RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมใหม่ RICOH Pro T7210 รองรับงานพิมพ์ที่หลากหลายมากขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท Tuesday August 14, 2018 13:51
กรุงเทพฯ--14 ส.ค.--สื่อ 360 องศา

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์แบบหน้ากว้าง Flatbed ตัวใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อนำคุณสมบัติเฉพาะทั้งความทนทาน และความง่ายในการใช้งานมาสู่ตลาดพิมพ์วัสดุเพื่องานตกแต่ง (Decoration work) ด้วยเครื่องพิมพ์ RICOH Pro T7210 ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์บนวัสดุแบบใหม่ ๆ ที่มีความหนาแตกต่างกันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกระเบื้อง วัสดุรองพื้นโต๊ะ วัสดุปูผนังต่าง ๆ โดยใช้เวลาเร็วกว่า และง่ายกว่าเดิม เพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากกว่าเดิม นวัตกรรมใหม่นี้เป็นผลมาจากการศึกษาวิจัยของ RICOH มาอย่างต่อเนื่องในการมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

"ตลาดงานพิมพ์อุตสาหกรรมได้มีการขยายตัวมากขึ้น พร้อมกับความต้องการการพิมพ์ของลูกค้าอย่างเช่น ปริมาณที่ต้องการน้อยลง ระยะเวลาการพิมพ์และการจัดส่งที่สั้นลง รวมทั้งความต้องการในการออกแบบตามความต้องการของแต่ละบุคคล" กรภัทร วงศ์อนันต์ชัย ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ของบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "RICOH Pro T7210 นี้ตอบโจทย์ดังกล่าวทั้งหมดได้อย่างง่ายดายพร้อมประสิทธิภาพสูง จากความพยายามของ RICOH ที่จะใช้ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทั้งตัวหมึก และหัวพิมพ์ที่เป็นหัวใจของเทคโนโลยี Inkjet ที่จะคิดค้นและเพิ่มโอกาสสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้แก่ผลิตภัณฑ์และการบริการ"

RICOH ได้นิยามงานพิมพ์เชิงอุตสาหกรรมว่าเป็นการพิมพ์แบบหน้ากว้าง (Wide Format) ซึ่งงานที่พิมพ์ออกมาจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนสำคัญของการผลิตสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งทอ เสื้อผ้า วัสดุโลหะต่าง ๆ เครื่องพิมพ์ที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องของขนาดงานพิมพ์จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ที่ต้องการผลักดันให้งานพิมพ์เข้ามามีส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าเหล่านี้ ซึ่ง RICOH Pro T7210 สามารถรองรับวัสุดที่นำมาพิมพ์ได้หนาถึง 4.3 นิ้ว และพื้นที่พิมพ์กว้างถึง 6.9 x 10.5 ฟุต ด้วยพื้นที่พิมพ์ที่กว้างนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานบนแผ่นกว้างมาตรฐานขนาด 4 x 8 ฟุต หรือขนาดแผ่นงานที่แตกต่างกัน เช่น สามารถพิมพ์บอร์ดขนาด 3 x 6 ฟุต จำนวน 3 แผ่นในเวลาเดียวกันได้ คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานบนวัสดุที่ก่อนหน้านี้ อาจถูกมองว่ามีขนาดใหญ่เกินไปที่จะพิมพ์บนพื้นผิวโดยตรงได้ ทำให้ประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และทรัพยากร

RICOH Pro T7210 มีจุดเด่นที่ความทนทานและการใช้งานที่ง่าย สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ให้บริการงานพิมพ์ได้เป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วในการพิมพ์ที่ 50 ตารางเมตรต่อชั่วโมง หรือ 538.2 ตารางฟุตต่อชั่วโมงสำหรับโหมดงานพิมพ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีตัว Media Gap Adjustment Sensor ที่ทำหน้าที่ตรวจวัดความหนาของวัสดุพิมพ์และปรับระยะหัวพิมพ์อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ทำให้สามารถสับเปลี่ยนวัสดุที่มีความหนาต่างกันได้อย่างง่ายดาย รวมถึงงานพิมพ์ที่ออกมาก็มีความแม่นยำและมีเสถียรภาพสูง แม้จะพิมพ์เป็นครั้งแรกก็ตาม ในขณะที่เทคโนโลยีหมึกยูวี (UV Ink) แบบความหนืดสูง และหัวฉีดแบบ Piezo electric ซึ่งเป็นเอกสิทธ์เฉพาะของ RICOH ทำให้งานพิมพ์ออกมาโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ อายุการใช้งานของหัวพิมพ์ก็ยาวนานขึ้น และง่ายต่อการดูแลรักษาด้วยระบบ One-Touch Maintenance ที่ช่วยให้การบำรุงรักษาเครื่องและหัวพิมพ์ ทำได้ด้วยเพียงแค่การกดปุ่มเพียงแค่ปุ่มเดียว

นอกจากนี้ Ricoh Pro T7210 ยังมาพร้อมด้วยระบบการจัดการทรัพยากรแบบอัจฉริยะ และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ทำให้สามารถผลิตงานจำนวนน้อย หรืองานที่ทำเพียงแค่ชิ้นเดียว

(on demand) ในราคาที่ไม่แพงเป็นจริงได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นกับผู้ลงทุนในกลุ่มตลาดที่ผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตลาดธุรกิจตกแต่งภายใน ซึ่งให้ความสำคัญกับ "เอกลักษณ์" อันถือเป็นหัวใจของชิ้นงาน

| เกี่ยวกับริโก้ |

ริโก้ เป็นผู้นำแห่งพลังการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมเทคโนโลยีองค์กรไปสู่ระบบดิจิตอลอย่างเต็มตัว ด้วยความครบครันทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ของ ริโก้ ทำให้หน่วยงานธุรกิจต่าง ๆ สามารถบริหารและจัดการงานเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อชีวิตการทำงานเป็นไปอย่างชาญฉลาดและมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์มากกว่า 80 ปี ริโก้ ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดหาด้านโซลูชั่นการจัดการเอกสาร บริการไอที เชิงพาณิชย์และวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์ กล้องดิจิตอล และระบบเครือข่ายในอุตสาหกรรมต่างๆ

โดยบริษัท ริโก้กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีการดำเนินงานธุรกิจมากกว่า 200 ประเทศ ในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก โดยปีการค้าตาม "Fiscal year" เมื่อเดือนมีนาคม 2017 ที่ผ่านมา บริษัท ริโก้ กรุ๊ป มียอดขายรวมจากทั่วโลกโดยประมาณ 2,063 พันล้านเยน หรือประมาณ 19.4 พันล้านดอลล่าร์

| เกี่ยวกับริโก้ ประเทศไทย |

บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2513 เป็นบริษัทสาขาของบริษัท ริโก้ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นเพื่อธุรกิจต่างๆ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ถนนอ่อนนุช เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

สอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น โปรดติดต่อ คุณอิสราภรณ์ กิจชลวิวัฒน์ เบอร์ติดต่อ 02 088 8888 #1281


Latest Press Release

CAT สร้างเสาโทรคมฯ ต้นไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

CAT เพิ่มศักยภาพการสื่อสารในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยสร้างเสาสัญญาณโทรคมนาคมในรูปแบบเสาต้นไม้เน้นกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม พร้อมเปิดให้โอเปอเรเตอร์ทุกค่ายติดตั้งอุปกรณ์ให้บริการลูกค้าบนเสาเดียวกัน...

โตชิบาเร่งพัฒนาประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเสมือนด้วยเทคโนโลยี IoT และปัญญาประดิษฐ์

Virtual หรือ โลกเสมือน เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เช่น Virtual Reality – ความจริงเสมือน ซึ่งเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมจริงที่สามารถตอบสนองกับผู้ใช้ได้ หรือ Virtual Currency – สกุลเงินเสมือนอย่าง บิทคอยน์ (Bitcoin) และในตอนนี้...

ภาพข่าว: กสทช จัดกิจกรรมสัญจรแนะนำโปรแกรมประยุกต์ (Application) MoCheck ณ ตึกคอม จังหวัดชลบุรี

นายเสน่ห์ สายวงศ์(ที่สามจากขวาแถวหน้า) ผู้อำนวยการสำนักบริหารคลื่นความถี่ รักษาการผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) จัดกิจกรรมทดสอบโปรแกรมประยุกต์(Application)...

วธ. เดินหน้าจัดงาน Thailand Creative Showcase 2019 จับมือ TACGA เนรมิตรนิทรรศการความคิดสร้างสรรค์ไทย

กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าจัด "นิทรรศการความคิดสร้างสรรค์แห่งประเทศไทย 2562 หรือThailand Creative Showcase 2019 : TCS 2019" หวังส่งเสริมเด็กไทยให้มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมจัดเวิร์คช้อปต่อเนื่อง "Character Licensing Workshop ครั้งที่ ๖...

ผลสำรวจชี้ อนาคตของการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สระดับองค์กร บทความโดยกอร์ดอน ฮาฟฟ์, ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์, เร้ดแฮท อิงค์

เราไม่จำเป็นต้องถามว่าองค์กรต่างๆ กำลังใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สอยู่หรือเปล่า เรารู้ว่าใช้เพราะเร้ดแฮทได้มีส่วนร่วมและกำลังช่วยให้หลายองค์กรใช้ประโยชน์จากระบบโอเพ่นซอร์สอยู่ในปัจจุบัน แต่ประเด็นสำคัญก็คือ องค์กรเหล่านี้คิดอย่างไรเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์ส...

Related Topics