากจะต้องมีความรู้ และทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองในอนาคตแล้ว ยังควรมีความเชี่ยวชาญ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อจะได้มีความพร้อมในการทำงานได้ทันที และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งรวมถึง "หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน" ที่เตรียมจะเปิดในปีการศึกษาหน้านี้ด้วย ในด้านการเรียนการสอน สจล. ใช้ปรัชญาการเรียนการสอนแบบเน้นการฝึกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการเรียนทฤษฎี ซึ่งมีการปฏิบัติทั้งในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และในสถานที่ทำงานจริง โดยทางหลักสูตรวิศวกรรมการเงินจะสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกัน เป็นต้น ตลอดจนความร่วมมือกับฟินเทคสตาร์ทอัพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ไปฝึกงาน และดึงอุตสาหกรรมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างบัณฑิต ตั้งแต่การออกแบบรายวิชาในหลักสูตร การเชิญวิทยากรจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมสอน และการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกันกับคณาจารย์ และนักศึกษาของหลักสูตร ผศ.ดร.วิภู กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ (นิด้า) กล่าวเสริมว่า หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมระหว่างสองสถาบันนี้ เป็นหลักสูตรที่ผนวก 3 ศาสตร์การเรียนรู้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน (Economic and Finance Theory) วิชาทางวิศวกรรมศาสตร์ (Methods of Engineering) และ เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ (Tools of mathematics) รวมถึง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Programming) เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพตรงความต้องการของตลาด ในภาคธุรกิจการเงินที่มีความซับซ้อน และสามารถคิดนวัตกรรมทางการเงิน ที่ใช้ความรู้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ ร่วมกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ ความรู้ในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และการเงิน เพื่อพัฒนาแบบจำลองต่างๆ ที่จะสามารถพยากรณ์การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ เพื่อรองรับความต้องการระดมทุน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงของทุกภาคส่วนที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงการประยุกต์ใช้ในการจัดการระบบการซื้อขายอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์ (Algorithmic Trading) และการบริหารจัดการกองทุนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในโลกเทคโนโลยีทางการเงิน

สำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.kmitl.ac.th หรือ nida.kmitl.ac.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111


Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics