Mio เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์อัจฉริยะ MiVue 7 Series

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท Monday September 10, 2018 17:21
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--MiTAC Digital Technology

"มีโอ้" ผู้ผลิตกล้องติดรถยนต์ชั้นนำในยุโรปและเอเชียแปซิฟิก ประกาศเปิดตัวกล้องติดรถยนต์แบบมี WiFi ในตระกูล Mio MiVue 7 Series (มีโอ้ ไมวิว ซีรี่ส์ 7) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Mio มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงตามแนวคิดที่เป็นหัวใจหลัก "All About You" ล่าสุดประกาศเปิดตัวกล้องติดรถยนต์แบบมี WiFi และระบบนำทาง GPS ในตัว รุ่นใหม่จากตระกูล Mio MiVue 7 Series ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดสูง พร้อมคุณสมบัติการสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่ผู้ใช้สามารถอัพโหลดและดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอพพลิเคชัน MiVue

ความคมชัดระดับ Full HD จับภาพความละเอียดสูง สว่างชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน

กล้องติดรถยนต์รุ่น MiVue792 (ไมวิว 792) โดดเด่นด้วยสุดยอดเซ็นเซอร์ STARVIS(TM) ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รับภาพความไวสูงแบบ CMOS จากโซนี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกวิดีโอในสภาวะแสงน้อย หรือเวลากลางคืนได้สว่างชัดเจน อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีปรับแต่งภาพซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Mio สามารถปรับความสว่างของภาพได้ถึง 4 ระดับ เพิ่มคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น กล้องสามารถบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดคมชัดสูงในทุกช่วงเวลาด้วยความคมชัดระดับ Full HD 1080p ภาพไหลลื่นด้วยความเร็วเฟรมเรท 60 FPS ต่อวินาที

ถ่ายโอนไฟล์วิดีโออัตโนมัติ สามารถดูได้แบบเรียลไทม์

กล้องติดรถยนต์รุ่น Mio MiVue 792 (มีโอ้ ไมวิว 792) และรุ่น MiVue786 (ไมวิว 786) เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน WiFi ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนและดูคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากกล้องติดรถยนต์ทั่วไปในท้องตลาดที่ผู้ใช้ต้องเสียเวลาถอดเมมโมรี่การ์ดออกมาเพื่อดูวิดีโอย้อนหลังในคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนยุ่งยากและอาจทำให้ล่าช้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

กล้องติดรถยนต์ Mio แบบมี WiFi ในตัวมาพร้อมฟีเจอร์เก็บสำรอง (Backup) ไฟล์วิดีโอแบบอัตโนมัติ ดังนี้

1. เก็บสำรองไฟล์วิดีโอแบบเรียลไทม์: ตัวกล้องจะทำการบันทึกเหตุการณ์และเก็บสำรองไฟล์โดยอัตโนมัติ สามารถเข้าดูคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ทันทีอย่างง่ายดาย

2. บันทึกวิดีโอต่อเนื่อง: ตัวกล้องจะทำการบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังเชื่อมต่อผ่าน WiFi กับโทรศัพท์มือถือ

3. สามารถตัดแบ่งไฟล์วิดีโอได้: เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ผู้ใช้สามารถตัดแบ่งคลิปวิดีโอ ณ เวลาที่เกิดเหตุได้ความยาว 20 วินาที (โดยตัวกล้องถูกตั้งค่าไว้ให้บันทึก 5 วินาทีก่อนเกิดเหตุและ 15 วินาทีหลังเวลาที่เกิดเหตุ) ทำให้ได้ไฟล์ขนาดเล็กที่เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุจริงๆ

4. สามารถดาวน์โหลดต่อจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้ได้ (Download Resume): ใช้งานง่ายสุดๆ ด้วยการกดคลิกเพียงครั้งเดียวเพื่อเริ่มดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอต่อทันทีจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้

5. ไม่รบกวนสายเรียกเข้า: ผู้ใช้ยังคงสามารถรับสายที่โทรเข้ามาได้ แม้ในขณะที่ทำการเก็บสำรองไฟล์วิดีโอลงในมือถือ

6. รองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง: รองรับการเก็บสำรองข้อมูลทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องติดรถยนต์ในตระกูล Mio MiVue 7 Series ทุกรุ่นสามารถใช้งานร่วมกับกล้องมองหลังติดรถยนต์ MiVue A30 (ไมวิว เอ30) ได้ โดยกล้องมองหลัง MiVue A30 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS จากโซนี่ ให้ความคมชัดระดับ Full HD 1080p ใช้เลนส์กระจกคุณภาพสูง เลนส์กล้องมุมมองกว้าง 130 องศา รูรับแสงกว้าง F1.8 และรองรับโหมดบันทึกวิดีโอในเวลากลางคืน

นอกเหนือจากการเปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล MiVue 7 Series แล้ว ทาง Mio ยังเปิดตัวกล้องติดรถยนต์ Mio MiVue C380D (มีโอ้ ไมวิว ซี380ดี) สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดระดับ Full HD 1080p ที่เฟรมเรท 30 FPS ต่อวินาที ตัวกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS ของโซนี่ มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ครอบคลุมในทุกๆ มุมมอง พร้อมมีระบบนำทาง GPS ในตัว ที่นอกจากจะแสดงตำแหน่งของรถแล้ว ยังสามารถบอกความเร็วรถ ระบุพิกัดละติจูดและลองติจูด และบันทึกเส้นทางที่เดินทางไปได้อย่างครบถ้วนทุกการเดินทาง

กล้องติดรถยนต์ทุกรุ่นมีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ของลาซาด้าและช้อปปี้ สำหรับรุ่น Mivue 792 และ Mivue C380D ราคาเริ่มต้น 8,900 บาท สำหรับรุ่น Mivue 786 ราคาเริ่มต้นที่ 7,900 บาท และสำหรับรุ่น MiVue A30 ราคาเริ่มต้นที่ 4,900 บาท

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • เว็บไซต์: www.mio.com/th/
  • Facebook: www.facebook.com/mio.dvr
  • Line ID: @miothailand

เกี่ยวกับ Mio

Mio หนึ่งในแบรนด์ของ MiTAC Digital Technology Corporation เป็นผู้ผลิตระบบนำทางในรถยนต์ Mio มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงตามแนวคิดที่เป็นหัวใจหลักของเรา "All About You" เพื่อพัฒนาโซลูชั่นสำหรับใช้งานภายในบ้านและที่ทำงาน โดยผสานรวมการออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์เข้ากับนวัตกรรมใหม่ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ Mio หวังเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีในทุกรูปแบบให้กับทุกคน


Latest Press Release

เอสไอเอส ร่วมมือกับ อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอม เปิดธุรกิจ คลาวด์เซอร์วิส ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดคลาวด์ในประเทศภายใน 3 ปี

บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่งสินค้าไอทีสำหรับองค์กร และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออปติคและดาต้าเซ็นเตอร์ แนะนำบริการ "SiS Cloud Services"...

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 590 นำเสนอประสิทธิภาพสูงสุดมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับ HD ที่ราบรื่น

– กราฟิกการ์ดใหม่กระบวนการผลิตขนาด 12nm ที่ใช้สถาปัตยกรรมขั้นสูง "Polaris", เทคโนโลยีแสดงผลการเล่นเกม Radeon FreeSyncและฟีเจอร์ที่หลากหลายของ Radeon Software ที่จะมอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมของคุณที่เหนือกว่า 60 เฟรมเรตต่อวินาที ในเกมระดับ AAA และ...

ซัมซุงเผยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ผ่านงาน SDC18 พร้อมแนะนำผลงานสุดล้ำให้นักพัฒนาทั่วโลกได้จับตามอง

นักพัฒนาโทรศัพท์มือถือ นักบุกเบิกนวัตกรรม และพันธมิตรกว่าพันคนตบเท้าเข้าร่วมงาน Samsung Developer Conference 2018 (SDC18) ที่จัดโดย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ งาน SDC 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดล้ำ "Where Now Meet Next"...

กลุ่มทรู จัดงานประชุมนักวิเคราะห์รายงานผลกำไรต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปี 2561

กลุ่มทรู โดย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ (กลาง) และ ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) พร้อมด้วย นายวิลเลี่ยม แฮริส (ที่ 2 จากซ้าย) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน และคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น...

WannaCry ยังไม่ตาย! แคสเปอร์สกี้ แลป เผยแรนซัมแวร์ร้ายโจมตีผู้ใช้เกือบ 75,000 ราย ในไตรมาส 3

กว่าหนึ่งปีครึ่งแล้วที่เกิดเหตุแรนซัมแวร์วอนนาคราย (WannaCry) ระบาด ทำให้วอนนาครายขึ้นแท่นติดอันดับภัยแรนซัมแวร์ที่แพร่กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วโลก โดยล่าสุดจากรายงาน Q3 IT threat evolution ของแคสเปอร์สกี้ แลป พบว่า ในไตรมาส 3 ปี 2018 นี้...

Related Topics