เมืองสุขสยาม ครบรอบ 1 ปี ชูมหัศจรรย์วิถีไทย โกยยอดพันล้าน ขึ้นแท่นจุดหมายแห่งความสุขของนักท่องเที่ยวไทย-เทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Friday December 13, 2019 17:46
กรุงเทพฯ--13 ธ.ค.--ไอคอนสยาม

"เมืองสุขสยาม" ณ ไอคอนสยาม โชว์มหัศจรรย์วิถีไทยอวดสายตาชาวโลก ประกาศความสำเร็จครบรอบ 1 ปี ขึ้นแท่นหนึ่งในแม่เหล็กหลักของไอคอนสยาม เผยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเทใจให้ เกิดกระแส กิน ช้อป จบ ครบ โดนใจ "สัมผัสเสน่ห์วิถีไทย ให้สุขใจ ต้องไปสุขสยาม" สร้างสีสันความคึกคักตลอดทั้งปีด้วยนักท่องเที่ยวหมุนเวียนมาเยือนเมืองตลอดทั้งปีกว่า 60,000 คนต่อวัน ยอดเงินสะพัดรวมกว่า 1,000 ล้านบาท เตรียมก้าวสู่ปีที่ 2 สานต่อยอดไอเดีย "เมืองสุขสยามอะคาเดมี" เสริมแกร่งด้านการตลาด ปลุกพลังร้านค้า มอบรางวัลร้านค้ายอดเยี่ยม Local Heroes สืบสานและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นไทยให้คงคุณภาพได้มาตรฐานสากล พร้อมส่งสินค้าชุมชนก้าวสู่การค้าโลก

"ไอคอนสยาม" แลนด์มาร์คที่ได้รับการยกย่องระดับโลก ประกาศความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 1 ปีของ "เมืองสุขสยาม" แหล่งรวบรวมสุดยอดเสน่ห์แห่งวิถีไทยจากทุกภูมิภาค บนพื้นที่ประมาณ 15,000 ตารางเมตร คัดสรร ของกิน ของใช้ ของแท้ ต้นตำรับไทยมาไว้ในที่เดียวกัน ภายใต้บรรยากาศแห่งความสุขและการสร้างสรรค์ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้าชุมชนเปิดให้บริการทุกวันกว่า 30 ร้านค้า รวมทั้งร้านค้าที่หมุนเวียนเข้ามาสร้างความสุขกว่า 1,000 ร้าน โดยในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เกิดกระแส "สัมผัสเสน่ห์วิถีไทย ให้สุขใจ ต้องไปเมืองสุขสยาม" ขึ้นแท่นสุดยอดแหล่งกินแหล่งช้อปของไทยครบครัน ที่ต้องห้ามพลาด ขานรับนโยบายรัฐบาลสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชน สืบสานภูมิปัญญาวิถีไทยอย่างยั่งยืน

นางลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการเมืองสุขสยาม กล่าวว่า "เมืองสุขสยาม" หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม เป็นความสำเร็จของมหาปรากฏการณ์ที่รวบรวม Local Heroes ศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ทำการค้าขายในกรุงเทพฯ ให้ได้เข้ามาทำการค้าขายบนเวทีที่มีศักยภาพภายใต้แนวคิดให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ให้มีความรู้ทางด้านการขายและการทำการตลาด รวมทั้งการประกอบธุรกิจรูปแบบใหม่ ให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติ สนับสนุนให้สินค้าเหล่านั้นสามารถเจาะตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ต่อยอดไปสู่การทำ e-Commerce ได้ในอนาคต รองรับการเข้าสู่ความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการช่วยสืบสานมรดกทางภูมิปัญญา รักษางานศิลปะและงานฝีมือดั้งเดิมของไทยให้คงอยู่แบบยั่งยืน

"จากการส่งเสริมด้านการตลาด และสร้างองค์ความรู้อย่างรอบด้านให้กับผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่มาค้าขายในเมืองสุขสยามต่างมีรายได้ที่ดีขึ้น ส่งผลต่อจำนวนเงินทุนที่ใช้ทำธุรกิจและพัฒนาสินค้าต่อไป ขณะที่ลูกหลานของผู้ประกอบการสินค้าชุมชนก็ได้เห็นช่องทางและยินดีที่จะมาต่อยอด เพื่อสืบสานกิจการค้าขาย หรือ งานฝีมือของครอบครัวให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เพราะได้เห็นโอกาสและความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง นับเป็นการสืบสานรักษาภูมิปัญญา ศิลปะและงานฝีมือดั้งเดิมของไทย โดยมีความพร้อมที่จะนำสินค้าก้าวสู่เวทีโลกต่อไป"

"เมืองสุขสยาม" คือพื้นที่นำเสนอมหัศจรรย์วิถีไทย มรดกทางวัฒนธรรมจาก 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่ อาหาร งานศิลปะ หัตถกรรมงานฝีมือ เวชศาสตร์ การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการผนึกกำลังระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ศิลปิน วิสาหกิจท้องถิ่น ชุมชนวิถีไทย และผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นทั้ง 77 จังหวัด โดย "เมืองสุขสยาม" จะทำหน้าที่เสมือน "เวที" ในการนำเสนอสุดยอดผลิตภัณฑ์จากทั้ง 4 ภูมิภาค แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ปัจจุบันผู้ประกอบการท้องถิ่นใน "เมืองสุขสยาม" มีร้านค้าประจำ มากกว่า 30 ร้าน และร้านค้าที่หมุนเวียนเข้ามาเปิดให้บริการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 1,000 ร้าน แบ่งเป็นร้านอาหาร 600 ร้านค้า และร้านค้าที่ไม่ใช่อาหาร 400 ร้านค้า เมื่อรวมจำนวนร้านค้าต่างๆ ที่เข้ามาเปิดพื้นที่จำหน่ายและร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ ใน "เมืองสุขสยาม" ตลอดช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา มีจำนวนกว่า 2,500 ร้านค้า

ปัจจุบัน "เมืองสุขสยาม" เปิดพื้นที่แห่งความสุขต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 50,000- 70,000 คนต่อวัน โดยภาพรวมที่ผ่านมาเติบโตขึ้น มีทั้ง G.I.T (Group Individual Travelers) ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม รวมไปถึงกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ และ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นกลุ่มด้วยตัวเอง หรือเรียกสั้นๆ ว่า FIT (Free and Independent Traveler) หรือ การท่องเที่ยวแบบอิสระ(Foreign Individual Tourism) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง จะคิดเป็น 30% จากยอดรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน และนักท่องเที่ยวจากอาเซียน รวมถึงจากรัสเซีย อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และตะวันออกกลาง

ความโดดเด่นของ "เมืองสุขสยาม" คือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามานำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ การผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีก และค้าส่งสู่ต่างประเทศ และการตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร (Omni Channel) ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศน์ทางการค้าที่มีการบริหารจัดการสินค้าอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์นโยบาย 'ประเทศไทย 4.0' (Thailand 4.0) ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น

นางลักขณา กล่าวเสริมว่า "เมืองสุขสยาม" ยังตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชีวิตคนเมือง ที่ต้องการความสะดวกสบาย โดยการคัดสรรสินค้าที่มีคุณค่าจากท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้พบกับของกินของใช้ที่มาจากความพิถีพิถัน สะท้อนความงดงามของศิลปะและภูมิปัญญาดั้งเดิม ภายใต้บรรยากาศแห่งความสุข ได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งวิถีไทยแบบ "ครบจบในที่เดียว" อันประกอบด้วยพื้นฐานความเป็นไทยครบใน 7 สุข ได้แก่ "สุขแซ่บ" นำเสนอความหลากหลายของอาหารเลิศรสในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร "สุขเสน่ห์" นำเสนอเสน่ห์ของคนไทยที่ยากจะลอกเลียน รวมไปถึงความสวยงามของของสถาปัตยกรรมต่างๆ "สุขสร้างสรรค์" การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ของความเป็นไทยให้เกิดขึ้น "สุขสืบสาน" การสืบสานและสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนไทยภาคต่างๆ "สุขสัมพันธ์" การสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรื่องราวทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชน และ "สุขสนุก" นำเสนอความสนุกสนานร่าเริงของคนไทย "สุขสมหวัง" ยินดีปรีดากับความมหัศจรรย์ของโอกาสและความโชคดีมีชัย จุดประกายฝันให้ทุกคนที่ได้รับ ทั้งความสุขความคิด และแนวทางในการสร้างความสำเร็จแก่ชีวิต เมื่อรวมทั้ง 7 สุขเขาด้วยกัน จึงหมายถึง "สุขสยาม" โดยทุกอย่างต้องเป็นของแท้และเป็นต้นตำรับดั้งเดิมที่แท้จริง เพื่อประกาศความภาคภูมิใจให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับโลก

นอกจากเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการที่เมืองสุขสยามอย่างล้นหลาม ในรอบปีที่ผ่านมา สุขสยามยังช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ ด้วยการคัดเลือกร้านค้าที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภาค มาเข้ารับการฝึกอบรมเสริมทักษะความรู้ ก่อนจะทำการทดสอบเพื่อคัดเลือกสุดยอดร้านค้า เพื่อมอบรางวัลแห่งเกียรติยศ "SOOKSIAM Local Heroes 2019" ให้กับผู้ประกอบการจำนวน 10 ราย สำหรับ Local Heroes แห่งปี โดยรางวัลเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูสินค้าเอกลักษณ์จากท้องถิ่นไทย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ สามารถรักษามาตรฐานพร้อมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่เสมอ อันนำมาซึ่งการเติบโตที่ยั่งยืน โดยได้ทำการมอบรางวัล "SOOKSIAM Local Heroes 2019" เป็นครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 1 ปีของสุขสยามไปเมื่อเร็วๆ นี้

"ถือเป็นความภาคภูมิใจของสุขสยาม ที่มีส่วนผลักดันให้สินค้าชุมชนได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดีจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ของความเป็นไทย ในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามาออกร้านในสุขสยามจนได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวต่างชาติ สามารถต่อยอดความสำเร็จสู่การออกสู่ตลาดสากล อาทิ ลุงเงินกาแฟหม้อดิน จ.เชียงใหม่ ที่ได้ขยายสาขาไปยังประเทศอินโดนีเซีย, ก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุม ที่ได้รับการซื้อเฟรนไชส์ไปยังประเทศจีน, ผลิตภัณฑ์แฮนเมดจากไหมพรม "จุ๊บเจลเนอรัล" จากเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการติดต่อไปจำหน่ายในประเทศไต้หวัน, ขนมงาบ้านชานเมือง (เด็กดอย) จ.แม่ฮ่องสอน, หัตถกรรม "ผ้าตุ้มทอง" จ.บุรีรัมย์ กลุ่มวิสาหกิจไทเมืองเพีย จ.ขอนแก่น, และขนมจีบป้าพิณ จ.ตรัง"

สำหรับแผนการพัฒนาและขยายธุรกิจ "เมืองสุขสยาม" ณ ไอคอนสยาม ในปี พ.ศ. 2563 มีแผนเปิดตัวโครงการ "เมืองสุขสยามอะคาเดมี" เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยให้ก้าวสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนแผนในระยะยาว "เมืองสุขสยาม" ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการและสินค้าชุมชนของไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารและหัตถศิลป์ ไปสู่เวทีระดับนานาชาติ

"เราต้องการให้เมืองสุขสยาม เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน และได้รับการกล่าวถึงเป็นประเด็นระดับชาติ ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมและสนับสนุนของภาคเอกชน ที่ต้องการกระจายองค์ความรู้และรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนของไทย ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ ความสามารถ และการสร้างรายได้ของชุมชนท้องถิ่น ในการจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมและอย่างยั่งยืน" นางลักขณา กล่าวในตอนท้าย


Latest Press Release

สัมภาษณ์พิเศษน้องเฟรชชี่ ปี 1 เมื่อก้าวสู่รั้วลูกพระจอม และมาพร้อมคำว่า “New Normal”

การเปิดเรียนในปีการศึกษานี้ ทำให้นิสิตนักศึกษาต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมพิเศษกว่าปีอื่น ๆ เนื่องจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางการศึกษาเองก็ต้องขยับและปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับคำว่า “New Normal”...

วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุนพันธมิตร จ.น่าน ขับเคลื่อนเมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100%

นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาดผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ผู้แทนจากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค-ปลอดภัย...

เอสโซ่และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทยมอบตู้เอกสารสำนักงานจำนวน 100 ตู้แก่มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่)

บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทยมอบตู้เอกสารสำนักงานให้แก่มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่) เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ในโอกาสนี้ ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์...

วว. จับมือ ม.หอการค้าไทย พัฒนาทักษะบุคลากร/ บัณฑิต/ ผู้ประกอบการ ผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมพัฒนาทักษะบุคลากรทั้งทักษะที่มีอยู่เดิม (Re skilling) การเสริมทักษะใหม่ (Up skilling)...

Better Group ปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม สู่เยาวชนนครหลวง

Better Group นำโดย บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด และบริษัท รีคัฟเวอรี่เฮ้าส์ จำกัด ร่วมกับ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง จัดกิจกรรมในโครงการ “พัฒนาเครือข่าย Eco Green Network” อาทิ การปล่อยพันธุ์ปลา...

Related Topics